<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701</id><updated>2012-02-16T16:44:55.998-08:00</updated><title type='text'>มหัศจรรย์ วันธรรมดา ของเด็กหญิงเลี้ยงวัว</title><subtitle type='html'>Story by... MeOmee</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>30</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-8918864451354966769</id><published>2010-01-09T05:22:00.017-08:00</published><updated>2010-08-06T03:02:09.787-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 1 เด็กหญิงเลี้ยงวัว</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0rU6p6y-TI/AAAAAAAADmg/rrb6GsiJUik/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+1+%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; DISPLAY: block; HEIGHT: 276px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5425382805271148850" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0rU6p6y-TI/AAAAAAAADmg/rrb6GsiJUik/s400/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+1+%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เสียงร้องเรียกดังมาจากคอกวัวหน้าบ้าน พอจับใจ&lt;br /&gt;ความได้ว่าให้เอางอบมาให้ยายด้วย เด็กหญิงตัวเล็กได้ยิน&lt;br /&gt;ขณะเตรียมตัววิ่งไปหายายพอดี เธอหันหลังย้อนกลับเข้า&lt;br /&gt;ไปในบ้านเพื่อหยิบงอบตามที่ยายสั่ง&lt;br /&gt;ทุกวันหลังกลับมาจากโรงเรียนประถมฯใกล้บ้าน&lt;br /&gt;เด็กหญิงต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเก่ง เสื้อลายจุดตัว&lt;br /&gt;เล็ก กางเกงวอร์มขายาว รองเท้าแตะ งอบ และที่ขาดไม่&lt;br /&gt;ได้คือไม้ไผ่...อาวุธประจำกายซึ่งเหลาหยาบๆไว้ใช้กำราบ&lt;br /&gt;ฝูงวัว&lt;br /&gt;เด็กหญิงวิ่งวนไปรอบบ้านเพื่อหางอบของยาย&lt;br /&gt;เรื่องหาของ...เด็กหญิงถนัดนัก เพราะเป็นคนที่เก็บกวาดดู&lt;br /&gt;แลบ้าน อาจเป็นด้วยเหตุนี้เวลาใครหาอะไรไม่เจอ จึงชอบ&lt;br /&gt;ใช้ไหว้วานให้เด็กหญิงช่วยหาทุกทีไป หรืออาจเป็นเพราะ&lt;br /&gt;เด็กหญิงใช้ง่าย ไม่อิดออด ทำอะไรรวดเร็วทันใจก็ได้&lt;br /&gt;ก่อนเด็กหญิงจะวิ่งตามยายออกไปเลี้ยงวัว เธอนึก&lt;br /&gt;ได้ว่ายังไม่มีขนมติดตัวไปกินตอนเลี้ยงวัวเลย จึงหันไปที่&lt;br /&gt;โต๊ะวางขนมหน้าบ้านซึ่งจัดวางขนมกรุบกรอบหลายชนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงเลือกหยิบขนมห่อที่มีราคาแพงที่สุดคือห้าบาท&lt;br /&gt;เป็นมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมที่เด็กหญิงชื่นชอบเอามากๆ&lt;br /&gt;เพราะเคี้ยวกรุบกรอบ รสชาติมัน เคี้ยวเพลิน เหมือนที่&lt;br /&gt;โฆษณาว่าไว้จริงๆ ทุกครั้งเมื่อหยิบขนมได้แล้ว เธอจะวิ่ง&lt;br /&gt;ไปบอกพ่อว่า หนูเอาขนมอันนี้นะ ถ้าพ่อพยักหน้าก็เป็นอัน&lt;br /&gt;เสร็จพิธี &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;ครั้งใดก็ตามที่จะหยิบขนมในร้านไปกิน เด็กหญิง&lt;br /&gt;ถูกสอนมาว่าต้องขออนุญาตก่อน ต้องบอกพ่อหรือแม่ก่อน&lt;br /&gt;จะหยิบไป แต่โดยส่วนมากเด็กหญิงมักชอบขอกับพ่อมาก&lt;br /&gt;กว่า ขอกับแม่มักเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ หากแม่อารมณ์&lt;br /&gt;ดีก็ไม่ว่าอะไร ถามว่าจะเอาโน่นเอานี่เพิ่มไหม แต่ถ้าวัน&lt;br /&gt;ไหนอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา แม่มักทำหน้าบึ้ง และเด็กหญิงอาจ&lt;br /&gt;ถูกบ่นว่าเสียก่อน&lt;br /&gt;แต่ไม่ว่าจะขอกับใคร เด็กหญิงก็ได้รับอนุญาตให้&lt;br /&gt;หยิบขนมอร่อยไปกินทั้งนั้น&lt;br /&gt;เด็กหญิงสามารถกินขนมได้ทุกวัน และทุกอย่างที่&lt;br /&gt;ขายในร้าน แต่มีข้อแม้ว่าต้องเลือกหยิบเพียงแค่ถุงเดียว&lt;br /&gt;เท่านั้น ถ้าวันไหนแจ๊กพ็อตเจอขนมไม่อร่อย ก็ซวยไป&lt;br /&gt;และต้องจำไว้ว่าจะไม่หยิบขนมแบบนั้นมาอีก หยิบมานาน&lt;br /&gt;จนรู้ว่าอันไหนอร่อยไม่อร่อย&lt;br /&gt;แต่ขนมอร่อยหรือไม่อร่อยก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับ&lt;br /&gt;น้องชายที่อายุห่างกันสองปี น้องชายตัวแสบของเด็กหญิง&lt;br /&gt;มักเลือกขนมที่โฆษณาในโทรทัศน์มากกว่าความอร่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนมากมีของแถมเป็นของเล่นรวมมาในถุงด้วย ทั้งที่&lt;br /&gt;ขนมพวกนั้นส่วนมากเป็นแค่ข้าวโพดอบกรอบ ไม่ได้อร่อย&lt;br /&gt;อะไรนักหนา เวลากินแล้วเหนียวติดฟันมากๆ แถมยังมี&lt;br /&gt;น้อยอีกต่างหาก&lt;br /&gt;ขนมแห้งขนมกรุบกรอบที่ร้านส่วนใหญ่ พ่อจะสั่ง&lt;br /&gt;จากรถขนมซึ่งทุกวันศุกร์สิ้นเดือนจะมาส่งขนมให้ถึงที่&lt;br /&gt;พ่อเป็นคนเลือกและสั่งขนม บางทีตอนที่รถมาส่งขนม&lt;br /&gt;เด็กหญิงจะวิ่งไปยืนใกล้ๆพ่อ บอกพ่อว่าอันโน้นอันนี้น่า&lt;br /&gt;อร่อย ถ้าหากพ่อสั่งขนมแบบนั้นมาขายในร้าน ก็หมาย&lt;br /&gt;ความว่าเด็กหญิงจะได้ลิ้มชิมรสด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;พ่อเคยบอกว่าขายขนมพวกนี้ไม่ได้กำไรเข้าร้าน&lt;br /&gt;เท่าไหร่หรอก อย่างขนมหนึ่งถุงใหญ่ที่มีสิบสองอันข้างใน&lt;br /&gt;สิบอันคือต้นทุน อีกสองอันคือกำไร แค่เด็กหญิงกับน้อง&lt;br /&gt;ชายมาหยิบกินไปคนละอัน กำไรก็หมดแล้ว แต่ก็ยังดี ถือ&lt;br /&gt;ว่าขายขนมได้เงินมาเป็นค่าขนมให้เด็กๆ&lt;br /&gt;ก่อนที่เด็กหญิงจะวิ่งออกตามฝูงวัวไป แม่ยัดขนม&lt;br /&gt;สดให้ห่อหนึ่ง เป็นขนมที่ยังเหลือจากที่ซื้อมาตอนเช้า ซึ่ง&lt;br /&gt;ปกติแล้วแม่ก็ซื้อมาทุกเช้า ไม่ว่าจะเป็นแกงบวชฟักทอง&lt;br /&gt;เต้าส่วน ต้มถั่วเขียว ข้าวเหนียวสังขยา กล้วยบวชชี บัว-&lt;br /&gt;ลอยไข่หวาน ฟักทองเชื่อม ลอดช่อง หรือขนมชนิดอื่นๆ&lt;br /&gt;ตีสี่ครึ่งของทุกวัน แม่ต้องนั่งรถโดยสารประจำหมู่&lt;br /&gt;บ้านเข้าไปในตัวอำเภอ เพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับขายก๋วย-&lt;br /&gt;เตี๋ยว ซื้อทั้งหนังสือพิมพ์ บุหรี่ เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มชูกำลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อเอามาใส่ตู้แช่เย็น และของใช้จำเป็นอื่นๆมาวางขาย&lt;br /&gt;ในร้าน&lt;br /&gt;วันนี้ขนมสดยังเหลือเยอะ เลยต้องให้เด็กๆเอาไป&lt;br /&gt;กิน ผ่านเย็นนี้ไปขนมพวกนี้จะบูดหมด แต่แม่ก็มีวิธีการ&lt;br /&gt;เก็บรักษาพวกมันถ้าหากว่าขายเหลือ คือเอาไปแช่ไว้ใน&lt;br /&gt;ช่องฟรีซของตู้เย็น ซึ่งเมื่อเอาออกมากินอีกก็จะแข็งและ&lt;br /&gt;เย็น เด็กหญิงไม่ค่อยชอบรสชาติมันสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่&lt;br /&gt;เป็นปัญหานัก เนื่องจากพ่อและน้องชายของเธอชอบกิน&lt;br /&gt;ขนมแข็งๆเย็นๆพวกนี้มาก มันจึงไม่ค่อยเหลือเต็มอยู่ใน&lt;br /&gt;ช่องฟรีซ และอาจเป็นด้วยเหตุนี้ พ่อของเด็กหญิงจึงค่อน&lt;br /&gt;ข้างเจ้าเนื้อ&lt;br /&gt;เมื่อได้อุปกรณ์สัมภาระสำหรับการออกไปเลี้ยงวัว&lt;br /&gt;ครบแล้ว เด็กหญิงวิ่งปรู๊ดไปหาฝูงวัวที่ยายต้อนไปไกล&lt;br /&gt;ส่วนมากยายจะต้อนวันไปเลี้ยงในไร่ข้าวโพดที่หักแล้ว ที่&lt;br /&gt;นั่นมีหญ้าอ่อนๆซึ่งพวกวัวชอบ ที่จริงในสวนที่บ้านก็มี&lt;br /&gt;พื้นที่พอสมควร มีหญ้ามากพอสำหรับวัวจนไม่ต้องพาพวก&lt;br /&gt;มันไปหากินที่ไหน หรือจะให้พ่อไปตัดหญ้ามาให้วัวกินก็ได้&lt;br /&gt;แต่ยายชอบพาวัวออกไปกินหญ้าข้างนอก อาจเป็นเพราะ&lt;br /&gt;การพาพวกวัวออกไปข้างนอกช่วยทำให้พวกมันได้ออก&lt;br /&gt;กำลังกายและทำให้มันแข็งแรง สามารถให้นมได้เยอะๆ&lt;br /&gt;ซึ่งหมายความว่าเราจะขายได้เงินเยอะตามไปด้วย&lt;br /&gt;สำหรับเด็กหญิงแล้ว การต้อนฝูงวัวออกไปเลี้ยง&lt;br /&gt;ข้างนอกเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย เป็นโอกาสดีที่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียนรู้โลกใบกว้าง ได้ฟังเสียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่พากันขับ-&lt;br /&gt;ขานเสียงแข่งกันเมื่อเวลาดวงอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า ได้&lt;br /&gt;สังเกตธรรมชาติ ได้ก้มลงมองมดเดินกันเป็นขบวน ได้ดม&lt;br /&gt;กลิ่นหญ้า กลิ่นดินโคลน กลิ่นขี้วัว ได้สัมผัสสายลมและ&lt;br /&gt;แสงแดด ได้วิ่ง ได้ออกกำลังกาย ได้ตะโกน ได้ตัดสินใจ ได้&lt;br /&gt;ปกครองดูแล ได้ฝึกความเป็นผู้นำ ได้จินตนาการ ซึ่งทั้ง&lt;br /&gt;หมดหล่อหลอมความเป็นตัวตนของเด็กหญิง ให้ได้คิด ได้&lt;br /&gt;ทำ ได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-8918864451354966769?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/8918864451354966769/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/1.html#comment-form' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8918864451354966769'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8918864451354966769'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/1.html' title='ตอนที่ 1 เด็กหญิงเลี้ยงวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0rU6p6y-TI/AAAAAAAADmg/rrb6GsiJUik/s72-c/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+1+%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-5382193305992488520</id><published>2010-01-09T05:22:00.015-08:00</published><updated>2010-08-06T03:12:49.009-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 2 ทุ่งแห่งจินตนาการ</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00NcsxrSnI/AAAAAAAADmo/YXjhwnjX3z8/s1600-h/2+Cow+and+girl.bmp"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 299px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5426007912758332018" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00NcsxrSnI/AAAAAAAADmo/YXjhwnjX3z8/s320/2+Cow+and+girl.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0ig8sSuC5I/AAAAAAAADko/gnA16MuEB1A/s1600-h/1257839671_9734.jpg"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; FLOAT: left; HEIGHT: 122px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5424762715710032786" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0ig8sSuC5I/AAAAAAAADko/gnA16MuEB1A/s200/1257839671_9734.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามเย็นลมพัดเย็นสบาย เด็กหญิงเลี้ยงวัวทอด&lt;br /&gt;สายตามองดูวัวกำลังและเล็มหญ้า พวกมันถูกปล่อยเลี้ยง&lt;br /&gt;ไว้ในไร่ข้าวโพดซึ่งเก็บฝักแล้ว เธอมองดูวัวสลับกับเหม่อ&lt;br /&gt;มองท้องฟ้าสีคราม นั่งคิดอะไรไปไกล ความคิดล่องลอย&lt;br /&gt;จินตนาการไปต่างๆนานา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อตอนก่อนออกมาเลี้ยงวัว เห็นเขาประกวดร้อง&lt;br /&gt;เพลงในโทรทัศน์ นักร้องเด็กๆที่ประกวดเหล่านั้นช่างดูดี&lt;br /&gt;หน้าตาน่ารัก แต่งตัวสวยงาม เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูระยิบระยับ&lt;br /&gt;ตัดกับฉากหลังมืดๆ บางช่วงก็มีไฟหลากสีสาดส่องบนเวที&lt;br /&gt;ทำให้พวกนั้นดูโดดเด่น ยิ่งประกอบกับเสียงร้องไพเราะซึ่ง&lt;br /&gt;เด็กพวกนั้นเปล่งออกมา ยิ่งทำให้ดูราวกับเทพบุตรเทพ-&lt;br /&gt;ธิดาน้อยๆกำลังกล่อมโลกอย่างไรอย่างนั้น&lt;br /&gt;เด็กหญิงอยากไปประกวดร้องเพลงแบบนั้นบ้าง&lt;br /&gt;แต่ก็ติดที่กติกาการประกวดระบุไว้ว่า ต้องส่งเทปบันทึก&lt;br /&gt;เสียงตัวอย่างไปที่รายการก่อน เพื่อให้ทางรายการได้ฟัง&lt;br /&gt;แล้วคัดเลือก เด็กหญิงคิดหนัก นี่แค่เริ่มต้นขั้นตอนแรก&lt;br /&gt;เด็กน้อยก็ทำไม่ได้เสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วางแผนคิดล่วงหน้าว่าจะใช้วิธีอัดเทปด้วยวิทยุ&lt;br /&gt;ของพ่อก็ทำไม่เป็น จะบอกพ่อให้ช่วยทำให้ก็อายเหลือเกิน&lt;br /&gt;กลัวถูกหัวเราะเยาะ ถูกวิพากษ์วิจารย์ หาว่าคิดอะไรไร้&lt;br /&gt;สาระ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ความคิดก็หยุดลง ไม่ได้คิดต่อ&lt;br /&gt;ไม่ได้เริ่มลงมือทำเสียที คงเป็นเพราะเด็กหญิงคิดมากไป&lt;br /&gt;ฟุ้งซ่าน เมื่อคิดแล้วพบอุปสรรคก็หยุดไว้ตรงนั้น ไม่ลอง&lt;br /&gt;ทำอย่างจริงจังให้รู้แน่เสียก่อนว่า สิ่งที่ตนคิดมันจะเป็น&lt;br /&gt;จริงขึ้นได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรอย่างอื่นทำ นอกจากจ้องมอง&lt;br /&gt;ไปที่พวกวัวซึ่งกำลังกัดกินหญ้ากันเอื่อยๆเรื่อยๆ พลางคิด&lt;br /&gt;ไปว่า ถ้าสมมุติว่าเราสามารถส่งเพลงไปได้ แล้วได้รับคัด&lt;br /&gt;เลือก แต่ว่าเสียงเรายังไม่ดีพอ ไม่เข้าขั้น จะทำอย่างไร&lt;br /&gt;ดี แต่ถ้าเราไม่เริ่มทำอะไรเสียที เมื่อไหร่จะได้เป็นนักร้อง&lt;br /&gt;กับเขาบ้าง ทางที่ดีลองหัดร้องไปก่อนดีไหม เผื่อบางทีจับ&lt;br /&gt;พลัดจับผลูได้ไปร้องเพลงอย่างนั้นจะได้ไม่อายใคร&lt;br /&gt;เด็กหญิงจำได้ เธอเคยอ่านประวัติของนักร้องลูก-&lt;br /&gt;ทุ่งขวัญใจคนทั้งประเทศอย่างพุ่มพวง ดวงจันทร์ ตอน&lt;br /&gt;เป็นเด็กพุ่มพวงก็ร้องเพลงในไร่อ้อย จนสุดท้ายกลายเป็น&lt;br /&gt;นักร้องลูกทุ่งมีชื่อเสียง เป็นราชินีลูกทุ่งตลอดกาล ลีลา&lt;br /&gt;การร้องเพลงก็น่ารักสุดๆ บางทีก็แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด&lt;br /&gt;เพลงลูกทุ่งที่เด็กหญิงชื่นชอบมีทั้งเพลงช้าและ&lt;br /&gt;เพลงเร็ว เพลงเร็วทำให้เด็กหญิงสนุกสนานด้วยท่วง&lt;br /&gt;ทำนองคึกคักเร้าใจ เมื่อร้องแล้วก็รู้สึกสดชื่น เพราะได้เต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปด้วย เพลงช้าก็เนิบนาบ สามารถใส่อารมณ์ตามท่วง&lt;br /&gt;ทำนองได้เต็มที่ เด็กหญิงรู้สึกว่า เพลงช้าร้องยากกว่าเพลง&lt;br /&gt;เร็ว ต้องมีการเอื้อนอ้อยส้อย ทำเสียงโหยหวน แต่ฟังแล้วก็&lt;br /&gt;ซึ้งตรึงใจเด็กหญิงทุกที เวลาอยู่ในอารมณ์เศร้าสร้อยเด็ก&lt;br /&gt;หญิงชอบร้องเพลงปลอบใจตัวเอง จนบางทีน้ำตาไหล&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะมันทำให้เด็กหญิงได้จินตนาการและเข้าถึง&lt;br /&gt;ความเศร้าของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ร้องเพลง ไม่ว่าจะเพลงเศร้า เพลงสนุก&lt;br /&gt;เพลงช้า เพลงเร็ว เด็กหญิงรู้สึกมีความสุขกับการได้จินต-&lt;br /&gt;นาการไปว่า ตนเองอยู่บนเวทีประกวดร้องเพลง และคิด&lt;br /&gt;ไว้ในใจว่าถ้าหากชนะการประกวดจะพูดกับพิธีกรว่าอย่าง-&lt;br /&gt;ไร หรือว่าจะขอบคุณใครบ้างที่ทำให้เด็กหญิงสามารถชนะ&lt;br /&gt;การประกวดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วเด็กหญิงก็ร้องเพลงดังๆกลางทุ่งหญ้าท่าม&lt;br /&gt;กลางประชาชาววัว ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าพวกวัวก็&lt;br /&gt;ชอบเสียงของเธอ โดยเฉพาะตอนที่เด็กหญิงร้องเพลงช้า&lt;br /&gt;พวกวัวมันก้มหน้าก้มตาเคี้ยวหญ้าตุ้ยๆ แล้วก็ทำตาเยิ้มๆ&lt;br /&gt;เคลิ้มๆ ดูท่าทางมีความสุขที่ได้ฟังเธอร้องเพลง เด็กหญิง&lt;br /&gt;ร้องจนเสียงแหบแห้งจึงหยุดร้อง เก็บแรงไว้ค่อยมาฝึกต่อ&lt;br /&gt;ในวันพรุ่งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อรู้สึกเหนื่อย เด็กหญิงเริ่มหางานอดิเรกที่น่าสน&lt;br /&gt;ใจทำ นั่นคือนั่งมองที่ปากของวัว เวลามันงับหญ้าจะได้ยิน&lt;br /&gt;เสียงฉับๆเหมือนตอนพ่อใช้เคียวเกี่ยวหญ้าอย่างไรอย่าง&lt;br /&gt;นั้นเลย หญ้าที่พวกวันโปรดปรานมากที่สุดคือหญ้าตดหมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกๆที่ยายเรียกชื่อเจ้าหญ้าชนิดนี้เด็กหญิง&lt;br /&gt;รู้สึกขำมาก อยากรู้ว่าทำไมหญ้าพวกนี้ถึงถูกเรียกว่าหญ้า&lt;br /&gt;ตดหมา หรืออาจเป็นเพราะกลิ่นของมัน เด็กหญิงลองดม&lt;br /&gt;ดู ก็ใช่ว่ามันจะเหม็นเท่าไหร่ กลิ่นเหมือนต้นหญ้าทั่วไป&lt;br /&gt;กลิ่นออกฉุนๆนิดหน่อย แต่ก็พอทน หรือกลิ่นตดหมาเป็น&lt;br /&gt;แบบนี้ มันจึงชื่อว่าตดหมา&lt;br /&gt;แต่เดาไปก็คงไม่ถูก เด็กหญิงไม่เคยดมกลิ่นตด&lt;br /&gt;หมาจริงๆนี่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวเคี้ยวหญ้าตดหมาดังกรอบๆ ดูสิ...มันเคี้ยว&lt;br /&gt;อย่างเอร็ดอร่อย ทำให้หนูน้อยอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไป&lt;br /&gt;เด็ดยอดอ่อนของหญ้าตดหมามาใส่ปาก แล้วค่อยๆบรรจง&lt;br /&gt;เคี้ยว แต่ก็ต้องหยุดเคี้ยวทันควันเพราะรสชาติของหญ้า&lt;br /&gt;ตดหมาไม่อร่อยอย่างที่เธอคิดเลยสักนิด ไม่รู้ว่าพวกมัน&lt;br /&gt;กินเข้าไปได้อย่างไร ยางก็มีเยอะแยะ รสชาติออกขมๆจน&lt;br /&gt;คายทิ้งแทบไม่ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เพียงแต่หญ้าตดหมาที่พวกวัวชอบ ยังมีหญ้า&lt;br /&gt;นานาชนิดที่เด็กหญิงไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร นอกจากนั้นสิ่งที่&lt;br /&gt;พวกวัวโปรดปรานก็มีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อน&lt;br /&gt;ข้าวโพดที่เพิ่งแตกเป็นต้นเล็ก ซึ่งก็อร่อยเด็ด เด็กหญิง&lt;br /&gt;เคยทดลองชิมมาหมดแล้ว แล้วก็อย่างมะละกอสุก ยอด&lt;br /&gt;มะม่วง ลูกมะม่วงสุก รวมถึงมะม่วงที่ไม่สุก แต่ต้องมีรส-&lt;br /&gt;ชาติมัน ถ้าเปรี้ยวพวกวัวจะไม่ชอบ พวกวัวชอบทุกอย่าง&lt;br /&gt;ยิ่งเป็นของต้องห้ามมันจะชอบเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวชอบพากันหนีไปกินพืชผลที่เพื่อนบ้านปลูก&lt;br /&gt;ไว้ ทำให้หนูน้อยถูกพ่อดุเป็นประจำ วันไหนถูกดุมากๆเด็ก&lt;br /&gt;หญิงจะไปยืนคุยกับพวกมันเวลาที่พามันเข้าคอกแล้ว ทั้ง&lt;br /&gt;ขู่ ทั้งปลอบ ทั้งขอร้อง ทั้งหลอกล่อสารพัด บอกพวกมัน&lt;br /&gt;ว่าอย่าทำอีก พวกมันเอาแต่ยืนเฉยๆเหมือนจะรับฟัง ทำ&lt;br /&gt;ตาใสๆแป๋วๆแบ๊วๆอย่างสำนึกผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอวันรุ่งขึ้นเมื่อเด็กหญิงพามันออกไปกิน&lt;br /&gt;หญ้าข้างนอก พวกมันก็พากันวิ่งอย่างฮึกเหิมไปยังสถาน&lt;br /&gt;ที่ต้องห้ามทันที จนเด็กหญิงวิ่งตามไปขวางหน้าพวกมัน&lt;br /&gt;แทบไม่ทัน ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงก็ไม่เชื่อแววตาใสๆซื่อๆ&lt;br /&gt;อีกต่อไป สัตว์หน้าขนเชื่อไม่ได้จริง ๆ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-5382193305992488520?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/5382193305992488520/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/2.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5382193305992488520'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5382193305992488520'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/2.html' title='ตอนที่ 2 ทุ่งแห่งจินตนาการ'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00NcsxrSnI/AAAAAAAADmo/YXjhwnjX3z8/s72-c/2+Cow+and+girl.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-3223308791097106234</id><published>2010-01-09T05:22:00.013-08:00</published><updated>2010-08-06T03:17:04.663-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 3 แย่ง ฝักฉำฉา</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00ORhsoMSI/AAAAAAAADmw/05YtPD05zVk/s1600-h/3+Cow+and+Girl.bmp"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 307px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5426008820317434146" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00ORhsoMSI/AAAAAAAADmw/05YtPD05zVk/s320/3+Cow+and+Girl.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0iiruJCmYI/AAAAAAAADkw/yDL1pZFYPAw/s1600-h/03154_25.jpg"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; FLOAT: left; HEIGHT: 117px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5424764623171787138" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S0iiruJCmYI/AAAAAAAADkw/yDL1pZFYPAw/s200/03154_25.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อของเด็กหญิงสร้างคอกวัวขึ้นเอง โดยสร้างไว้&lt;br /&gt;ข้างแท็งก์น้ำใหญ่ซึ่งใช้สำหรับเก็บน้ำฝน มีห้องเล็กห้อง&lt;br /&gt;หนึ่งอยู่ภายในคอกวัวอีกที หลังคาเป็นสังกะสี ผนังเป็นไม้&lt;br /&gt;พื้นฉาบปูน พ่อเอาไว้เก็บพวกอุปกรณ์ที่ใช้ดูแลวัว เช่น&lt;br /&gt;เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมต่างๆ พ่อจะปิด&lt;br /&gt;ล็อกห้องนี้ตลอดเวลาที่พ่อไม่อยู่ จะได้เวลาเปิดก็เมื่อพ่อ&lt;br /&gt;มาทำความสะอาดหรือรีดนมวัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีเด็กหญิงก็มาด้วยเผื่อพ่อเรียกให้ช่วยหยิบ&lt;br /&gt;ของ เด็กหญิงชอบแอบเข้ามาที่ห้องเล็กนี้ รื้อโน่นดูนี่ด้วย&lt;br /&gt;ความอยากรู้อยากเห็น ห้องของพ่อมีอะไรแปลกๆเยอะ&lt;br /&gt;แต่เข้าไปไม่นานก็ต้องรีบออกมา เพราะในห้องร้อนมาก&lt;br /&gt;อีกทั้งมีกลิ่นบุหรี่อบอวล ถึงแม้เด็กหญิงไม่ชอบกลิ่นบุหรี่&lt;br /&gt;แต่ก็มาอดทนดมกลิ่นบุหรีเพื่อดูพ่อรีดนมวัว รู้สึกสนุกเวลา&lt;br /&gt;เห็นพ่อรีดนมลงในถังนม เพราะจะมีเสียงนมถูกรีดฉีดดัง&lt;br /&gt;กระทบกับถังนม เหมือนเวลาที่เราเปิดน้ำจากแท็งก์น้ำ แต่&lt;br /&gt;ว่าเป็นจังหวะสั้นๆถี่ๆ ฟังแล้วเพลิดเพลินดีไปอีกแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านหลังห้องแรกยังกั้นเป็นห้องเล็กๆอีกห้อง แต่&lt;br /&gt;เปิดโล่งไม่มีผนังไม้เหมือนห้องแรก ห้องนี้เอาไว้ตากถัง&lt;br /&gt;นมเมื่อล้างเสร็จ เอาไว้วางพวกของกินของวัว วางอุปกรณ์&lt;br /&gt;การชำระล้างต่างๆ ด้านข้างห้องเล็กห้องที่สองเป็นพื้นที่&lt;br /&gt;โล่งกว้าง พ่อสร้างซองกั้นไว้เป็นช่องทั้งหมดหกช่อง ซอง&lt;br /&gt;กั้นทำจากอะลูมิเนียมแข็ง ใช้ผูกวัวเตรียมไว้สำหรับรีดนม&lt;br /&gt;หรือฉีดยาให้วัว บางทีก็ผูกมันไว้เฉยๆเวลาฝนตก&lt;br /&gt;ที่พื้นปูนมีร่องรางน้ำแคบๆเพื่อช่วยให้ทำความ&lt;br /&gt;สะอาดคอกวัวได้ง่าย พ่อจะทำความสะอาดทุกเช้าเย็นด้วย&lt;br /&gt;การฉีดน้ำแรงๆไปที่พื้นคอกวัว โดยสูบน้ำขึ้นมาจากสระน้ำ&lt;br /&gt;ข้างๆ คอกที่เต็มไปดินโคลนและขี้วัวก็จะสะอาดเอี่ยมอ่อง&lt;br /&gt;ขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายรางน้ำข้างคอกวัวมีฉำฉาต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง&lt;br /&gt;ในตอนแรกเด็กหญิงไม่ได้สังเกตว่ามันโตขึ้นมาได้อย่างไร&lt;br /&gt;เห็นอีกทีมันก็เติบโตเป็นฉำฉาต้นใหญ่แล้ว เด็กหญิงถาม&lt;br /&gt;พ่อว่าต้นฉำฉามาขึ้นตรงนี้ได้อย่างไร พ่อเอามาปลูกหรือ&lt;br /&gt;เปล่า พ่อบอกว่าไม่ได้เอามาปลูก คงเป็นเพราะพวกวัวไป&lt;br /&gt;กินฝักฉำฉามาจากที่อื่น แล้วมันถ่ายออกมาในคอก เมื่อ&lt;br /&gt;พ่อทำความสะอาดฉีดไล่ขี้วัว เมล็ดฉำฉาคงไหลรวมกับขี้&lt;br /&gt;วัวไปตามรางน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมล็ดฉำฉาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการ&lt;br /&gt;ผลิงอก มีอุณหภูมิพอเหมาะ มีดิน มีน้ำ มีปุ๋ย ต้นฉำฉาจึง&lt;br /&gt;เจริญเติบโต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้ฟังพ่อเล่าแล้วเด็กหญิงรู้สึกแปลกใจ มันไม่น่า&lt;br /&gt;เป็นไปได้ ฝักฉำฉาที่ถูกวัวกินไปแล้ว มันก็ต้องเข้าไปอยู่&lt;br /&gt;ในท้องของวัว เมื่อถูกวัวถ่ายออกมา เมล็ดฉำฉาที่อยู่ในฝัก&lt;br /&gt;พวกนั้นกลับเจริญเติบโตได้อีก แต่เด็กหญิงก็เชื่อตามที่พ่อ&lt;br /&gt;พูด เพราะพ่อเก่งและฉลาดที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้นฉำฉามีดอกสีชมพูสวยงาม ตอนแรกฝักอ่อนมี&lt;br /&gt;สีเขียว เมื่อแก่ฝักฉำฉาจะเปลี่ยนเป็นสีดำ และกลายเป็น&lt;br /&gt;ฝักแข็ง แกะดูข้างในจะเห็นยางเหนียวหนืดสีน้ำตาลเข้ม&lt;br /&gt;รสชาติหวาน พวกวัวชอบมาก ใต้ต้นฉำฉาเป็นสถานที่&lt;br /&gt;ผ่อนคลายของบรรดาวัวทั้งหลาย นอกจากมีร่มเงากว้าง&lt;br /&gt;ขวางแล้ว ฝักฉำฉาก็ยังเป็นอาหารว่างเลิศรส เมื่อฝักฉำฉา&lt;br /&gt;เข้าไปอยู่ในปากแล้ว วัวจะยืนเคี้ยวนิ่งๆ แต่หางยังกวัด-&lt;br /&gt;แกว่งไล่แมลงวัน พวกวัวชอบทำหน้ายาวๆ ยืดคอไปด้าน&lt;br /&gt;หน้าขนานกับลำตัว ทำตาปรือ แล้วก็เคี้ยวตุ้ยๆ น้ำลาย&lt;br /&gt;ของมันแตกเป็นฟองไหลย้อยลงมา จนดูเหมือนว่ามันมี&lt;br /&gt;ความสุขมากกว่าสัตว์ชนิดไหนในโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มันก็มีความสุขได้ไม่นาน ความสุขของวัวเริ่ม&lt;br /&gt;สะดุดเมื่อลมพัดฝักฉำฉาร่วงหล่น เจ้าวัวสาวเท้ายาวๆก้าว&lt;br /&gt;เข้าหาฝักฉำฉาที่ตกลงมา กินได้แค่ตัวละฝักสองฝัก ฝัก&lt;br /&gt;อื่นๆที่หล่นลงมาพร้อมกันก็หายไปเสียแล้ว เป็นเพราะถูก&lt;br /&gt;แย่งไปโดยเด็กสองพี่น้องจอมซน ทั้งที่ฝักฉำฉาเกือบจะ&lt;br /&gt;เข้าปากพวกมันอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวคงนึกในใจว่า ทำไมเด็กสองพี่น้องต้องมา&lt;br /&gt;วิ่งไล่แย่งเก็บฝักฉำฉาของมันด้วย พวกมันมองดูเด็กๆ ทำ&lt;br /&gt;ท่าเหมือนจะค้อน เก็บฝักฉำฉาได้เต็มถุงพลาสติกถุงใหญ่&lt;br /&gt;ก็เป็นที่สะใจของเด็กทั้งสอง พากันเต้นท่าประหลาดล้อ&lt;br /&gt;เลียนพวกวัว ล้อว่ามันเดินมาเก็บกินไม่ทันพวกตน&lt;br /&gt;ที่ทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะความสะใจที่ได้แกล้งพวก&lt;br /&gt;วัวอย่างเดียว และไม่ใช่เพราะจะเอามากินเอง ถึงแม้ว่าฝัก&lt;br /&gt;ฉำฉาจะมีกลิ่นและรสหอมหวานก็เถอะ แต่เป็นเพราะยาย&lt;br /&gt;สอนให้เก็บฝักฉำฉาไว้ เผื่อในฤดูที่ไม่มีฝักฉำฉาออก หรือ&lt;br /&gt;ตอนที่พวกวัวออกไปไหนไม่ได้ จะได้นำฝักฉำฉาที่กักตุน&lt;br /&gt;ไว้ออกมาให้วัวกินเป็นอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวจะเข้าใจไหมนะ ที่เด็กหญิงกับน้องชายทำ&lt;br /&gt;ลงไปก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกมันเองนั่นแหละ&lt;br /&gt;พวกวัวเก็บสะสมของกินเหมือนกับคนไม่ได้ มัน&lt;br /&gt;ไม่มีมือจะใช้เก็บรวบรวม ถ้ามันจะเก็บสะสมฉำฉารวบ-&lt;br /&gt;รวมเอาไว้ในปาก รสชาติของฝักฉำฉาที่มันรับรู้ก็อาจเย้า-&lt;br /&gt;ยวนเกินห้ามใจ จนทำให้ต้องเคี้ยวกลืน รู้ตัวอีกทีฝักฉำฉา&lt;br /&gt;คงไปอยู่ในท้องของมันแล้ว และพวกวัวเองคงไม่รู้ว่าจะ&lt;br /&gt;ต้องเอาฝักฉำฉาเก็บไว้ในที่แห้งๆ ป้องกันพวกแมลงเข้าไป&lt;br /&gt;เจาะ หรือถูกย่อยสลายปนไปกับดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือถ้าหากพวกวัวรู้ว่าต้องเก็บสะสมอาหาร คนเรา&lt;br /&gt;ก็อาจไม่สามารถแสวงหาประโยชน์จากพวกวัวได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;เพราะจะกลายเป็นว่ามันฉลาดเท่าๆกับคน แต่เป็นเพราะ&lt;br /&gt;มนุษย์ฉลาดกว่า จึงต้องช่วยคิดและดูแลสัตว์อื่น เพื่อให้&lt;br /&gt;พวกมันมีอาหารการกินสมบูรณ์&lt;br /&gt;ก็เหมือนที่เด็กหญิงกับน้องทำอย่างไรล่ะ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-3223308791097106234?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/3223308791097106234/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/3.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3223308791097106234'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3223308791097106234'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/3.html' title='ตอนที่ 3 แย่ง ฝักฉำฉา'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00ORhsoMSI/AAAAAAAADmw/05YtPD05zVk/s72-c/3+Cow+and+Girl.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-238657694731830210</id><published>2010-01-09T05:22:00.011-08:00</published><updated>2010-08-06T03:21:28.688-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 4 หัวหน้าแก๊ง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00PIySP26I/AAAAAAAADm4/zZKa8cIsilc/s1600-h/4+Cow+and+Girl.bmp"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 308px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5426009769662995362" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00PIySP26I/AAAAAAAADm4/zZKa8cIsilc/s320/4+Cow+and+Girl.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัวที่พ่อของเด็กหญิงตัวน้อยเลี้ยงไว้เป็นวัวนม มี&lt;br /&gt;ทั้งหมดห้าตัวด้วยกัน คือเจ้าฮัลเลย์ - วัวสีดำปนขาวตัว&lt;br /&gt;ใหญ่ที่สุดในฝูง พ่อซื้อมาตอนที่มันสามารถให้นมได้แล้ว&lt;br /&gt;เจ้าปุย - วัวขนสีดำสนิท มีขนปุยหยิกบนหัวของมัน มีนิสัย&lt;br /&gt;ดุร้าย ขี้หงุดหงิด เจ้าใหญ่ - วัวที่มีลักษณะคล้ายเจ้าฮัลเลย์&lt;br /&gt;คือมีสีดำปนขาว กลางหัวมีขนสีขาวด่างๆ ท้องของมันใหญ่&lt;br /&gt;เพราะมันชอบกินเป็นที่สุด เจ้าแหลม - วัวสีน้ำตาลปนขาว&lt;br /&gt;เป็นวัววัยรุ่น คึกคะนอง มันชอบวิ่ง ชอบกระโดดเตะอากาศ&lt;br /&gt;เด็กหญิงไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ มันมักดื้อ เล่นอะไรแรงๆ&lt;br /&gt;ส่วนตัวสุดท้ายคือเจ้าทึ่ม - วัวอายุใกล้เคียงกับเจ้าแหลม&lt;br /&gt;พ่อซื้อมาพร้อมเจ้าแหลม มันจึงเป็นคู่หูกัน เจ้าทึ่มเป็นวัวสี&lt;br /&gt;ดำปนขาว มีรูปหัวใจอยู่บนหัว พวกมันทั้งหมดเป็นวัวตัว&lt;br /&gt;เมียที่พ่อเลี้ยงไว้รีดนมส่งสหกรณ์โคนมใกล้บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกเช้าพ่อต้องตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสี่ ตอนเย็นพ่อมาที่&lt;br /&gt;คอกวัวตั้งแต่บ่ายสามโมง เพื่อมารีดนมวัว รวมถึงล้างคอก&lt;br /&gt;วัวและอาบน้ำให้วัว โดยเฉพาะถ้าตัวไหนเพิ่งคลอดลูก พ่อ&lt;br /&gt;จะดูแลมันเป็นพิเศษ เพราะนมมันจะเป่งมาก ถ้าไม่รีดนม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออก วัวจะเจ็บ เรื่องนี้เป็นกลไกธรรมชาติอยู่แล้ว แม่วัว&lt;br /&gt;ต้องผลิตน้ำนมมาเลี้ยงลูก แต่จะว่าไปพวกวัวนมก็น่าสง&lt;br /&gt;สารอยู่เหมือนกัน นมของพวกมันไม่ได้ใช้สำหรับเลี้ยงลูก&lt;br /&gt;ที่คลอดออกมา แต่มีไว้ให้คนที่เลี้ยงมันรีดไปขาย และนำ&lt;br /&gt;เงินที่ได้ไปเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับดูแลพวกวัว และเลี้ยงดู&lt;br /&gt;คนในครอบครัวอีกต่อหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวมีหัวหน้าแก๊งทำหน้าที่ควบคุมทั้งฝูง มัน&lt;br /&gt;คือเจ้าฮัลเลย์ เจ้าตัวนี้เป็นวัวที่สุขุม นิ่งๆ มันชอบทำตัว&lt;br /&gt;เป็นจ่าฝูง เป็นวัวตัวแรกที่ออกจากคอกและเข้าคอก วิธี&lt;br /&gt;การควบคุมฝูงวัวของเด็กๆอย่างเด็กหญิงกับน้องชายคือ&lt;br /&gt;ต้องประกบเจ้าตัวจ่าฝูง ถ้าต้องการให้พวกวัวเดินไปทาง&lt;br /&gt;ไหน ก็จะไปตีก้นเจ้าฮัลเลย์ให้มันเดินก่อน ตัวอื่นๆจะเดิน&lt;br /&gt;ตาม ถ้าไปตีให้วัวตัวอื่นเดินก่อนมักจะไม่ได้ผล เพราะ&lt;br /&gt;เจ้าตัวที่ถูกตีไม่ค่อยเดินไปตามทิศทางที่ต้องการ มันจะ&lt;br /&gt;เดินวนไปวนมารอบๆฝูง ตีไปก็เจ็บมือเปล่าๆ เจ้าตัวที่ถูก&lt;br /&gt;ตีก็เจ็บก้นฟรีด้วย พวกมันยึดมั่นในลำดับชั้นมาก เหตุที่&lt;br /&gt;เจ้าฮัลเลย์ได้เป็นหัวหน้าแก๊งอาจเป็นเพราะว่ามันเป็นวัว&lt;br /&gt;ตัวแรกที่พ่อซื้อมา มันตัวใหญ่ที่สุดในฝูง และแก่ที่สุดใน&lt;br /&gt;กลุ่ม ก็คงไม่แปลกที่วัวทุกตัวจะเกรงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งเด็กหญิงเคยเห็นเจ้าฮัลเลย์แสดงถึงความ&lt;br /&gt;ยิ่งใหญ่ในฝูงด้วยการวิ่งไล่เจ้าปุย ไม่รู้ว่าเจ้าปุยไปทำอะไร&lt;br /&gt;ให้เจ้าฮัลเลย์ขัดเคืองใจ ก่อนที่เจ้าฮัลเลย์จะวิ่งไล่ มันยืน&lt;br /&gt;จ้องเจ้าปุยเขม็ง ส่วนเจ้าปุยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ เจ้าฮัลเลย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยวิ่งไล่ เมื่อถูกชนเข้าไปหนึ่งทีเท่านั้น เห็นเจ้าปุยตา&lt;br /&gt;เหลือกวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเลยทีเดียว ตั้งแต่นั้นเจ้าปุยก็สงบ&lt;br /&gt;เสงี่ยมเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าฮัลเลย์ และดูเหมือนว่าจะเป็น&lt;br /&gt;องครักษ์พิทักษ์บัลลังก์เจ้าฮัลเลย์ หากมีวัวในฝูงตัวใดดื้อ&lt;br /&gt;เจ้าปุยจะจัดการวัวดื้อให้อยู่ในอาณัติ โดยไม่ต้องให้ถึงมือ&lt;br /&gt;เจ้าฮัลเลย์เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่โรงเรียน...เด็กหญิงไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊ง เพราะ&lt;br /&gt;มีอุปสรรคตรงที่มีคู่อริอ้วนผอมซึ่งมักทำให้เด็กหญิงเสีย&lt;br /&gt;อารมณ์เสมอ คนหนึ่งชื่อว่าหย่อม ที่มาของชื่ออาจเป็น&lt;br /&gt;เพราะผมของเด็กคนนี้ขึ้นเป็นหย่อมๆก็เป็นได้ แต่เด็ก&lt;br /&gt;หญิงชอบแกล้งเรียกมันว่าไอ้ปลาจ่อมมากกว่า เด็กชาย&lt;br /&gt;หย่อมเข้าคู่กับเด็กชายตัวสูงยาวอีกคนชื่อว่าแขก เพราะ&lt;br /&gt;มันตัวสูงและผิวดำ เด็กหญิงชอบแกล้งเรียกมันว่าไอ้แขก&lt;br /&gt;ตี้ ที่เด็กหญิงแค้นใจนักก็เพราะว่ามันชอบมาแกล้ง ชอบ&lt;br /&gt;ล้อเลียนในความดำและความเตี้ยของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่น่าโมโหไปกว่านั้น พวกมันแต่งเพลงขึ้นเพื่อล้อ&lt;br /&gt;เด็กหญิงโดยเฉพาะ มีเนื้อร้องว่า “เตี้ยหมาตื่น กลางคืน&lt;br /&gt;หมาหอน เตี้ยไม่นอน หมาหอนทั้งคืน” และบางทีพวกมัน&lt;br /&gt;ก็ชอบพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “อีดำตับเป็ด” โดยเฉพาะเวลาที่&lt;br /&gt;เด็กหญิงเดินผ่านพวกมัน แต่ด้วยพวกมันมีกันสองคนสอง&lt;br /&gt;ปาก เด็กหญิงมีปากเดียว จึงมักต่อล้อต่อเถียงสู้ไม่ได้ บ่อย&lt;br /&gt;ครั้งที่เด็กหญิงตอบโต้กับพวกมันจนเสียแหบเสียงแห้ง สุด&lt;br /&gt;ท้ายต้องยอมเดินหนีไปเองด้วยความแค้นใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีครั้งหนึ่งในชั่วโมงงานบ้าน เด็กๆต้องปลูกผักสวน&lt;br /&gt;ครัว เด็กหญิงกำลังขุดดินอยู่เพลินๆ หลังจากที่เจ้าตัวแสบ&lt;br /&gt;สองคนนั้นเอาไส้เดือนไปเที่ยวหลอกคนอื่นจนสาแก่ใจ&lt;br /&gt;แล้ว เมื่อเด็กหญิงเผลอ พวกมันเข้ามาใกล้ๆแล้วแบมือใส่&lt;br /&gt;หน้า ด้วยความตกใจไม่รู้ว่าพวกมันยื่นอะไรมาให้ดู เด็ก&lt;br /&gt;หญิงร้องกรี๊ดเสียงดัง พวกมันสองคนหัวเราะชอบใจกัน&lt;br /&gt;ใหญ่ เธอทั้งโกรธและอายที่เผลอร้องเสียงดัง คิดในใจว่า&lt;br /&gt;ต้องฟ้องครูแน่นอน พวกเด็กเกเรจะได้ถูกทำโทษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงไปฟ้องครูตามที่คิด แล้วก็ได้ผล คราวนี้&lt;br /&gt;ความตกใจทำให้เด็กหญิงมีน้ำตาคลอนิดหน่อย เธอยัง&lt;br /&gt;แกล้งบีบน้ำตาเหมือนหวาดกลัวเต็มที่ ครูรีบเรียกเจ้าสอง&lt;br /&gt;คนนั้นมาพบและทำโทษ พร้อมบอกให้สัญญาว่าจะไม่&lt;br /&gt;แกล้งเด็กหญิงอีก ตั้งแต่นั้นถ้าพวกเด็กเกเรทำท่าจะแกล้ง&lt;br /&gt;เด็กหญิง เธอก็แค่พูดว่า อย่านะ...เดี๋ยวฟ้องครูเลย นั่นคือ&lt;br /&gt;ไม้ตายที่ช่วยหยุดพฤติกรรมของพวกเด็กเกเรอย่างได้ผล&lt;br /&gt;สาเหตุที่เด็กหญิงไม่ได้เป็นหัวหน้าชั้นอาจเป็น&lt;br /&gt;เพราะว่า เธออายุน้อยที่สุดและตัวเล็กที่สุดในชั้นด้วย แม้&lt;br /&gt;ว่าเวลาเข้าแถวเธอจะอยู่ด้านหน้าสุด อีกทั้งเสียงดังที่สุด&lt;br /&gt;ในชั้นก็เถอะ ยังต้องมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้เป็นหัว&lt;br /&gt;หน้าแก๊งได้ แต่ถึงไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งในชั้นเรียน เด็ก&lt;br /&gt;หญิงยังได้เป็นหัวหน้าแก๊งเด็กเลี้ยงวัว เพราะแก๊งเด็ก&lt;br /&gt;เลี้ยงวัวมีแค่ตัวเธอกับน้องชายเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าตำแหน่งหัวหน้าแก๊งย่อมตกเป็นของ&lt;br /&gt;เด็กหญิงซึ่งแก่กว่า โตกว่า และเสียงดังกว่า&lt;br /&gt;บางทีก็มีเพื่อนน้องชายมาเล่นด้วย หรือมีเด็กเล็กๆ&lt;br /&gt;มาเล่นกับเด็กหญิงระหว่างที่เฝ้าวัวไปด้วย หัวหน้าแก๊ง&lt;br /&gt;อย่างเด็กหญิงสามารถสั่งให้เด็กๆในกลุ่มช่วยดูวัว ขณะที่&lt;br /&gt;เธอสนใจกับการเล่น แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรื่อง เด็กคนอื่นๆ&lt;br /&gt;ก็ห่วงเล่นเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเป็นหัวหน้าแก๊งในกลุ่มเด็กเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย&lt;br /&gt;อย่างที่คิด ต้องสรรหาของเล่นหรือต้องหาเกมต่างๆมาให้&lt;br /&gt;เด็กในกลุ่มเล่น ไม่ว่าจะเป็นมอญซ่อนผ้า หมากเก็บ ตี่จับ&lt;br /&gt;ซ่อนแอบ บางทีก็ต้องเป็นคนตั้งกติกา ต้องทำโทษหาก&lt;br /&gt;ใครแพ้ เป็นคนตัดสินหากมีกรณีขัดแย้งของเด็กในกลุ่ม&lt;br /&gt;เป็นคนที่ต้องใช้เสียงมากที่สุด แล้วยังต้องเป็นคนแก้ปัญ-&lt;br /&gt;หาที่เกิดขึ้นมา ซึ่งบางครั้งการกระทำของเด็กหญิงก็ไม่ได้&lt;br /&gt;ถูกใจเด็กทุกคน แต่เด็กเล็กๆก็ต้องยอมเพราะกลัวไม่ได้&lt;br /&gt;เล่นในกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีใครกล้าขัดใจหัวหน้าแก๊งหรอก...&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-238657694731830210?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/238657694731830210/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/4.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/238657694731830210'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/238657694731830210'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/4.html' title='ตอนที่ 4 หัวหน้าแก๊ง'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00PIySP26I/AAAAAAAADm4/zZKa8cIsilc/s72-c/4+Cow+and+Girl.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7287438770441773787</id><published>2010-01-09T05:22:00.009-08:00</published><updated>2010-08-06T03:25:26.070-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 5 หมาเลี้ยงวัว</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00QAHEqtTI/AAAAAAAADnA/YPdkrr19ocs/s1600-h/5+cow+and+girl.bmp"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 284px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5426010720135984434" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00QAHEqtTI/AAAAAAAADnA/YPdkrr19ocs/s320/5+cow+and+girl.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่ำคืนวันหนึ่งขณะเด็กหญิงกำลังนอนหลับอยู่ชั้น&lt;br /&gt;บนของบ้าน เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากชั้น&lt;br /&gt;ล่างเบาๆ ดังได้สักพักทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ เด็ก&lt;br /&gt;หญิงไม่ได้สนใจอะไร ถึงตอนเช้าเด็กหญิงถึงได้รู้ว่าอะไร&lt;br /&gt;เป็นที่มาของเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าถัดมานั้นน้องชายตัวดีหลบหายไปไม่ยอมมา&lt;br /&gt;ล้างจานตามเวรที่ได้รับมอบหมาย เด็กหญิงเดินตามหาจน&lt;br /&gt;ทั่ว แล้วเธอก็เห็นน้องแวบๆตรงมุมบ้าน เธอรีบเดินไปหา&lt;br /&gt;เพื่อถามว่าทำไมยังไม่ยอมล้างจาน เพราะถ้าน้องชายไม่&lt;br /&gt;ทำ เด็กหญิงอาจโดนหางเลขเรื่องนี้ไปด้วย&lt;br /&gt;แต่ก่อนที่เด็กหญิงจะทันได้พูดอะไร ก็เห็นเจ้าน้อง&lt;br /&gt;ชายกำลังอุ้มลูกหมาอยู่ ข้างๆมีแม่หมาแปลกหน้าหันมา&lt;br /&gt;ขู่เด็กหญิงไม่ให้เข้าใกล้ จำได้ว่าเจ้าแม่หมาตัวนี้เป็นตัวที่&lt;br /&gt;น้องชายให้อาหารอยู่บ่อยๆ มันเป็นหมาจรจัด เธอไม่ได้พบ&lt;br /&gt;เจอมันหลายสัปดาห์แล้วเหมือนกัน หลังจากช่วงที่ผ่านมา&lt;br /&gt;เห็นมันท้องป่องๆ เดินไปเดินมาอยู่แถวหน้าร้านขายของ&lt;br /&gt;วันนี้เจออีกทีก็คาบลูกหมามาไว้ที่บ้านตั้งห้าตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงเริ่มเสียงดังด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นลูกหมาขน&lt;br /&gt;ปุยน่ารัก พวกมันยังไม่ลืมตา สักพักพ่อก็เข้ามาดู อมยิ้ม&lt;br /&gt;อุ้มชูลูกหมาเหล่านั้นพร้อมยิ้มร่า พ่อชอบใจนักเวลามีสัตว์&lt;br /&gt;อะไรมาเกิดที่บ้าน พ่อบอกว่าจะทำให้ได้ลาภ ถูกหวย ตอน&lt;br /&gt;บ่ายวันนั้นเป็นวันหวยออกพอดี ช่างเป็นฤกษ์ดี เย็นนี้คง&lt;br /&gt;จะถูกหวยสักตัวสองตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าน้องชายหวงลูกหมานักหนา โดยเฉพาะเจ้าตัวสี&lt;br /&gt;น้ำตาลขนปุกปุย เด็กชายตั้งชื่อมันว่าไอ้หมี เด็กหญิงอยาก&lt;br /&gt;มีลูกหมาที่ตัวเองเป็นคนดูแลบ้าง แต่มองไปที่ตัวอื่นๆก็&lt;br /&gt;เห็นแต่ผอมกรอด ไม่น่ารักเท่าลูกหมาตัวที่น้องชายอุ้มอยู่&lt;br /&gt;จึงอยากจะอุ้มกอดเจ้าตัวโปรดของน้องชาย แต่เด็กชายก็&lt;br /&gt;ไม่ให้ ถึงแม้เด็กหญิงไม่พอใจ เธอก็จำต้องหันไปอุ้มลูก&lt;br /&gt;หมาตัวอื่น พอมองดูดีๆแล้วก็พบว่า ลูกหมาเกิดใหม่หน้า&lt;br /&gt;ตาไร้เดียงสาน่ารักน่าอุ้มเหมือนๆกันทุกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันถัดมาหลังกลับจากโรงเรียน เด็กหญิงเด็กชาย&lt;br /&gt;สองพี่น้องรีบมาดูในลังกระดาษที่แม่หมาคาบลูกมาใส่ไว้&lt;br /&gt;ปรากฎว่าลูกหมาหายไปทั้งหมด เจ้าน้องชายดูกังวลใจ รีบ&lt;br /&gt;ออกตามหา แล้วก็ไปเจอแม่หมากับลูกหมาในท่อน้ำข้าง&lt;br /&gt;บ้าน แม่หมาคงกลัวคนที่มาเยี่ยมชมลูกๆของมัน เลยไม่&lt;br /&gt;ยอมอยู่ที่เก่า พ่อกับน้องชายต้องนำลังกระดาษมาวางทำ&lt;br /&gt;เป็นที่พักให้ ใช้เศษผ้าขี้ริ้ววางก้นลัง ดูเหมือนว่าแม่หมา&lt;br /&gt;และลูกหมาชอบใจที่ได้บ้านอุ่นอยู่สบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายั้วเยี้ยเต็มบ้านแน่ หากชาวบ้านคนไหนอยากเอาไป&lt;br /&gt;เลี้ยงก็จะให้ไปบ้าง น้องชายไม่พอใจเพราะไม่อยากให้ลูก&lt;br /&gt;หมากับใคร โดยเฉพาะเจ้าหมาอ้วนปุยขนสีน้ำตาลชื่อ หมี&lt;br /&gt;น้องชายรักมากจนแทบจะอุ้มกันขึ้นไปบนบ้านทีเดียว&lt;br /&gt;แต่แม่ไม่อนุญาตให้เอาลูกหมาเข้าบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งพ่อและน้องชายเป็นคนรักสัตว์ น้องชายกับพ่อ&lt;br /&gt;ช่วยกันผลัดมาดูแล จนลูกหมาลืมตาก็มีคนมาขอไปเลี้ยง&lt;br /&gt;เหลือเจ้าหมีตัวเดียวที่น้องชายไม่ยอมให้ น้องชายบอกว่า&lt;br /&gt;จะเลี้ยงไว้สอนให้มันเลี้ยงวัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันน้องชายจะอุ้มเจ้าหมีไปเลี้ยงวัวด้วย ประคบ&lt;br /&gt;ประหงมจนมันอ้วนพี จนวันหนึ่งเจ้าหมีมันเดินออกไปเล่น&lt;br /&gt;ที่ถนนกับแม่ของมัน แล้วมันก็ถูกรถชนตาย น้องชายเสีย&lt;br /&gt;ใจมาก ร้องไห้โฮน่าสงสาร ส่วนเด็กหญิงเห็นน้องชายร้อง&lt;br /&gt;ไห้อย่างนั้นก็ร้องไห้ตาม เธอเสียดายเจ้าลูกหมาชื่อหมีไม่&lt;br /&gt;น้อยเหมือนกัน มันเป็นหมาฉลาด น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ&lt;br /&gt;พ่อขุดหลุมฝังร่างเจ้าหมีไว้หลังเล้าไก่ น้องชายและ&lt;br /&gt;เด็กหญิงตามไปช่วยด้วย เมื่อฝังเสร็จพ่อนั่งมองอยู่สักพัก&lt;br /&gt;แล้วบอกว่าฝังเอาไว้ใกล้บ้านเผื่อเจ้าหมีจะได้ดูแลป้องกัน&lt;br /&gt;ขโมย เด็กหญิงขนลุกขึ้นมาทันที ถึงมันจะเป็นหมาขนปุย&lt;br /&gt;น่ารัก แต่ถ้ามันเป็นผีหมา แล้วสามารถไล่โจรได้จริงๆ เด็ก&lt;br /&gt;หญิงก็คงจะกลัวอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นมีลมพัดใบมะม่วงสีเขียวแก่ขยับไหวๆดู&lt;br /&gt;คล้ายระลอกคลื่น ผสานกับเสียงต้นไผ่สูงเสียดสีกันดัง&lt;br /&gt;พวกผู้ใหญ่คุยกันว่า ถ้าปล่อยให้พวกมันโตคงมี&lt;br /&gt;เอียดอาด ช่างได้อารมณ์ชวนขนลุกจริงๆ คิดได้เท่านั้นเด็ก&lt;br /&gt;หญิงก็วิ่งนำหน้ากลับบ้านไปก่อนใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปไม่นานนัก วันหนึ่งมีหมาหลงตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;ผ่านมา มันถูกหมาบ้านตรงข้ามเห่า หมาของเพื่อนบ้านมี&lt;br /&gt;กันหลายตัว กระโดดเข้าใส่ทำท่าจะรุมกัดหมาหลง เจ้าตัว&lt;br /&gt;นั้นตกใจกลัว วิ่งมุดเข้าไปใต้โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าร้าน พ่อ&lt;br /&gt;รีบออกไปไล่หมาของเพื่อนบ้านไป ส่วนเจ้าหมาตัวนั้นมี&lt;br /&gt;อาการกลัวมาก พ่อพยายามไล่มันให้ออกไปด้วย แต่ไล่&lt;br /&gt;อย่างไรมันก็ไม่ยอมออก เอาน้ำสาดก็แล้ว เอาไม้ตีมันก็&lt;br /&gt;กัดไม้ไว้ไม่ให้พ่อตี พ่อเลยเอาอาหารมาให้กันกินแทน มัน&lt;br /&gt;กลัวมาก ตอนแรกแค่ดมๆอาหาร แต่สักพักก็ยอมกิน&lt;br /&gt;เด็กหญิงสังเกตว่า เวลาหมามีอาการหวาดกลัวหาง&lt;br /&gt;ของมันจะตกลู่ สายตาส่ายลอกแลกดูหวาดระแวงตลอด&lt;br /&gt;เวลา นั่นคือครั้งแรกที่พวกเธอเจอมัน ตอนนี้เจ้าหมาหลง&lt;br /&gt;กลายเป็นหมาของบ้านเธอไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าหมาหลงตัวที่ว่านี้มีสีครีม ขนสั้น เป็นหมาไทย&lt;br /&gt;หน้าตาดี ดูท่าว่าจะเป็นหมามีเจ้าของมาก่อน มันฉลาดมาก&lt;br /&gt;สามารถสวัสดีได้ ยิ้มได้ โดยเอาหูลู่ไปด้านหลัง ทำปาก&lt;br /&gt;กว้างๆและทำตาเล็กๆ สามารถยืนสองขาได้นานๆ กระโดด&lt;br /&gt;งับอาหารที่โยนให้ได้ พ่อตั้งชื่อให้มันว่าไอ้หลง เนื่องจาก&lt;br /&gt;มันหลงมา มันชอบตามพ่อเข้าสวนไปดูแลวัว และที่สำคัญ&lt;br /&gt;...มันชอบตามไปเลี้ยงวัว น้องชายชอบมาก แม้วันไหนไม่&lt;br /&gt;มีเพื่อนมา น้องชายก็เล่นกับไอ้หลงได้&lt;br /&gt;ในที่สุดก็มีหมาเลี้ยงวัวประจำฟาร์มแล้ว แม้จะไม่&lt;br /&gt;ใช่เจ้าหมีเหมือนที่น้องของเด็กหญิงเคยตั้งใจไว้ก็ตาม&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7287438770441773787?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7287438770441773787/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/5.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7287438770441773787'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7287438770441773787'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/5.html' title='ตอนที่ 5 หมาเลี้ยงวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00QAHEqtTI/AAAAAAAADnA/YPdkrr19ocs/s72-c/5+cow+and+girl.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-2336950990099618817</id><published>2010-01-09T05:22:00.007-08:00</published><updated>2010-08-06T03:30:08.419-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 6 เจ้าดอกคูณ</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00RoGluBKI/AAAAAAAADnI/XnpdsXnLZss/s1600-h/6+Cow+and+Girl.bmp"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; DISPLAY: block; HEIGHT: 283px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5426012506712573090" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00RoGluBKI/AAAAAAAADnI/XnpdsXnLZss/s320/6+Cow+and+Girl.bmp" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังกลับจากโรงเรียน เด็กหญิงเตรียมตัวไปเลี้ยง&lt;br /&gt;วัวเหมือนอย่างเคย เมื่อวิ่งเข้าไปใกล้คอกวัว เด็กหญิง&lt;br /&gt;แทบกระโดดตัวลอย เพราะเห็นพ่อกำลังดูแลเจ้าวัวตัวเล็ก&lt;br /&gt;ตัวหนึ่ง ขนของมันเป็นสีน้ำตาลเงาวับไปทั้งตัว เจ้าวัวตัว&lt;br /&gt;เล็กตัวนี้เป็นวัวตัวแรกที่ซื้อมาเลี้ยงตั้งแต่มันเพิ่งคลอด&lt;br /&gt;มันยังกินนมในถังไม่เป็น เมื่อเห็นและได้กลิ่นนม มันรีบ&lt;br /&gt;เอาหัวจุ่มลงไปในถัง แต่มันไม่รู้จักวิธีกิน ทุกครั้งที่เอา&lt;br /&gt;หัวจุ่มลงไปในถัง มันต้องรีบเงยหัวขึ้นมาเพราะสำลักนม&lt;br /&gt;ทุกทีไป พวกเด็กๆมองดูพร้อมกับเอาใจช่วย&lt;br /&gt;แต่ไม่นานพ่อก็หาวิธีให้มันกินนมได้สำเร็จ ด้วยการ&lt;br /&gt;ให้นิ้วชี้และนิ้วกลางสอดเข้าไปในปากของมัน แล้วดันหัว&lt;br /&gt;มันกดลงไปในถังนมที่ชงไว้แล้ว มันก็จะดูดนมจากมือของ&lt;br /&gt;พ่อ คงเป็นสัญชาติญาณที่มันต้องดูดนม ในตอนแรกมันคง&lt;br /&gt;แปลกใจว่าทำไมนมถึงไม่ออกมาซักที ก็เลยดำๆทิ่มๆกระ-&lt;br /&gt;แป๋งนมจนหัวปูดหัวโน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงกับน้องอยากลองให้นมเจ้าวัวตัวเล็กเอง&lt;br /&gt;บ้าง พ่อจึงให้ทั้งสองลองดู ครั้งแรกที่ได้ลอง วัวน้อยดูดมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของเด็กหญิงจนแทบจะเข้าไปในปากของมันทั้งมือ มันดูด&lt;br /&gt;แรงมาก ตอนแรกๆก็กลัวว่ามันจะกัด แต่ว่ามันยังไม่มีฟัน&lt;br /&gt;มีเพียงเหงือกลื่นๆ เด็กหญิงรู้สึกรักและเอ็นดูสมาชิกใหม่&lt;br /&gt;ตัวนี้มาก เและน้องชายก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันที่ได้ดูแลวัวน้อย&lt;br /&gt;เด็กหญิงรีบถามชื่อของมัน พ่อบอกจะตั้งชื่อให้มัน&lt;br /&gt;ว่าดอกคูน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกคูนกำลังเบ่งบาน&lt;br /&gt;เหลืองสะพรั่งเต็มต้น โดยเฉพาะต้นที่อยู่ใกล้คอกวัว ทุก&lt;br /&gt;วันเมื่อกลับมาจากโรงเรียน สิ่งแรกที่เด็กหญิงทำคือวิ่งไป&lt;br /&gt;ที่คอกวัวและเล่นกับเจ้าดอกคูนอย่างสนุกสนาน ช่วงแรก&lt;br /&gt;มันยังไปไหนมาไหนกับฝูงไม่ได้เพราะตัวเล็กเกินไป&lt;br /&gt;เด็กหญิงกับน้องชายหัดให้เจ้าดอกคูนกินหญ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามหาหญ้าอ่อนๆมาป้อนให้มัน มันก็กินด้วยความ&lt;br /&gt;เต็มใจ ถึงแม้คราวแรกเหมือนจะไม่เข้าใจว่าเด็กๆพยายาม&lt;br /&gt;ทำอะไร แต่มันก็งับหญ้าจนได้ ในตอนที่มันหัดกินหญ้าคำ&lt;br /&gt;แรก แววตาของเจ้าดอกคูนเป็นประกาย เหมือนกับว่ามัน&lt;br /&gt;ได้ค้นพบอะไรสักอย่าง มันคงรู้สึกคล้ายกับเด็กๆตอนที่ได้&lt;br /&gt;ของเล่นชิ้นใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกวัวน้อยโตเร็วมาก เด็กหญิงนึกเปรียบเทียบกับ&lt;br /&gt;คน คนเรากว่าจะโตจนเดินได้ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ แต่เจ้า&lt;br /&gt;วัวน้อยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคลอดออกมาก็ลุกยืน&lt;br /&gt;ได้แล้ว นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มอบ&lt;br /&gt;ของขวัญให้สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดแตกต่างกันไป&lt;br /&gt;เจ้าดอกคูนวัวตัวโปรดของเด็กหญิงเป็นวัวกำพร้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพศเมีย พ่อซื้อมันมาตอนที่มันยังเล็ก ชีวิตของวัวนมน่า&lt;br /&gt;สงสาร เมื่อลูกวัวคลอดออกมา หากเป็นตัวเมีย มันจะถูก&lt;br /&gt;เลี้ยงเอาไว้รีดนม แต่หากเป็นตัวผู้ ถ้าไม่ใช่ว่าลูกวัวที่เกิด&lt;br /&gt;จากพ่อวัวพันธุ์ดีละก็ อาจถูกเชือดได้ง่ายๆ ที่เจ้าดอกคูน&lt;br /&gt;รอดมาได้เพราะมันเป็นตัวเมียนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเจ้าดอกคูนโตพอจะออกไปข้างนอกกับฝูงครั้ง&lt;br /&gt;แรก มันแทบจะบินลอยตัวออกไป มันกระโดดโลดเต้น&lt;br /&gt;ดีใจจนออกนอกหน้า เจ้าดอกคูนนี่ช่างไม่รู้จักเก็บอาการดี&lt;br /&gt;ใจบ้างเลย เด็กหญิงรู้สึกรักเจ้าดอกคูนมากขึ้นทุกวัน เธอ&lt;br /&gt;กับน้องวิ่งเล่นกับมันอย่างสนุกสนาน บางครั้งวัวน้อยกระ&lt;br /&gt;โดดเหยียบเท้าเด็กๆ แต่ก็ไม่เจ็บมาก ร้องโอ๊ยๆสองสามที&lt;br /&gt;ก็หายแล้ว เพราะเจ้าดอกคูนยังตัวเล็กอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นดูเจ้าดอกคูนจะร่าเริงและแข็งแรงมาก ถึง&lt;br /&gt;แม้มันจะดื้อไม่ค่อยยอมฟังคำสั่ง แต่มันก็เป็นวัวตัวโปรด&lt;br /&gt;ของเด็กทั้งสองเป็นที่สุด&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-2336950990099618817?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/2336950990099618817/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/6.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/2336950990099618817'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/2336950990099618817'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/6.html' title='ตอนที่ 6 เจ้าดอกคูณ'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S00RoGluBKI/AAAAAAAADnI/XnpdsXnLZss/s72-c/6+Cow+and+Girl.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-5562679907680450302</id><published>2010-01-09T05:22:00.005-08:00</published><updated>2010-08-06T03:52:32.923-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 7 กองฝางมหาสนุก</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvpVF43NgI/AAAAAAAAD4w/trWeAlRoWGs/s1600/07+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; DISPLAY: block; HEIGHT: 178px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5502247918330394114" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvpVF43NgI/AAAAAAAAD4w/trWeAlRoWGs/s200/07+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;มีรถคันใหญ่แล่นมาจอดหน้าบ้านในบ่ายวันหยุด&lt;br /&gt;เด็กหญิงวิ่งออกไปดู เห็นรถบรรทุกซึ่งบรรทุกฟางสูงเกือบ&lt;br /&gt;ถึงความสูงของเสาไฟฟ้า ฟางถูกมัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืน-&lt;br /&gt;ผ้าวางซ้อนกันเป็นตับอยู่บนรถบรรทุกนั่น ขณะที่เด็กหญิง&lt;br /&gt;ยืนมอง คนขับรถก็ลงไปคุยกับพ่อที่เดินออกมาหาพอดี&lt;br /&gt;พ่อบอกกับคนขับว่าให้ถอยรถเข้าไปจอดในสวนเพื่อที่จะ&lt;br /&gt;เอาฟางทั้งหมดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงต้นมะพร้าวต้นใหญ่ พ่อบอกให้เอาฟางลง&lt;br /&gt;บริเวณนั้น คนขับรถและเพื่อนคนงานที่มาด้วยช่วยกันเอา&lt;br /&gt;ฟางลงจากคันรถ รถส่งฟางกลับไปแล้วพ่อก็ตัดเชือกที่มัด&lt;br /&gt;ฟางออกหลายมัด จากนั้นพ่อใช้ส้อมยักษ์คุ้ยให้ฟางขึ้นไป&lt;br /&gt;กองสุมกัน กลายเป็นกองฟางสูงใหญ่ พวกวัวพากันตื่น-&lt;br /&gt;เต้น เดินมารวมตัวเหมือนจะชุมนุมอยู่รอบๆกองฟาง ใช้&lt;br /&gt;ปากงับฟางกันหงุบหงับๆ สักพักก็ทำตาเยิ้มๆ น้ำลายไหล&lt;br /&gt;ย้อยเป็นฟอง บดเคี้ยวฟางกันอย่างเอร็ดอร่อย&lt;br /&gt;ส่วนเด็กหญิงกับน้องชายพากันกระโดดเล่นบน&lt;br /&gt;กองฟางหญ้าอย่างสนุกสนาน เด็กหญิงรู้สึกเหมือนตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลอยได้เหนือพื้นดิน เหมือนอยู่บนชั้นสองของโรงเรียน&lt;br /&gt;สามารถกลิ้งตัวลงมาจากกองฟางสูงโดยไม่ต้องกลัวเจ็บ&lt;br /&gt;ฟางจะคอยรองรับไม่ให้ตกถึงพื้น&lt;br /&gt;บางครั้งเด็กหญิงกับน้องช่วยกันขุดรูในกองฟาง&lt;br /&gt;เพื่อทำเป็นบ้านชั่วคราวและแอบหลับอยู่ในนั้นได้ แต่ต้อง&lt;br /&gt;ระวังไม่ให้พ่อหรือผู้ใหญ่คนอื่นเห็น ไม่อย่างนั้นต้องถูกตี&lt;br /&gt;แน่ๆ เพราะการขุดหลุมกองฟางต้องดึงฟางออกและโปรย&lt;br /&gt;ทิ้งลงข้างล่าง พวกผู้ใหญ่ต้องเสียเวลาใช้ส้อมยักษ์ตักให้&lt;br /&gt;มันกลับไปอยู่ในสภาพเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกมที่สนุกที่สุดและเด็กหญิงไม่เคยลืมคือ การแย่ง&lt;br /&gt;กันเป็นนาย ยิ่งถ้ามีเด็กๆมาเล่นด้วยเยอะๆยิ่งสนุก ทุกคน&lt;br /&gt;จะแย่งกันขึ้นไปอยู่บนยอด โดยการผลัก ดึง ทึ้งเด็กคนอื่น&lt;br /&gt;เพื่อตัวเองจะได้เป็นคนที่อยู่สูงสุด เมื่อไปอยู่ในตำแหน่ง&lt;br /&gt;สูงที่สุดแล้ว ก็ต้องไล่ผลักไม่ให้คนอื่นขึ้นมาบนยอดด้วย ดู&lt;br /&gt;เหมือนจะทุลักทุเลหน่อย แต่ก็สนุกอยู่ดี โดยเฉพาะตอน&lt;br /&gt;ที่ได้ยืนอยู่บนยอดกองฟางโดดเด่นกว่าใครๆ เพราะหมาย&lt;br /&gt;ถึงเป็นผู้ชนะ เก่งกาจกว่าคนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผู้ชนะก็ไม่สามารถครองตำแหน่งได้นานนัก&lt;br /&gt;เดี๋ยวเดียวก็ถูกคนอื่นๆดึงทึ้งลงมา บางทีพยายามผลักคน&lt;br /&gt;ที่ขึ้นมาอยู่ทางด้านหน้า ก็จะมีอีกคนโผล่ขึ้นมาข้างหลังไม่&lt;br /&gt;ทันเห็น คนที่อยู่ข้างบนก็ถูกผลักตกลงมา ต้องกลายเป็น&lt;br /&gt;ผู้แพ้ที่ไขว่คว้าหาชัยชนะกันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงได้เรียนรู้ตามประสาเด็กว่า ชัยชนะเป็นสิ่ง&lt;br /&gt;ที่หอมหวาน เป็นความภาคภูมิใจ แต่ต้องระวังไว้...เพราะ&lt;br /&gt;มันมักจะอยู่กับเราไม่นาน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-5562679907680450302?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/5562679907680450302/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/7.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5562679907680450302'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5562679907680450302'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/7.html' title='ตอนที่ 7 กองฝางมหาสนุก'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvpVF43NgI/AAAAAAAAD4w/trWeAlRoWGs/s72-c/07+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-9038091629348968519</id><published>2010-01-09T05:22:00.003-08:00</published><updated>2010-08-06T04:23:05.706-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 8 ฤดูเก็บมะม่วง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvss2FtOEI/AAAAAAAAD44/b-reU5EjAXw/s1600/08+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 184px; DISPLAY: block; HEIGHT: 200px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5502251624941041730" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvss2FtOEI/AAAAAAAAD44/b-reU5EjAXw/s200/08+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;เมื่อถึงหน้าร้อน มะม่วงในสวนพากันออกลูกเต็ม&lt;br /&gt;ต้นไปหมด ยายจะเรียกเด็กหญิงและน้องชายให้ไปปีนต้น&lt;br /&gt;เก็บลูกมะม่วง ซึ่งถ้าเป็นต้นเล็กๆ ทั้งสองสามารถปีนขึ้นไป&lt;br /&gt;แล้วไปเอื้อมเด็ดพวงมะม่วงได้อย่างสบาย แต่ถ้าต้องขึ้น&lt;br /&gt;ต้นมะม่วงใหญ่ๆ เด็กหญิงกับน้องต้องปีนขึ้นต้นมะม่วง&lt;br /&gt;พร้อมตะกร้อสอยมะม่วง เพราะถ้ายืนสอยอยู่ที่พื้นด้าน&lt;br /&gt;ล่างก็จะสอยมะม่วงไม่ถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศัตรูอย่างหนึ่งที่เด็กหญิงทั้งเกลียดและกลัวเวลา&lt;br /&gt;ต้องสอยมะม่วงกคือเจ้าพวกมดแดง พวกมันเหมือนรู้ว่า&lt;br /&gt;เมื่อไหร่ที่เด็กหญิงจะมาขึ้นต้นมะม่วง มันจะพากันมาเป็น&lt;br /&gt;กองทัพ ช่วยกันรุมกัดไม่ให้เด็กหญิงขึ้นต้นมะม่วงได้&lt;br /&gt;ง่ายๆ แต่เด็กหญิงก็ไม่เคยกลัว แค่เจ็บๆคันๆพอทนได้&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม เด็กหญิงไม่ยอมให้พวกมดแดง&lt;br /&gt;มารุมกัดฝ่ายเดียว ทุกครั้งที่ต้องไปขึ้นต้นมะม่วงที่มีมด&lt;br /&gt;แดง เด็กหญิงจะเตรียมแป้งไปด้วย บางทีเป็นแป้งข้าวเจ้า&lt;br /&gt;บางทีเป็นแป้งข้าวเหนียว หรือบางทีก็ใช้แป้งมัน เธอนำ&lt;br /&gt;แป้งไปโรยตามกิ่งก้านมะม่วงรอบๆตัวหลังจากปีนขึ้นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปแล้ว แป้งช่วยให้พวกมดลื่นตกต้นไม้ไป แต่เด็กหญิง&lt;br /&gt;ลื่นก็ต้องระวังลื่นด้วยเหมือนกัน&lt;br /&gt;ยังมีวิธีแก้เผ็ดเจ้าพวกมดแดงอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็น&lt;br /&gt;วิธีธรรมชาติ นั่นคือจับมดดำไปใส่ที่ต้นมะม่วงซึ่งมีมดแดง&lt;br /&gt;มดดำมันไม่ค่อยหวงต้นมะม่วงนัก จึงไม่รุมกัดเด็กหญิง&lt;br /&gt;เหมือนมดแดง และพวกมดแดงก็กลัวมดดำด้วยเหมือน&lt;br /&gt;กัน เด็กหญิงไม่รู้ว่าเจ้ามดดำสามารถจัดการกับพวกมด&lt;br /&gt;แดงได้อย่างไร แต่ที่รู้คือ แค่เพียงจับมดดำไปใส่ต้นมะม่วง&lt;br /&gt;ที่มีพวกมดแดงอยู่ ผ่านไปสักสองสามอาทิตย์ มดแดงจะ&lt;br /&gt;หายไปหมดแทบไม่หลือเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงต้องจับมดดำไปใส่ต้นมะม่วงที่มีมดแดง&lt;br /&gt;ก่อนมะม่วงจะสุกเหลืองเต็มต้น ถ้าเอาไปในใส่ช่วงมะม่วง&lt;br /&gt;เริ่มสุกแล้ว มักจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ เหมือนกับว่าช่วงที่&lt;br /&gt;มะม่วงสุกงอมแล้ว เจ้าพวกมดแดงจะดุร้ายมากกว่าเดิม&lt;br /&gt;หลายเท่า เจ้ามดดำเองก็จัดการไม่ได้ง่ายๆ&lt;br /&gt;มะม่วงที่สวนมีหลายชนิด อย่างมะม่วงเขียวเสวย&lt;br /&gt;เป็นมะม่วงมันที่กินอร่อยมาก รสชาติหวานหอม เวลาสุก&lt;br /&gt;ยิ่งกินอร่อย สีของเปลือกเมื่อแก่จวนสุกก็ยังเป็นสีเขียว&lt;br /&gt;เวลาสุกงอมได้ที่ เปลือกก็แค่ออกสีเหลืองหม่นๆ ไม่ใช่&lt;br /&gt;เหลืองสดเหมือนมะม่วงทั่วๆไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนมะม่วงฟ้าลั่น เด็กหญิงคิดว่าสาเหตุที่มันมีชื่อ&lt;br /&gt;นี้อาจเป็นเพราะว่าผิวของมะม่วงฟ้าลั่นบอบบาง แต่ว่าเนื้อ&lt;br /&gt;ข้างในแน่นมาก เวลาไปสอยเพื่อเก็บมาขาย หากไม่ระวัง&lt;br /&gt;ให้ดี เอาไม้ไปถูกลูกมะม่วงนิดนึง ก็อาจทำให้ผิวของ&lt;br /&gt;มะม่วงฟ้าลั่นแตกได้ ยายเคยเล่าว่าเวลาฝนตก หากมี&lt;br /&gt;เสียงฟ้าร้องดัง ผิวเปลือกมะม่วงฟ้าลั่นก็อาจจะแตกได้เอง&lt;br /&gt;มะม่วงรสชาติมันอย่างฟ้าลั่นเป็นที่นิยมของทุกคน เวลา&lt;br /&gt;ไปวัดหรือเดินทางไปไหนมาไหน ยายชอบปอกมะม่วง&lt;br /&gt;ชนิดนี้ใส่กล่องไปกินกลางทางด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะม่วงแก้วมีขนาดกะทัดรัด รูปร่างออกกลมๆ มี&lt;br /&gt;รสเปรี้ยว นิยมเอามาปอกกินกับน้ำปลาหวาน ถ้าเก็บมา&lt;br /&gt;ตอนที่มันแก่ห่ามใกล้สุก จะอร่อยมากเป็นพิเศษ สามารถ&lt;br /&gt;กินเปล่าๆได้สบาย รสชาติจะออกมันอมเปรี้ยว&lt;br /&gt;มะม่วงแรดเป็นมะม่วงเปรี้ยวที่กินกับน้ำปลาหวาน&lt;br /&gt;อร่อยนัก เหมือนกับมะม่วงแก้วนั่นแหละ มะม่วงแรดลูก&lt;br /&gt;ใหญ่ เนื้อมะม่วงสีขาวสวย ตรงหัวของมันมีส่วนทื่ยื่นออก&lt;br /&gt;มาลักษณะคล้ายนอแรด มันจึงมีชื่อว่ามะม่วงแรด&lt;br /&gt;มะม่วงอกร่องเป็นมะม่วงที่มีรูปร่างเป็นร่อง มีกาก&lt;br /&gt;ใยเยอะมาก ส่วนมากเมื่อเก็บแล้วจะเอาไปบ่มแก๊สเพื่อให้&lt;br /&gt;มันสุกและมีสีสวย ซึ่งถ้ารอให้มันสุกคาต้น ส่วนมากมักไม่&lt;br /&gt;ค่อยถึงมือคน จะมีพวกค้างคาวและแมลงกลางคืนมาเจาะ&lt;br /&gt;กินเสียก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นมะม่วงกินสุก รสชาติหวาน&lt;br /&gt;หอมอร่อย สีเหลืองสดสวยเมื่อสุก เป็นที่นิยมใช้เป็นของ&lt;br /&gt;ฝากให้กันและกัน หรือเอาไปทำบุญที่วัด ยายจะนำมะม่วง&lt;br /&gt;น้ำดอกไม้แต่ละลูกมาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ วาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซ้อนกันไว้ในกล่องขวดเบียร์ แล้วนำแก๊สสำหรับบ่มมะม่วง&lt;br /&gt;สุกซึ่งเป็นผงมาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เหมือนกัน&lt;br /&gt;มาวางรวมไว้กับมะม่วง และมัดกล่องเก็บไว้ ใช้เวลาสาม&lt;br /&gt;สี่วันก็สามารถแกะออกแล้วไปขายได้แล้ว&lt;br /&gt;ทั้งมะม่วงอกร่องและน้ำดอกไม้นี้ ส่วนมากเอาไว้&lt;br /&gt;กินกับข้าวเหนียวมูล ยิ่งหากราดด้วยกะทิจะอร่อยมาก&lt;br /&gt;คำโบราณที่บอกว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” เป็นไป&lt;br /&gt;ได้ว่าอาจมีที่มาจากมะม่วงเปรี้ยวทั้งหลาย ซึ่งเราควรรอ&lt;br /&gt;ให้สุกแล้วค่อยกิน เพราะรสเปรี้ยวจะหมดไป เหลือแต่รส-&lt;br /&gt;ชาติหวานฉ่ำ แต่เด็กหญิงชอบมะม่วงดิบรสเปรี้ยวจิ้มกับ&lt;br /&gt;น้ำปลาหวานมากกว่า เวลากินจะเข็ดฟัน เปรี้ยวจี๊ดจนตา&lt;br /&gt;หยี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีมะม่วงชนิดหนึ่งชื่อมะม่วงแอปเปิ้ล ผลมีสีแดงสด&lt;br /&gt;เหมือนกับไม่ใช่มะม่วง สีสันสวยงามมากจนอยากจะลิ้ม&lt;br /&gt;ลองรสชาติมัน เมื่อกัดครั้งแรก เด็กหญิงแทบอยากโยน&lt;br /&gt;ทิ้ง มันไม่มีรสชาติอะไรเลย มีแต่ยางสีขาว เด็กหญิงคิด&lt;br /&gt;ว่ามะม่วงแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ของตัวมันเอง พวกที่กิน&lt;br /&gt;ไม่ได้อย่างมะม่วงแอปเปิ้ลก็สามารถเอาไว้เป็นอาหารตาไว้&lt;br /&gt;ให้เราชื่นชมความสวยงามของมันได้ อย่างเวลาเอามะม่วง&lt;br /&gt;แอปเปิ้ลมาผูกแขวนไว้ที่หน้าร้าน มันเหมือนจะช่วยเรียก&lt;br /&gt;ลูกค้าได้เป็นอย่างดี คนไม่รู้จักไม่เคยเห็นมะม่วงชนิดนี้&lt;br /&gt;จะเข้ามาสอบถาม และเราก็สามารถขายมะม่วงชนิดอื่นที่&lt;br /&gt;รสชาติดีและกินได้แทน ลูกค้าก็พึงพอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะม่วงที่สวนมีมากมาย เหลือจากกินก็เอามาขาย&lt;br /&gt;หรือแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร จะได้เก็บไว้กินนานๆ เช่น&lt;br /&gt;เอามาดอง มะม่วงที่ดองอร่อยที่สุดคือมะม่วงแก้ว ยาย&lt;br /&gt;เคยจ้างคนขึ้นต้นมะม่วงแก้วเพื่อเก็บเอามาดอง โดยนำ&lt;br /&gt;ตาข่ายมาวางรองรับข้างล่าง แล้วให้คนที่ปีนขึ้นไปบนต้น&lt;br /&gt;มะม่วงออกแรงเขย่า มะม่วงแก้วจะตกลงมาบนตาข่าย&lt;br /&gt;เป็นการย่นระยะเวลาในการเก็บ ตกแตกก็มีบ้างเป็นส่วน&lt;br /&gt;น้อย เพราะมันหล่นลงมาไม่พอดีตาข่าย กิ่งของมะม่วง&lt;br /&gt;แก้วแข็งแรง เหนียว ไม่หักง่ายๆ จึงไม่ต้องห่วงนักว่าคน&lt;br /&gt;ที่ขึ้นไปเขย่าอยู่บนต้นจะตกลงมาพร้อมกับมะม่วง&lt;br /&gt;เมื่อได้มะม่วงแก้วมากมายแล้ว ยายจะเอามะม่วง&lt;br /&gt;มาล้างทำความสะอาด ตากทิ้งไว้สักพัก แล้วเอาเกลือกับ&lt;br /&gt;ปูนแดงมาต้มในน้ำให้เดือด เสร็จแล้วเอามาเทไว้ในไหดิน&lt;br /&gt;เผาที่ใส่มะม่วงเตรียมรอไว้ หรือบางทีก็เป็นปี๊บน้ำตาล&lt;br /&gt;เปล่าๆ ตรงฝาปิดยายมักใช้พลาสติกคลุมไว้หนึ่งชั้น แล้ว&lt;br /&gt;นำหนังยางเส้นใหญ่มารัดที่ฝาหนึ่งรอบ เพื่อกันอากาศเข้า&lt;br /&gt;ทิ้งไว้หนึ่งเดือน มะม่วงดองก็กินได้แล้ว แถมยังเก็บไว้กิน&lt;br /&gt;ได้นานอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงที่จะหมดหน้ามะม่วงคือต้นฤดูฝน ช่วงนี้พายุ&lt;br /&gt;ลมแรง ก่อนฝนตกลมระลอกใหญ่พัดหลังคาบ้านแทบปลิว&lt;br /&gt;ต้นมะม่วงที่มีลูกสุกคาต้นจะถูกลมพัดจนลูกมะม่วงหล่น&lt;br /&gt;ลงมาเต็มไปหมด ยายจะเข้าไปเก็บมะม่วง และชอบให้&lt;br /&gt;เด็กหญิงไปด้วยเพื่อช่วยวิ่งเก็บมะม่วงหลังฝนตก เมื่อได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มะม่วงมาเยอะๆ ก็จะเอามาปอกเพื่อนำไปทำมะม่วงกวน&lt;br /&gt;มะม่วงกวนของยายรสชาติหวานอมเปรี้ยวและหอมไม่มี&lt;br /&gt;ใครเหมือน เพราะยายผสมมะม่วงนานาชนิดลงไปกวนใน&lt;br /&gt;กระทะเดียวกัน &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;งานปอกมะม่วงถือเป็นงานยากสำหรับเด็กหญิง&lt;br /&gt;ต้องฝานเปลือกออกทีละชิ้น ยายจะชอบใช้มีดธรรมดา ซึ่ง&lt;br /&gt;ช่วยให้ปอกได้อย่างรวดเร็ว แต่เด็กหญิงใช้มีดแบบเดียว&lt;br /&gt;กับยายไม่ได้ เพราะมักจะฝานเอาเนื้อออกไปแทบหมดลูก&lt;br /&gt;กว่าจะปอกเสร็จ เด็กหญิงมีอาวุธประจำกายสำหรับปอก&lt;br /&gt;มะม่วงคือมีดปอกผลไม้แบบสองคม มีดแบบนี้ทำให้เด็ก&lt;br /&gt;หญิงปอกมะม่วงได้รวดเร็วไม่น้อยหน้ายายสักเท่าไหร่&lt;br /&gt;แต่บางทีก็มีอุปสรรคนิดหน่อย เนื่องจากเปลือกมะม่วง&lt;br /&gt;ชอบเข้าไปติดกับร่องคมของมีด ทำให้เสียเวลาเขี่ยออก&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่ยายเลยปอกได้เร็วกว่า &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;ปอกมะม่วงว่ายากแล้ว เวลากวนมะม่วงนี่สิ เด็ก&lt;br /&gt;หญิงไม่ชอบเลย เพราะต้องอยู่หน้าเตาตลอดเวลาเพื่อคน&lt;br /&gt;มะม่วงไม่ให้ไหม้ ไม่ให้ติดก้นกระทะทองแดง ถ้าเผลอให้&lt;br /&gt;มะม่วงไหม้ กลิ่นไหม้จะติดอยู่กับมะม่วงกวนด้วย การอยู่&lt;br /&gt;หน้าเตาไฟมันร้อนมากจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำโบรานสอนไว้ว่า ถ้าหากเราทำความชั่ว จะถูก&lt;br /&gt;โยนลงกระทะทองแดง ถ้าพูดไม่ดี พูดจาส่อเสียด พูด&lt;br /&gt;โกหก เราจะถูกกรอกปากด้วยน้ำในกระทะทองแดง เด็ก&lt;br /&gt;หญิงคิดในใจว่า ขนาดแค่อยู่รอบนอกกระทะทองแดงเพื่อ&lt;br /&gt;คนมะม่วงกวน ยังร้อนถึงขนาดนี้ ถ้าต้องถูกโยนลงไปใน&lt;br /&gt;กระทะจริงๆ จะร้อนแค่ไหนนะ ไม่อยากนึกเลย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-9038091629348968519?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/9038091629348968519/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/8.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9038091629348968519'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9038091629348968519'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/8.html' title='ตอนที่ 8 ฤดูเก็บมะม่วง'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TFvss2FtOEI/AAAAAAAAD44/b-reU5EjAXw/s72-c/08+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-5522084903479682323</id><published>2010-01-09T05:22:00.001-08:00</published><updated>2010-08-08T17:36:45.557-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 9 เกมส์ของเด็กเลี้ยงวัว</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;เมื่อเด็กหญิงและน้องชายออกไปเลี้ยงวัว พวก&lt;br /&gt;เด็กๆจะสรรหากิจกรรมมาทำระหว่างที่พวกวัวก้มหน้าก้ม&lt;br /&gt;ตากินหญ้าไป ซึ่งก็มีกิจกรรมหลายอย่างที่นำความสนุก&lt;br /&gt;สนานเพลิดเพลินมาให้ และช่วยฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี ไม่&lt;br /&gt;ว่าจะเป็นปีนต้นไม้ดูรังนก ตีไก่หญ้าแพรก เก็บกระถิน&lt;br /&gt;เก็บลูกจันทน์ เล่นซ่อนหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมอย่างหนึ่งที่เด็กหญิงชอบมากแต่ไม่มี&lt;br /&gt;ปัญญาทำได้คือ การเล่นยิมนาสติก โทรทัศน์เคยถ่ายทอด&lt;br /&gt;การแข่งขันยิมนาสติกในกีฬาซีเกมส์หรือเอเชียนเกมส์&lt;br /&gt;อะไรสักอย่าง ดูนักกีฬาเหล่านั้นช่างสง่างาม การเคลื่อน&lt;br /&gt;ไหวเป็นไปอย่างลื่นไหล สรีระร่างกายกับอุปกรณ์ต่างๆดู&lt;br /&gt;ช่างสอดคล้องเหมาะเจาะสวยงาม ได้ดูทีไรเหมือนตกอยู่&lt;br /&gt;ในมนต์สะกด ไม่อาจละสายตาไปจากนักกีฬาที่กำลังแข่ง-&lt;br /&gt;ขันเหล่านั้นได้เลย เด็กหญิงอยากถูกจ้องมองด้วยสายตา&lt;br /&gt;ชื่นชมแบบนั้นบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เข้าไปในสนามของโรงเรียนซึ่งมีไม้ตั้ง&lt;br /&gt;ขวางทำเป็นสวนสุขภาพ เด็กหญิงจะขึ้นไปกระโดดโลด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เต้นอยู่บนคานไม้นั้น บางทีก็ขึ้นไปโหนบาร์คู่ ห้อยหัวลง&lt;br /&gt;มาโดยใช้ข้อพับเข่าเกี่ยวเอาไว้ไม่ให้ตก บางทีสอดขา เพื่อ&lt;br /&gt;กลับตัวลงมา พร้อมกับคิดว่าสักวันตัวเองอาจมีโอกาสได้&lt;br /&gt;เล่นยิมนาสติกให้คนอื่นดูบ้าง แต่มันคงเป็นเพียงแค่ความ&lt;br /&gt;ฝัน ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง ความฝันที่ทำให้เด็กหญิง&lt;br /&gt;น้อยมีความสุขอยู่ในโลกของความเป็นจริงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้บางวันไม่มีเพื่อนมาเล่นด้วย แต่เด็กเลี้ยงวัว&lt;br /&gt;ก็มีเรื่องสนุกๆให้ทำทุกเมื่อ ในยามไม่มีใคร เพื่อนเล่นหา&lt;br /&gt;ได้ใกล้ตัวก็คือพวกวัว เป็นความคิดของน้องชายตัวแสบ&lt;br /&gt;ที่คิดวิธีเล่นซึ่งออกจะผาดโผน คงจำภาพคาวบอยขี่ม้ามา&lt;br /&gt;จากในโทรทัศน์ ผิดแต่ว่าสัตว์ที่ใช้ขี่เป็นเจ้าวัว ไม่ใช่ม้า&lt;br /&gt;ซึ่งก็คงเป็นตัวไหนไปไม่ได้นอกจากเจ้าดอกคูน วัวตัวเล็ก&lt;br /&gt;ที่สุดในฝูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเจ้าน้องชายกระโดดขึ้นขี่หลังเจ้าดอกคูนครั้ง&lt;br /&gt;แรกๆ มันตกใจมันวิ่งปุเรงๆไปทั่ว แล้วไม่นานก็สลัดเด็ก&lt;br /&gt;ชายออกจากข้างหลังมันได้ แต่เด็กชายก็ไม่กลัวด้วยมี&lt;br /&gt;นิสัยคะนองอยู่แล้ว เขากระโดดขึ้นขี่หลังมันอีกซํ้าแล้วซ้ำ&lt;br /&gt;เล่าอยู่อย่างนั้น ดูเจ้าวัวน้อยก็สนุกสนาน เมื่อสลัดเด็กชาย&lt;br /&gt;ลงได้มันจะดีดตัวไปมา สักพักก็หยุดยืนนิ่งเหมือนกับท้า-&lt;br /&gt;ทายให้เด็กชายมาขึ้นขี่อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเห็นน้องชายทำแบบนั้นได้ เด็กหญิงนึกอยาก&lt;br /&gt;ขี่เจ้าดอกคูนบ้าง ครั้งแรกที่ได้นั่งอยู่บนหลังเจ้าดอกคูน&lt;br /&gt;เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แม้ไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขี่จักรยานได้ครั้งแรก แต่ก็ทำให้รู้สึกถึงรสชาติการผจญ-&lt;br /&gt;ภัย ชวนให้คิดถึงคาวบอยที่ควบอยู่บนหลังม้า มีลมพัด&lt;br /&gt;ปะทะใบหน้า แต่ก็รู้สึกอย่างนั้นได้ไม่นาน เพราะเจ้าดอก-&lt;br /&gt;คูนมันไม่ยอมให้ขี่หลังเล่นง่ายๆ มันวิ่งไปวิ่งมารวดเร็วจน&lt;br /&gt;นึกกลัว ต้องกระโดดลงมาเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับเป็นสิ่งท้าท้ายมากที่ได้นั่งอยู่บนหลังเจ้าดอกคูน&lt;br /&gt;เด็กทั้งสองสนุกสนาน แต่นานวันเข้าเจ้าดอกคูนคงไม่สนุก&lt;br /&gt;ด้วย เพราะขี่ไปขี่มา เจ้าดอกคูนกลายเป็นวัวตัวเตี้ยที่สุด&lt;br /&gt;ในฝูงไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเจ้าดอกคูนเริ่มโตขึ้น เด็กสองคนกระโดดขึ้นขี่&lt;br /&gt;หลังของมันเอาดื้อๆเหมือนเคยไม่ได้อีกแล้ว เพราะไม่ใคร&lt;br /&gt;ก็ใครอาจต้องตกหลังเจ้าดอกคูนเป็นแน่ ถ้าอยากขี่หลัง&lt;br /&gt;เจ้าดอกคูนจริงๆก็พอมีวิธีอยู่ คือต้องให้มีคนเกาบริเวณ&lt;br /&gt;รอบก้นให้มัน เจ้าดอกคูนจะยืนนิ่ง ยอมให้เด็กๆเหยียบ&lt;br /&gt;หัวแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของมันได้ แต่พอหยุดเกาเท่า&lt;br /&gt;นั้น มันจะเลิกหยุดนิ่ง วิ่งกระโจนไปข้างหน้าทันทีเช่นกัน&lt;br /&gt;หรือถ้าบางทีมันเหนื่อย มันจะล้มตัวลงนอนเฉยๆ เท่านี้&lt;br /&gt;เจ้าน้องชายก็ไม่สามารถขี่หลังให้มันพาวิ่งไปไหนต่อไหน&lt;br /&gt;ได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางครั้งความคึกคะนองของเด็กๆก็เกินเลยขอบ-&lt;br /&gt;เขต เด็กหญิงกับน้องชายไม่เคยคิดได้เองว่าทำอะไรเกิน&lt;br /&gt;ไปหรือเปล่า ไม่คิดว่าใครจะเดือดร้อนกับการกระทำ นั่น&lt;br /&gt;เพราะความไร้เดียงสาและอ่อนด้อยประสบการณ์ กรณี&lt;br /&gt;ของเจ้าดอกคูน มันเองก็พูดไม่ได้ บอกไม่ได้ว่าพอได้แล้ว&lt;br /&gt;นะ ฉันเหนื่อยแล้ว ดูสิพวกแกขี่ฉันจนตัวเตี้ยไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;เมื่อไปขึ้นขี่เล่น และมันยังพาวิ่งอยู่ทุกครั้ง เด็กๆก็เห็นว่า&lt;br /&gt;สนุกดี ไม่ได้คิดว่าเจ้าดอกคูนต้องไปกินหญ้าเหมือนวัวตัว&lt;br /&gt;อื่น แต่ถ้าเจ้าดอกคูนเลือกที่จะล้มตัวลงนอน เด็กๆพอเดา&lt;br /&gt;ได้ว่ามันเหนื่อยแล้ว มันไม่อยากเล่นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบางครั้งหากเราเกิดน้ำท่วมปาก ลำบากใจหรือ&lt;br /&gt;เกรงใจที่พูดออกมา ถ้าเราใช้วิธีหยุดนิ่ง ก็อาจทำให้คนอื่น&lt;br /&gt;หยุดคิดทำตามใจตัวเอง และหันมาสนใจว่าเราคิดอะไรได้&lt;br /&gt;วิธีแก้ไขปัญหาของเจ้าดอกคูน มนุษย์อย่างเราก็นำ&lt;br /&gt;มาใช้ได้เหมือนกัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-5522084903479682323?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/5522084903479682323/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/9.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5522084903479682323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/5522084903479682323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/9.html' title='ตอนที่ 9 เกมส์ของเด็กเลี้ยงวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-4501749701809239901</id><published>2010-01-09T05:21:00.019-08:00</published><updated>2010-08-08T18:06:58.683-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 10 วันที่ฝูงวัวหายไปทั้งฝูง</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9UkQwIcxI/AAAAAAAAD5A/fS5dX1h30qg/s1600/10+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; DISPLAY: block; HEIGHT: 188px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5503210251618906898" border="0" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9UkQwIcxI/AAAAAAAAD5A/fS5dX1h30qg/s200/10+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แม้เด็กหญิงจะตัวเล็ก แต่เธอก็มีความรับผิดชอบ&lt;br /&gt;สมกับความเป็นพี่ พ่อชอบพูดว่าเธอเป็นพี่นะ บางครั้งต้อง&lt;br /&gt;ยอมเสียสละให้น้อง เด็กหญิงนึกค้านอยู่ในใจว่า แต่หนู&lt;br /&gt;เป็นผู้หญิงนะ ถึงอย่างนั้นด้วยคำว่าพี่ เด็กหญิงต้องทำงาน&lt;br /&gt;ทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ล้างห้อง&lt;br /&gt;น้ำ ขณะที่เจ้าน้องชายตัวแสบนอนกระดิกเท้าดูการ์ตูน&lt;br /&gt;เด็กหญิงน้อยเคยนึกไปว่า ทำไมนะ...เราต้องเป็นพี่&lt;br /&gt;ด้วย อยากเกิดเป็นน้องเหมือนน้องชายที่แม่ชอบตามใจ&lt;br /&gt;บ้าง เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้องอยู่เสมอ เวลาทะเลาะกับ&lt;br /&gt;น้องแล้วแม่เห็นเข้า เด็กหญิงเป็นคนแรกที่ถูกตี ส่วนน้อง&lt;br /&gt;ชายตัวดีวิ่งหนีไปลิบๆแล้ว แต่ถ้าพ่อเป็นคนเข้ามาจัดการ&lt;br /&gt;เธอค่อยรู้สึกว่ายุติธรรมหน่อย เพราะพ่อจะตีน้องชายและ&lt;br /&gt;เด็กหญิงเท่าๆกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าน้องชายไม่เคยคิดว่ายุติธรรมเวลาที่พ่อตี เขา&lt;br /&gt;ชอบบอกว่า พ่อตีตัวเองแรงกว่าตีพี่สาว เด็กหญิงน้อยก็&lt;br /&gt;เถียงว่า แล้วเวลาที่แม่ตีล่ะ แม่ตีเธอก่อนทุกครั้ง และไม่&lt;br /&gt;เคยไล่ตามไปตีน้องชายได้ทัน เจ้าน้องชายได้ยินดังนั้นก็&lt;br /&gt;แลบลิ้นปลิ้นตา บอกว่าสมน้ำหน้า ทำไมไม่วิ่งเหมือนเขา&lt;br /&gt;ล่ะ เด็กหญิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หากถูกตีอีกจะวิ่งหนีบ้าง แต่&lt;br /&gt;อีกใจก็กลัวกลับเข้าบ้านไม่ได้ เลยทนเจ็บยอมให้ตี แล้ว&lt;br /&gt;หนีไปร้องไห้หลังบ้านดีกว่า&lt;br /&gt;น้องชายตัวแสบบางครั้งรู้สึกสงสารพี่ แต่ด้วยความ&lt;br /&gt;เป็นเด็กก็มักชอบมาล้อเลียนอยู่ร่ำไป เด็กหญิงและเด็ก&lt;br /&gt;ชายมีวิธีเล่นกันเจ็บๆ ซึ่งตามมาด้วยการร้องไห้และการ&lt;br /&gt;ถูกตีเสมอ ไม่ว่าจะเอาหนังยางมาดีดกัน หรือพันผ้าเช็ดตัว&lt;br /&gt;ให้เป็นเกรียวแล้วสะบัดใส่กัน ให้ความรู้สึกแสบๆเอาเรื่อง&lt;br /&gt;บางทีวิ่งไล่กันรอบบ้าน จนเด็กหญิงเก็บเอาเรื่องวิ่งไล่ไป&lt;br /&gt;นอนฝัน เธอฝันว่ามีผู้ร้ายเข้ามาในบ้าน เธอต้องวิ่งหนี&lt;br /&gt;แอบตรงโน้นตรงนี้ เพื่อไม่ให้มันหาตัวเจอ ความฝันจบ&lt;br /&gt;ลงเมื่อเธอตื่นขึ้นด้วยอาการขวัญผวา แล้วก็สงบลงได้เมื่อ&lt;br /&gt;รู้ตัวว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่ความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้อนฝูงวัวออกมาเลี้ยงวันนี้ อากาศเย็นสบาย ทุก&lt;br /&gt;อย่างดูเหมือนว่าจะผ่านไปด้วยดี เจ้าน้องชายพาเพื่อนมา&lt;br /&gt;เล่นด้วย เด็กๆปล่อยให้วัวกินหญ้ากันไปตามเรื่อง เด็ก&lt;br /&gt;หญิงและเด็กชายต่างแยกย้ายกันไปเล่นกับเพื่อนๆจนมืด&lt;br /&gt;ค่ำ ทั้งสองเดินกลับมาอย่างมีความสุขเพราะได้ไปเล่นสนุก&lt;br /&gt;กับเพื่อน เมื่อกลับมาถึงบริเวณที่ปล่อยวัวเอาไว้ ปรากฎว่า&lt;br /&gt;วัวได้อัตรธานหายไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กทั้งสองต่างเริ่มโทษกัน ด้วยความที่เด็กหญิง&lt;br /&gt;เป็นพี่สาวจึงชิงว่าน้องชายก่อน เธอว่า...เห็นมั้ย ไม่ดูวัวจน&lt;br /&gt;มันหายไปหมด เดี๋ยวต้องถูกพ่อตีแน่ๆ แต่เจ้าน้องชายพูด&lt;br /&gt;ด้วยอารมณ์ยียวนว่า ทำไมล่ะ ก็ช่างสิ แล้วก็ทำหน้ากวน&lt;br /&gt;ประสาทพี่สาว เด็กหญิงรู้สึกโมโห อีกทั้งกังวัลว่าจะถูกพ่อ&lt;br /&gt;ตีเพราะปล่อยปละให้วัวหายไปทั้งฝูง เธอพลั้งมือเอาไม้ที่&lt;br /&gt;เตรียมไว้สำหรับตีวัวฟาดไปที่ก้นของน้องชายอย่างแรง&lt;br /&gt;สามที โดยไม่ทันคิดว่าที่วัวหายไปก็เป็นความรับผิดชอบ&lt;br /&gt;ของตนเช่นกัน&lt;br /&gt;จากที่ทำหน้าประหลาดแลบลิ้นอยู่นั้น เจ้าน้องชาย&lt;br /&gt;ชะงักไปทันที สีหน้าเปลี่ยนไป ริมฝีปากแบะ น้ำตาไหล&lt;br /&gt;หยดเป็นทางยาว เพราะเจ็บและไม่คิดว่าพี่สาวจะใจร้ายใช้&lt;br /&gt;ไม้ตีวัวมาตีก้นของตน เด็กหญิงเห็นเข้าก็ใจแป้ว รู้สึกผิด&lt;br /&gt;อยู่ในใจที่ทำแบบนั้น แต่ฝืนทำใจแข็ง ไม่ยอมเข้าไปขอ-&lt;br /&gt;โทษหรือปลอบโยน คิดจะปล่อยให้น้องชายหยุดร้องไห้เอง&lt;br /&gt;ขณะนั้นเองพ่อก็เดินมาตาม เนื่องจากเห็นผิด&lt;br /&gt;สังเกตว่าค่ำแล้วยังไม่ต้อนวัวกลับบ้าน พอเห็นน้องชาย&lt;br /&gt;ร้องไห้ พ่อเลยตรงเข้ามาถามด้วยความโกรธว่าเป็นอะไร&lt;br /&gt;แล้ววัวหายไปไหน เมื่อรู้เรื่องทั้งหมด พ่อถามเด็กหญิง&lt;br /&gt;ว่าแล้วตีน้องทำไม แล้วพ่อก็พูดต่อว่า พ่อผิดหวังในตัวลูก&lt;br /&gt;มาก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นโลกทั้งโลกแทบแตกสลายไปต่อหน้า พ่อ&lt;br /&gt;ไม่ได้ตีเด็กหญิง แต่คำพูดที่บอกว่าผิดหวังในตัวเด็กหญิง&lt;br /&gt;ช่างเสียดแทงหัวใจ เธอไม่สามารถรับผิดชอบงานที่พ่อไว้&lt;br /&gt;วางใจมอบหมายให้ทำได้ เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเสีย&lt;br /&gt;จริงๆ&lt;br /&gt;หลังจากต่อว่าเธอ พ่อบอกให้เด็กหญิงกลับบ้าน สี&lt;br /&gt;หน้าพ่อตอนนั้นดูเหมือนจะโกรธมาก เด็กหญิงไม่เคยเห็น&lt;br /&gt;พ่อโกรธเธอเท่านี้มาก่อน พ่อว่าจะออกไปตามวัวเอง ตอน&lt;br /&gt;นั้นเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว การค้นหาย่อม&lt;br /&gt;เต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่โชคดีที่ไอ้หลง - หมาเลี้ยง&lt;br /&gt;วัววิ่งนำหน้าพ่อไป เหมือนกับมันรู้ว่าพวกวัวอยู่ที่ไหน&lt;br /&gt;เด็กหญิงเดินกลับบ้านตามน้องชายซึ่งวิ่งนำหน้า&lt;br /&gt;ไปก่อนแล้ว เธอยังไม่กล้าเข้าบ้าน ไปเตร็ดเตร่รอพ่อกลับ&lt;br /&gt;มาอยู่แถวๆคอกวัว เวลาผ่านไปนานพอดู พ่อก็กลับมา&lt;br /&gt;พร้อมฝูงวัว เด็กหญิงดีใจเป็นที่สุดที่พ่อเจอพวกวัว เมื่อ&lt;br /&gt;ต้อนวัวเข้าคอกหมดแล้ว เด็กหญิงยืนตัวลีบอยู่ข้างๆประตู&lt;br /&gt;คอกวัว รอว่าพ่อจะทำโทษเธอที่ปล่อยวัวหายไปหรือไม่&lt;br /&gt;พ่อไม่ค่อยตีเด็กหญิงบ่อยนัก แต่ถ้าตีเมื่อไหร่ พ่อจะตีแรง&lt;br /&gt;มาก หากเป็นไปได้ เด็กหญิงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำผิด&lt;br /&gt;เพราะกลัวเจ็บ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเห็นพ่อไม่ว่าอะไร เด็กหญิงถามพ่อว่าไปเจอ&lt;br /&gt;พวกวัวที่ไหน พ่อเล่าว่าเจ้าหลงพาไปเจอฝูงวัวที่ป่ามะขาม&lt;br /&gt;ข้างไร่ซึ่งเอาวัวไปปล่อยเลี้ยงนั่นเอง พวกมันยืนเฉยอยู่&lt;br /&gt;นิ่งๆรวมกันในป่ามืด พ่อต้องไล่มันออกมาและต้อนกลับ&lt;br /&gt;บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวคงหิวกระหายน้ำกันมาก พากันไปล้อมรอบ&lt;br /&gt;ถังน้ำดื่ม คิดว่าตอนนั้นมันคงกลัว ต้องอยู่ในสถานที่&lt;br /&gt;แปลกๆ แต่พวกมันก็คงตื่นเต้นเช่นเดียวกัน ที่ได้ทำอะไร&lt;br /&gt;แหกกฎ บทเรียนวันนั้นทำให้เด็กหญิงไม่กล้าทำร้ายน้อง&lt;br /&gt;ชายอีก และไม่ปล่อยให้วัวหายไปไหนอีก ถึงอย่างนั้น&lt;br /&gt;คำพูดของพ่อยังติดอยู่ในหูตลอดเวลา กลัวเหลือเกินว่าพ่อ&lt;br /&gt;จะพูดคำนั้นอีก&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-4501749701809239901?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/4501749701809239901/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/10.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4501749701809239901'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4501749701809239901'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/10.html' title='ตอนที่ 10 วันที่ฝูงวัวหายไปทั้งฝูง'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9UkQwIcxI/AAAAAAAAD5A/fS5dX1h30qg/s72-c/10+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7670951870027469116</id><published>2010-01-09T05:21:00.017-08:00</published><updated>2010-08-08T18:11:34.252-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 11 จับปลา</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9VXAyS5II/AAAAAAAAD5I/qjfKpV8oGNY/s1600/11+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; DISPLAY: block; HEIGHT: 178px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5503211123506340994" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9VXAyS5II/AAAAAAAAD5I/qjfKpV8oGNY/s200/11+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;คราวหนึ่งที่เด็กหญิงพาวัวไปเลี้ยงโดยเดินผ่านอ่าง&lt;br /&gt;เก็บน้ำ เธอเห็นคนกำลังตกปลา แอบมองอยู่ข้างหลัง เห็น&lt;br /&gt;คนตกปลาใช้กระป๋องเล็กๆใส่ไส้เดือนซึ่งเป็นเหยื่อสำหรับ&lt;br /&gt;ตกปลา ไส้เดือนเลื้อยอยู่เต็มกระป๋อง มองดูน่าขนลุกน่า&lt;br /&gt;ขยะแขยง ข้างๆกันมีกระป๋องอีกใบหนึ่งใส่น้ำไว้นิดหน่อย&lt;br /&gt;เตรียมไว้ใส่ปลาที่ตกได้ เวลาปลาในกระป๋องกระโดด&lt;br /&gt;สะบัดตัว กระป๋องแทบจะล้มคว่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ชายคนนั้นทำเพียงแค่หย่อนเบ็ดจุ่มลงในน้ำ&lt;br /&gt;แล้วนั่งนิ่งๆสักพัก ครู่เดียวก็มีปลามาติดเบ็ด&lt;br /&gt;เมื่อปลาติดเบ็ด เขาวัดสายเบ็ดดึงปลาขึ้นมาจากน้ำ&lt;br /&gt;ค่อยๆแกะคมเบ็ดออกจากกระพุ้งแก้มปลา เสร็จแล้วโยน&lt;br /&gt;ปลาโชคร้ายลงในถัง จากนั้นก็หันไปที่กระป๋องเหยื่อ ทำ&lt;br /&gt;อะไรขยุกขยิก เพ่งมองดูก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังเด็ด&lt;br /&gt;ไส้เดือนออกให้เป็นชิ้นพอเหมาะ แล้วเอาเกี่ยวกับปลาย&lt;br /&gt;เบ็ด ก่อนเหวี่ยงเบ็ดลงไปในน้ำอีกครั้ง&lt;br /&gt;นั่นคือขั้นตอนที่เด็กหญิงเห็น เธอคิดในใจว่า ถ้า&lt;br /&gt;ตัวเองตกปลาแล้วได้ปลาหลายตัวแบบนี้ คงน่าตื่นเต้นไม่&lt;br /&gt;ใช่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอีกครั้งที่เด็กหญิงได้เรียนรู้ขั้นตอนการตกปลา&lt;br /&gt;น้าชายของเธอมาขอขุดไส้เดือนหลังห้องน้ำของบ้านเธอ&lt;br /&gt;ห้องน้ำที่ว่านี้สร้างแยกต่างหากจากตัวบ้าน หลังห้องน้ำ&lt;br /&gt;ปลูกพืชผักไว้สารพัด อย่างเช่นใบชะพลู ใบเตยอ้อย ซึ่ง&lt;br /&gt;เป็นพวกพืชเลี้ยงง่าย แค่เอาต้นพันธุ์มาปัก ไม่นานมันก็&lt;br /&gt;ขยายออกเป็นกอใหญ่ๆหลายกอ อาจเป็นเพราะพื้นดิน&lt;br /&gt;บริเวณนั้นมีน้ำไหลผ่านชุ่มชื้นตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พื้นที่แบบนี้เองที่ไส้เดือนชอบอยู่ เด็กหญิงรู้เพราะ&lt;br /&gt;ตามน้าชายไปดูวิธีการขุดไส้เดือนด้วย น้าชายบอกว่าถ้า&lt;br /&gt;คิดจะหาไส้เดือนไปเป็นเหยื่อตกปลา ต้องเลือกขุดบริเวณ&lt;br /&gt;ที่เป็นดินชื้นๆอย่างหลังห้องน้ำนี่แหละ ได้ไส้เดือนแล้ว ก็&lt;br /&gt;จะเอามาเกี่ยวกับเบ็ด แล้วไปหย่อนตรงพงหญ้าริมน้ำ แต่&lt;br /&gt;ต้องระวังตอนหย่อนเบ็ดด้วย หากเบ็ดไปเกี่ยวกับกิ่งไม้&lt;br /&gt;เบ็ดอาจขาดได้ นอกจากไม่ได้ปลาแล้ว ยังมีสิทธิ์ต้องเสีย&lt;br /&gt;เบ็ดไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้าชายสอนอย่างเชี่ยวชาญเมื่อเด็กหญิงตั้งคำถาม&lt;br /&gt;ว่าแล้วก็เอาเสียมขุดลงไปในดิน ครั้งแรกที่งัดดินขึ้นมา&lt;br /&gt;เห็นอะไรเป็นเส้นๆดำๆผลุบเขาไปในดินอย่างรวดเร็ว น้า&lt;br /&gt;ชายรีบขุดให้ลึกกว่าเดิมแล้วงัดดินออกมาเป็นกะบิเพื่อ&lt;br /&gt;ไม่ให้ไส้เดือนหนีไปได้ งัดดินอยู่สองสามครั้ง น้าชายก็ได้&lt;br /&gt;ไส้เดือนไปเต็มกระบะดินที่เตรียมมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงอยากตกปลาบ้าง ที่ร้านของเธอเองมี&lt;br /&gt;อุปกรณ์ตกปลาเช่นกัน พ่อซื้อจากรถขายส่งมาไว้ขาย&lt;br /&gt;เพราะมีคนถามซื้อกันเยอะ อุปกรณ์ตกปลาอยู่ในซอง&lt;br /&gt;พลาสติก ถูกเย็บติดด้วยแม็กวางเรียงกันบนแผงกระดาษ&lt;br /&gt;อีกที ในซองพลาสติกประกอบไปด้วยเบ็ดและทุ่น ส่วน&lt;br /&gt;เอ็นตกปลาต้องซื้อแยกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติเวลาเด็กหญิงอยากได้อะไรในร้าน เธอจะขอ&lt;br /&gt;แต่คราวนี้ไม่กล้าขอเพราะกลัวถูกดุ เลยใช้วิธีแอบหยิบ&lt;br /&gt;มาเฉยๆ เมื่อได้ทั้งเบ็ดทั้งทุ่นทั้งเอ็นตกปลาแล้ว ก็เอามา&lt;br /&gt;ประกอบผูกเบ็ดเข้ากับเส้นเอ็นและทุ่น แล้วนำไปผูกกับ&lt;br /&gt;ไม้ยาวๆเลียนแบบคนตกปลาอย่างที่เคยเห็น&lt;br /&gt;เด็กหญิงไปขุดดินมาหนึ่งกระบิ ในดินมีไส้เดือนอยู่&lt;br /&gt;สองสามตัว ไส้เดือนตัวเย็นๆลื่นๆ แล้วยังต้องเด็ดแบ่งตัว&lt;br /&gt;มันออกเป็นท่อนๆอีก ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเธอต้องเอาเบ็ด&lt;br /&gt;แหลมคมเกี่ยวเข้าไปในเนื้อไส้เดือน เด็กหญิงไม่กล้าทำ&lt;br /&gt;จึงปล่อยพวกมันไว้ที่เดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเด็กหญิงก็นึกขึ้นได้ว่า มีขนมปังที่เคยโยนให้&lt;br /&gt;ปลากิน พวกมันก็กินเหมือนกัน ไหนๆมาถึงขั้นนี้แล้ว ลอง&lt;br /&gt;หย่อนเบ็ดเกี่ยวด้วยขนมปังลงไปน่าจะมีปลามากินเบ็ด&lt;br /&gt;บ้าง เธอทำตามที่คิดทันที แต่พอหย่อนเบ็ดลงไป ขนมปัง&lt;br /&gt;ซึ่งตอนแรกเป็นก้อนใหญ่ก็ละลายน้ำ เหลือแค่เศษนิด&lt;br /&gt;เดียว เด็กหญิงดึงขึ้นมาใหม่ เกี่ยวขนมปังด้วยเบ็ดอีกครั้ง&lt;br /&gt;พอหย่อนเบ็ดถึงน้ำ ผลก็เป็นเหมือนเดิม เด็กหญิงเลยคิด&lt;br /&gt;ว่าคงไม่เป็นไร มีเศษขนมปังติดนิดเดียวน่าจะพอ เดี๋ยวก็&lt;br /&gt;มีปลาโง่ๆว่ายมากินเบ็ดเอง &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;เธอนั่งอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ไม่มีปลาตัวไหนกินเบ็ด&lt;br /&gt;ของเด็กหญิงเลย ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ&lt;br /&gt;ด้วยความอยากตกปลาได้ เด็กหญิงตัดสินใจวิ่งไป&lt;br /&gt;หาพ่อ แล้วเล่าเรื่องตกปลาให้ฟังโดยไม่บอกว่าแอบเอาเบ็ด&lt;br /&gt;ที่ขายมาใช้ เธอขอให้พ่อผูกเบ็ดให้ใหม่ แต่พ่อก็ไม่ทำให้&lt;br /&gt;พ่อสอนว่าการตกปลาเป็นบาป เอาตะขอเบ็ดไปเกี่ยวปาก&lt;br /&gt;ของมัน ปลามันก็เจ็บ ถ้าหากเอาตะขอมาเกี่ยวปากของ&lt;br /&gt;เราบ้าง เราจะเจ็บไหม พูดถึงตรงนี้ เด็กหญิงเสียวปากวูบ&lt;br /&gt;ขึ้นมาทันที ถ้ามีใครเอาตะขอมาเกี่ยวปากเด็กหญิงคงเจ็บ&lt;br /&gt;ปวดแทบตายแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มากจนน้ำร้อนในหม้อสาดกระจายมาถูกมือของเด็กหญิง&lt;br /&gt;น้อย เด็กหญิงรู้สึกตกใจกลัวมาก ได้แต่บอกกับตัวเองว่า&lt;br /&gt;มันยังไม่ตาย ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงไม่เคยคิดอยากตกปลา&lt;br /&gt;อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางครั้งเธอก็ลืมตัว เห็นคนอื่นตกปลาด้วยเบ็ด&lt;br /&gt;อย่างสนุกสนาน เด็กหญิงก็พยายามตกปลาอีกหลายครั้ง&lt;br /&gt;แต่ไม่สำเร็จสักที ไม่เคยได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว เธอเริ่มเข้า&lt;br /&gt;ใจคำว่าบาปมากขึ้น มีบางคนบอกว่าถ้าหากใครตกปลาไม่&lt;br /&gt;ได้ เขาเรียกกันว่าเป็นคนทำบาปไม่ขึ้น&lt;br /&gt;ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงก็ภาคภูมิใจในความเป็นคน&lt;br /&gt;ทำบาปไม่ขึ้นของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7670951870027469116?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7670951870027469116/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/11.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7670951870027469116'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7670951870027469116'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/11.html' title='ตอนที่ 11 จับปลา'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9VXAyS5II/AAAAAAAAD5I/qjfKpV8oGNY/s72-c/11+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-9103271636607076213</id><published>2010-01-09T05:21:00.015-08:00</published><updated>2010-08-08T18:41:46.212-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 12 เด็กซนตกต้นไม้</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9cvvF9iyI/AAAAAAAAD5Q/QYtW5Y582X0/s1600/12+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 194px; DISPLAY: block; HEIGHT: 200px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5503219244835113762" border="0" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9cvvF9iyI/AAAAAAAAD5Q/QYtW5Y582X0/s200/12+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เด็กเลี้ยงวัวจะเลี้ยงวัวได้อย่างสะดวกในฤดูร้อน&lt;br /&gt;หรือฤดูหนาว ไม่ต้องกังวลกับความเฉอะแฉะเปียกชื้น&lt;br /&gt;ความลื่นของพื้นดิน หรือตัวพยาธิ หญ้าก็ไม่ขึ้นเขียวสด&lt;br /&gt;งามสะพรั่งจนทำให้พวกวัวรีบกินหญ้าอย่างลนลานตื่น&lt;br /&gt;พล่านไปหมด การเฝ้าระวังจะหย่อนยานไปบ้างก็ไม่เป็นไร&lt;br /&gt;พวกเด็กคนอื่นชอบมาเล่นกับเด็กหญิงและน้องชาย บาง&lt;br /&gt;ครั้งชวนกันเล่นจนลืมเวลาที่ต้องไล่ต้อนวัวกลับบ้านเลยที&lt;br /&gt;เดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวันหนึ่ง พวกเพื่อนๆของเจ้าน้องชายมาเล่นด้วย&lt;br /&gt;แล้วทิ้งให้เด็กหญิงเฝ้าฝูงวัวอยู่คนเดียว ด้วยความเซ็งเด็ก&lt;br /&gt;หญิงจึงคิดหาอะไรทำสนุกๆ เธอมองเห็นกระถินต้นใหญ่มี&lt;br /&gt;ฝักอวบ คิดไปว่าถ้าเอามาเคี้ยวเล่นคงเป็นการฆ่าเวลาที่ดี&lt;br /&gt;คิดได้ดังนั้นเด็กหญิงก็กระโดดขึ้นต้นกระถินทันที ที่จริง&lt;br /&gt;บนพื้นดินด้านล่างมีฝักกระถินที่พอเอามาเคี้ยวเล่นได้&lt;br /&gt;แต่เด็กหญิงอยากได้ฝักกระถินพวงใหญ่กว่า จึงได้ปีนขึ้น&lt;br /&gt;ไปบนต้นกระถิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทันใดนั้นเอง กิ่งกระถินที่เด็กหญิงเหยียบยืนอยู่ก็&lt;br /&gt;หัก มือข้างซ้ายกำลังจะคว้าฝักกระถิน มีเพียงมือขวาข้าง&lt;br /&gt;เดียวเท่านั้นที่จับกิ่งกระถินอีกกิ่งอยู่ แต่กิ่งนั้นเล็กเกินกว่า&lt;br /&gt;จะรับน้ำหนักของเด็กหญิงไว้ได้ มันจึงหักร่วงตกลงมาที่&lt;br /&gt;พื้นพร้อมๆกับร่างเด็กหญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงลงมานอน&lt;br /&gt;กองอยู่ที่พื้น รู้สึกเจ็บหน้าอก ปวดร้าวไปหมดทั้งตัว มือยัง&lt;br /&gt;กำกิ่งกระถินแน่น ไม่สามารถขยับได้ เด็กหญิงพยายาม&lt;br /&gt;ดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น แต่ก็ได้แค่คิด เหมือนกับร่างกายไม่ยอม&lt;br /&gt;ทำตามที่ต้องการ เด็กหญิงคิดในใจว่า เราจะตายเพราะ&lt;br /&gt;เจ้าต้นกระถินหรือเปล่าเนี่ย จะมีใครมาเห็นเธอหรือไม่&lt;br /&gt;แล้วพวกวัวจะกลับบ้านกันยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามต่างๆเกิดขึ้นมากมาย น้ำตาของเด็กหญิง&lt;br /&gt;เริ่มรินไหลด้วยความกลัว เธอยังต้องรับผิดชอบในการดู-&lt;br /&gt;แลฝูงวัว แต่ก็อาจทำหน้าที่นั้นไม่ได้แล้วในวันนี้ แล้วถ้า&lt;br /&gt;เด็กหญิงเกิดพิการ เดินไม่ได้อีก มีสภาพเหมือนเด็กพิการ&lt;br /&gt;บางคนที่เคยเห็นในโทรทัศน์ เธอจะทำอย่างไร เด็กหญิง&lt;br /&gt;คิดไปสารพัด เมื่อพยายามขยับตัวอยู่หลายครั้งไม่เป็นผล&lt;br /&gt;จึงเริ่มสงบและหลับตาเหมือนกับยอมแพ้ อะไรจะเกิดคง&lt;br /&gt;ต้องปล่อยให้เกิด เด็กหญิงพยายามถึงที่สุดแล้วนี่&lt;br /&gt;เมื่อจิตใจสงบลงบ้าง เด็กหญิงเริ่มอธิษฐานขอให้สิ่ง&lt;br /&gt;ศักดิ์สิทธิคุ้มครอง วอนขออย่าให้มีสัตว์ร้าย งู หรือคนร้าย&lt;br /&gt;ผ่านมาเห็นเด็กหญิงในสภาพนี้เลย ขอให้ตัวเธอปลอดภัย&lt;br /&gt;ด้วย หลับตาไปพักใหญ่ เหมือนกับว่าเด็กหญิงหลับไปไม่&lt;br /&gt;รู้ตัวเลยจริงๆ&lt;br /&gt;พอรู้สึกตัวอีกครั้ง เด็กหญิงลองขยับตัวใหม่ คราว&lt;br /&gt;นี้ได้ผล ร่างกายเริ่มเชื่อฟังคำสั่งแล้ว เด็กน้อยค่อยๆพยุง&lt;br /&gt;ตัวเองลุกขึ้น แต่ยังรู้สึกหายใจขัดๆตรงลิ้นปี่ เป็นความ&lt;br /&gt;รู้สึกที่เด็กหญิงไม่เคยเป็นมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีมาก ถึงแม้เวลาที่เด็กหญิงนอนจุกอยู่นั้นผ่าน&lt;br /&gt;ไปนานพอดู พวกวัวก็ยังกินหญ้าอยู่บริเวณนั้น ไม่ได้เดิน&lt;br /&gt;ไปไหนไกลนัก เด็กหญิงย้อนกลับมานึกถึงตอนที่ตกจาก&lt;br /&gt;ต้นกระถิน อาจเป็นเพราะเธอไม่ได้มีความพึงพอใจ ฝัก&lt;br /&gt;กระถินที่อยู่ตามพื้นดิน พอเก็บได้โดยไม่ต้องปีน หรือ&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะความผิดพลาดตรงที่เด็กหญิงมั่นใจกับกิ่ง&lt;br /&gt;กระถินที่เหยียบอยู่มากเกินไป ไม่ได้เหยียดขาอีกข้างไป&lt;br /&gt;เหยียบกิ่งอื่น เพื่อว่าหากกิ่งที่เหยียบข้างหนึ่งหัก ก็จะมีอีก&lt;br /&gt;กิ่งคอยรองรับน้ำหนักไม่ให้ตกลงมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากไม่ได้ตกต้นไม้วันนี้ เด็ก&lt;br /&gt;หญิงคงไม่รู้ว่าความรู้สึกเจ็บจุกทรมานจากการตกต้นไม้&lt;br /&gt;มันเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นแล้ว น้องชายของเด็กหญิงเดินกลับมาหาฝูงวัว&lt;br /&gt;ทำหน้าจ๋อยๆอย่างสำนึกผิดที่หายไปนาน คงกลัวพี่สาวเอา&lt;br /&gt;เรื่องไปฟ้องพ่อ ซึ่งหากเป็นเหตุการณ์ปกติ เด็กหญิงคง&lt;br /&gt;พูดเสียงดัง บอกว่าจะฟ้องพ่อที่น้องชายไม่รับผิดชอบช่วย&lt;br /&gt;เลี้ยงวัว แต่เป็นเพราะเด็กหญิงเพิ่งจะหายเจ็บจากการตก&lt;br /&gt;ต้นไม้ จึงไม่มีเสียงจะโวยวายเจ้าน้องชายตัวดี ได้แต่ทำ&lt;br /&gt;หน้าบูดๆ แล้วก็ช่วยกันไล่ต้อนวัวทั้งหมดกลับบ้าน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-9103271636607076213?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/9103271636607076213/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/12.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9103271636607076213'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9103271636607076213'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/12.html' title='ตอนที่ 12 เด็กซนตกต้นไม้'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9cvvF9iyI/AAAAAAAAD5Q/QYtW5Y582X0/s72-c/12+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7046249865547175778</id><published>2010-01-09T05:21:00.013-08:00</published><updated>2010-08-08T18:46:56.389-07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 13 พวกวัวชอบฤดูฝน</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9da0-LqUI/AAAAAAAAD5Y/Y7NuOZmnfAI/s1600/10+-+re.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; DISPLAY: block; HEIGHT: 188px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5503219985147472194" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9da0-LqUI/AAAAAAAAD5Y/Y7NuOZmnfAI/s200/10+-+re.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;วันไหนที่ฝนไม่ตกและพวกวัวได้ออกจากคอก เด็ก&lt;br /&gt;หญิงรู้สึกว่าพวกมันเริงร่าเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าแหลม&lt;br /&gt;คงเพราะว่าพวกมันไม่ค่อยได้ออกมานอกคอกในหน้าฝน&lt;br /&gt;เนื่องจากถูกผูกไว้ที่ซองของมัน ส่วนใหญ่พวกมันก็ได้แต่&lt;br /&gt;ใช้เวลานั่งๆนอนๆมองดูสายฝน เมื่อฝนไม่ตก ได้เวลาไล่&lt;br /&gt;ต้อนพวกวัวออกไปกินหญ้าข้างนอก เจ้าแหลมมันวิ่งออก&lt;br /&gt;จากคอกเป็นตัวแรก เจ้าทึ่มคู่หูทะยานตามไปติดๆ พวกวัว&lt;br /&gt;ตัวอื่นๆเดินตามออกมาอย่างเริงร่าพอๆกัน เจ้าแหลมกับ&lt;br /&gt;เจ้าทึ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปข้างหน้าเร็วมาก จนเด็กหญิงเร่ง&lt;br /&gt;น้องชายให้วิ่งตามเจ้าวัวสองตัวนั้นไป แต่เด็กชายก็เหมือน&lt;br /&gt;จะแกล้งเดินช้าๆเพื่อยั่วโมโหพี่สาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติเด็กหญิงมักเดินรั้งท้ายสุด เพื่อคอยดูวัวทุกตัว&lt;br /&gt;ไม่ให้ออกนอกเส้นทาง แต่คราวนี้ต้องวิ่งตามเจ้าวัวทั้งสอง&lt;br /&gt;ไป เพราะไม่อย่างนั้นอาจต้องเหนื่อยกับการตามไปไล่ต้อน&lt;br /&gt;หากพวกมันเตลิดไปไกล เมื่อวิ่งผ่านเจ้าน้องชายตัวดี ก็&lt;br /&gt;ค้อนขวับให้น้องชายวงใหญ่ตอบแทนที่ไม่ยอมทำตามคำ-&lt;br /&gt;สั่ง แล้วก็ตะโกนถามอย่างโกรธๆว่า ทำไมไม่วิ่งตาม แต่ก็&lt;br /&gt;พูดได้แค่นั้น เพราะกลัวจะวิ่งตามเจ้าแหลมกับเจ้าทึ่มไม่&lt;br /&gt;ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงวิ่งไปดักหน้าเจ้าทึ่มก่อน เอาไม้เรียวตีที่&lt;br /&gt;ก้นมันหนึ่งทีเพื่อขู่ให้มันหยุด เจ้าทึ่มหยุดลง พร้อมกับ&lt;br /&gt;มองไปทางเจ้าแหลมแล้วมองกลับมาที่เด็กหญิง เหมือน&lt;br /&gt;กับจะถามเธอว่าทำไมไม่ไปหยุดเจ้าตัวที่วิ่งนำหน้าไปก่อน&lt;br /&gt;ส่วนเจ้าแหลมเมื่อเห็นเพื่อนหยุด มันเริ่มวิ่งช้าลง แล้วทำ&lt;br /&gt;ท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ ก้มลงเล็มหญ้าบริเวณนั้น รออยู่พักหนึ่ง&lt;br /&gt;วัวทุกตัวก็มาอยู่ในบริเวณเดียวกัน มันกระจายตัวเพื่อกิน&lt;br /&gt;หญ้า แต่สายตาไม่วายมองหาช่องทางทำตัวนอกกฎที่เด็ก&lt;br /&gt;หญิงวางไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้อนฝูงวัวไปยังบริเวณที่มีหญ้าอุดมสมบูรณ์แล้ว&lt;br /&gt;เด็กหญิงสังเกตเห็นต้นหญ้ายังมีหยดน้ำใสเกาะอยู่ เพราะ&lt;br /&gt;ฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน เธอก้มลงมองดูรองเท้าแตะหูคีบ&lt;br /&gt;ของตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยโคลนและเศษหญ้า นึกถึงเรื่อง&lt;br /&gt;ที่ครูสอนว่า ให้เด็กๆสวมรองเท้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน&lt;br /&gt;เนื่องจากพื้นดินมีพยาธิเต็มไปหมด ตั้งแต่พยาธิ ตัวตืด&lt;br /&gt;พยาธิตัวกลม พยาธิตัวแบน พยาธิใบไม้ พยาธิเข็มหมุด&lt;br /&gt;และอีกหลายๆชนิด พยาธิบางชนิดสามารถไชเข้าไปในเท้า&lt;br /&gt;ของเด็กได้ถ้าหากไม่ใส่รองเท้า เด็กหญิงเคยเห็นรูปของ&lt;br /&gt;พวกพยาธิ เลยรู้สึกกลัวและขยะแขยงมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนไหนมีอาการคันใต้ฝ่าเท้า อดไม่ได้ที่จะคิดว่ามี&lt;br /&gt;พยาธิไชเข้าไปในเท้าแล้ว จนต้องรีบไปล้างเท้าในคูน้ำ&lt;br /&gt;แล้วยกเท้าขึ้นมาดูว่ามีตัวอะไรไชอยู่หรือเปล่า เห็นว่าไม่มี&lt;br /&gt;อะไรจึงได้โล่งใจ ทุกคราวที่ออกเลี้ยงวัวเด็กหญิงต้องใส่&lt;br /&gt;รองเท้าไม่เคยขาด แม้ว่าพื้นจะเปียกและทำให้ลื่นแค่ไหน&lt;br /&gt;ก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าฝนพวกวัวจะตื่นเต้น พลอยทำให้เด็กหญิงตื่น&lt;br /&gt;เต้นไปด้วยเวลาต้อนพวกมันออกไปกินหญ้า ไม่กล้าละ&lt;br /&gt;สายตาไปจากพวกมัน เพราะมันคอยแต่จะเดินเร็วอยู่เรื่อย&lt;br /&gt;ฤดูฝนมีหญ้าอ่อนแทงยอดขึ้นมาใหม่ พวกวัวคงอยาก&lt;br /&gt;สำรวจความเปลี่ยนแปลง หรืออาจตื่นเต้นที่ได้เห็นยอด&lt;br /&gt;หญ้าอ่อนเขียวขจีไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แม้จะมีหญ้าให้เล็มกินมากมาย พวกมันก็ไม่&lt;br /&gt;ค่อยพอใจกับการยืนเล็มหญ้าอยู่ที่เดิมเท่าไหร่ คอยแต่จะ&lt;br /&gt;เดินไปตรงนั้นตรงนี้ คงคิดว่าหญ้าบริเวณอื่นต้องอร่อยกว่า&lt;br /&gt;ตรงที่ยืนอยู่แน่ ดังนั้นในหน้าฝนพวกวัวจะเดินกันเร็วมาก&lt;br /&gt;และอาจเป็นเพราะเด็กหญิงเดินลำบากเนื่องจากต้องลาก&lt;br /&gt;รองเท้าแตะลื่นๆไล่ตามพวกมัน จึงทำให้เดินตามพวกวัว&lt;br /&gt;ไม่ค่อยจะทันนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นั่นก็ทำให้เด็กหญิงต้องตื่นตัวตลอดเวลา ไม่&lt;br /&gt;กล้าไปเล่นที่ไหน คิดจะผูกมันเอาไว้ก็สงสาร เพราะใต้ต้น&lt;br /&gt;ไม้ใหญ่ซึ่งสามารถผูกล่ามวัวได้มักมีหญ้าให้กินน้อย กิ่งใบ&lt;br /&gt;แผ่กว้างของต้นไม้บดบังแสงอาทิตย์เสียหมด ทำให้ไม่&lt;br /&gt;ค่อยมีต้นหญ้าเติบโตใต้ต้นไม้ คงเป็นการทำร้ายจิตใจพวก&lt;br /&gt;วัวเกินไปหากผูกพวกมันไว้กับต้นไม้ให้กินหญ้าแก่ๆ ทั้งที่&lt;br /&gt;เห็นหญ้าอ่อนๆห่างออกไปไม่กี่ก้าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนต้นไม้ต้นเล็กๆที่พอจะผูกวัวได้ ก็มักอยู่ในที่&lt;br /&gt;หวงห้ามซึ่งชาวบ้านใช้ปลูกพืชผัก เด็กเลี้ยงวัวอย่างเด็ก&lt;br /&gt;หญิงและน้องชายคอยคุมให้พวกวัวกินหญ้าริมถนน&lt;br /&gt;บริเวณนั้นหญ้าจะอ่อนและเขียวสดน่ากิน พร้อมกันนั้นก็&lt;br /&gt;ต้องคอยระวังไม่ให้วัวเดินลงไปข้างทาง เข้าไปกินหรือ&lt;br /&gt;เหยียบย่ำพืชผลที่ชาวบ้านปลูกไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าปล่อยให้วัวเดินลุยเข้าไปในบริเวณต้องห้าม&lt;br /&gt;เหล่านั้น ชาวบ้านจะไปฟ้องพ่อ และพวกเด็กๆก็อาจถูกทำ&lt;br /&gt;โทษได้&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7046249865547175778?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7046249865547175778/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/13.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7046249865547175778'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7046249865547175778'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/13.html' title='ตอนที่ 13 พวกวัวชอบฤดูฝน'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/TF9da0-LqUI/AAAAAAAAD5Y/Y7NuOZmnfAI/s72-c/10+-+re.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-9113831592206313923</id><published>2010-01-09T05:21:00.011-08:00</published><updated>2010-01-09T05:48:41.326-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 14 เก็บเห็ดฟาง</title><content type='html'>ในค่ำคืนที่ฝนตก เด็กหญิงชอบฟังเสียงเม็ดฝนตกกระทบที่หลังคาสังกะสี และได้นอนคุ๊ดคู้อยู่ในผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ที่ยายเคยซื้อให้เป็นของขวัญ เด็กหญิงยินได้เสียงฝนตกดังสนั่น เพราะเด็กหญิงนอนห้องชั้นบน ที่ถูกกั้นเป็นห้องไว้จากไม้อัด เสียงฝนทำให้เด็กหญิงรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเด็กหญิงกับฝนที่เหมือนจะสื่อสารกันผ่านอุณหภูมิที่เย็นยะเยือก ขนของเด็กหญิงลุกตั้งชัน ทำให้รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คงเหมือนกับสัตว์ที่มีขนที่ไว้ป้องกันอากาศหนาว แต่ว่าคน ไม่มีขนมากเหมือนกับสัตว์ อาจเพราะว่ารคนสามารถสร้างสิ่งที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอุ่นได้ จนไม่ต้องมีขนไว้กับตัวตลอดเวลา เด็กหญิงชอบให้ฝนตกในตอนค่ำคืน และอยากให้ฝนหยุดตกเมื่อถึงเวลาเช้า เพราะมันจะทำให้เด็กหญิงฝันดีตลอดคืน แต่บางทีก็ฝันดีเกินไปทำให้ต้องฉี่รดที่นอนไปหลายที &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความฝันของเด็กหญิงมีหลากหลาย จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง บางทีเด็กหญิงก็ฝันว่าได้ไปผจญภัยในที่ต่าง ๆ และสามารถบินได้เหมือนนก สามารถว่ายน้ำได้ ได้ต่อสู้ ได้หนี ได้เจอเพื่อน และ ได้พบกับคนแปลกหน้าที่ใจดี จนบางทีเด็กหญิงไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาเลย แต่ด้วยความเป็นเด็ก เด็กหญิงไม่ได้ถูกให้ตามใจ สามารถทำตามที่ตัวเองคิดได้มากนัก เพราะสิ่งต่าง ๆ ได้กำหนดเอาไว้แล้ว ซึ่งในทุกเช้าเด็กหญิง ก็มีหน้าที่ ที่จะต้องทำงานบ้านในเวลา 6 โมงเช้า ก่อนที่จะต้องแต่งตัวไปโรงเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันหยุดวันหนึ่ง ยายกลับจากสวน ถือตระกร้าและมีดพร้า ที่เปรียบเสมือนอาวุธประจำกายของยาย  และเทเอาเห็ดฟางที่ใส่ตระกร้า ที่โต๊ะหน้าบ้าน เด็กหญิงเดินคิดว่าเข้าไปนั่งใกล้ ๆ แต่ก่อนจะนั่งเสียงยายบอกว่าให้ไปเอาถาดใหญ่ ๆ และเอามีดในครัวออกมาด้วย เด็กหญิงวิ่งปรู๊ดเข้าไปในครัว และเอาสิ่งที่ยายสั่งออกมาอย่างรวดเร็ว ยายบอกให้ช่วยปอกเอาเศษดิน เศษฟางที่ติดอยู่ออกให้สะอาด จากนั้นค่อยเอาไปล้างเพื่อจะเอามาทำอาหารต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็ดฟางที่ยายเก็บมา มีทั้งดอกตูม ดอกบาน เด็กหญิงชอบกินเห็ดฝางที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่เอามาทำอาหารพวกที่เป็นดอกตูม ๆ เคี้ยวได้กุ๊บกั๊บดี ตอนกินก็อร่อยดี แต่ตอนทำเนี่ยซิทำเอาเหนื่อยน่าดู ถึงแม้ว่าผิวของเห็นฟางจะสามารถใช้มีดปอกเอาพวกเศษต่าง ๆ ได้ง่ายก็เถอะ แต่ต้องมานั่งทำทีละดอก สองดอก เนี่ยทำเอาลิ้นห้อยไปเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายบอกว่าจะเอาเห็ดฟางที่ได้ไปทำแกงเลียงให้กิน แกงเลียงที่ยายเคยทำจะมีผักสาระพัดชนิด เด็กหญิงชอบซดน้ำแกงเลียงร้อน ๆ ทำให้คล่องคอดี แกงเลียงของยายอร่อยที่สุดในโลก อาจเป็นเพราะเคล็ดลับในการทำน้ำปลาร้าของยายที่ต้องอุ่นให้ร้อนทุกครั้งก่อนที่จะเอามาประกอบอาหาร ยายชอบใส่น้ำปลาร้าลงในอาหารเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก หรือแกงต่าง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหน้าฝน ฝนตกไปหลายวัน กองฟางที่พ่อซื้อเอาไว้ ก็ชื่นเปียกโชคดีที่พวกวัว กินกันจนหมด และบางส่วนพ่อก็เอาไปเก็บไว้ในที่แห้ง แต่มีบางส่วนที่เป็นเศษฟาง ทับถมกันอยู่ใต้ต้นมะพร้าว เวลาเข้าไปหาเห็ดฟาง ส่วนมากเราต้องไปที่เดิมเพราะเห็ดฟางที่เกิดใหม่มักจะเกิดทับกับเห็นฟางที่ถูกเก็บไปแล้ว  การเก็บเห็ดฝางต้องออกไปเก็บตอนเช้า หลังคืนฝนตก ถึงจะเก็บได้เยอะเหมือนกับว่าพวกเห็ดมันออกมาเล่นน้ำฝนกันอย่างนั้นหล่ะ พวกมันเติบโตได้เร็วในช่วงเวลาข้ามคืน ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงหน้าฝน เห็ดจะถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ ไม่ว่าจะในแง่การค้นหาเพื่อเอามากิน และอันตรายจากการค้นหาเห็ดซึ่งบางทีชาวบ้านต้องเข้าไปในป่า  ขึ้นไปบนเขา ซึ่งก็จะมีเห็ดป่า เห็ดโคน ซึ่งหากคนไม่รู้ก็อาจมีอันตรายถึงชีวิต เพราะบางทีอาจจะเจอเห็ดพิษ มีคนเคยมาเล่าให้พ่อฟังว่ามีคนที่ไม่รู้จักเห็ด ทั้งที่ก็เก็บเห็ดมาแล้วทั้งชีวิต รู้ว่าอันไหนเห็ดพิษหรือเห็ดไม่พิษ ไม่รู้ไปทำท่าไหน ไปเอาเห็ดในป่าแล้วเอามาต้มกินแต่ปรากฎว่าเป็นเห็ดพิษ ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลกันทั้งครอบครัว สิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าเราจะคุ้นเคยหรือเคยทำมันมากี่ครั้งกี่หน ถ้าไม่ระวังก็อาจผิดพลาดได้ จึงต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-9113831592206313923?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/9113831592206313923/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/14.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9113831592206313923'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/9113831592206313923'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/14.html' title='ตอนที่ 14 เก็บเห็ดฟาง'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-3871444806808016067</id><published>2010-01-09T05:21:00.009-08:00</published><updated>2010-01-09T05:49:21.561-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 15 ความสนุกที่มากับสายฝน</title><content type='html'>ในหน้าฝน เด็กหญิงไม่อยากไปเลี้ยงวัว ไม่เฉพาะว่า หน้านี้พวกวัวจะชอบเดินเร็ว ๆ เท่านั้น แต่เด็กหญิงจะต้องเหยียบพื้นดินที่เฉอะแฉะ บางทีรู้สึกว่ามีตัวอะไรเล็ก ๆ พยายามชอนไชเข้าไปในเท้า ช่วงหน้าฝนเป็นหน้าที่เด็กหญิงไม่ชอบมากที่สุด แต่คิดไปแล้วทุกฤดูกาล ก็ไม่เคยทำให้เด็กหญิงรู้สึกสนุกกับการที่ต้องไปคอยเป็นผู้ควบคุมเจ้าพวกวัวซักทีเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้งที่วิ่งตามวัว หรือไปไล่คุมฝูงวัว บางทีต้องผ่านไปที่กิ่งไม้มีหนาม บางที่ก็โดนใบหญ้าเกี่ยวเลือดไหล ได้แผลก็หลายหน แต่เด็กหญิงก็ไม่ค่อยจะสนใจรอยขีดข่วนเท่าไหร่ เพราะถ้าหากมัวแต่ห่วงเลือดที่ไหลซิบ ๆ  ก็คงจะตามเจ้าพวกวัวไม่ทัน จะรู้ตัวอีกทีก็ตอนอาบน้ำเพราะแสบแผล จากรอยขีดข่วน บางทีรอยข่วนเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดอาการคัน เด็กหญิงก็จะเกา ๆ จนได้แผลจริง ๆ เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล่อยวัวให้กินหญ้าอยู่ได้พักใหญ่ ฝนตกก็เริ่มตกริน ๆ เป็นละออง ทำให้เด็กหญิงตัดสินใจต้อนฝูงวัว กลับบ้าน หลังต้อนพวกมันเข้าไปเข้าคอกหมดแล้ว ฝนก็หายตก เด็กหญิงตัวเปียก หนาวสั่น ก็รีบไปวักน้ำในถังน้ำ สำหรับที่ให้วัวดื่ม ที่ทำจากถังน้ำมันตัดฝาออก  ซึ่งที่ตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าคอก เพื่อล้างเท้า ทำความสะอาดก่อนเข้าบ้าน น้ำที่อยู่ในถังน้ำดื่มของพวกวัวอุ่นมาก ๆ  เด็กน้อยคิดอะไรสนุกๆ ได้ บอกให้น้องชายเอามือเข้าไปแช่ในถังน้ำอีกถังดูว่าอุ่นเหมือนกันหรือไม่ ปรากฎว่าอุ่นเหมือนกัน ก็เลยชวนกันเข้าไปแช่ในถังน้ำดื่มที่ทำจากถังน้ำมันอันใหญ่   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกก็ค่อย ๆ ปีนขึ้นไป และหย่อนตัวลงจนขาหยั่งถึงก้นถึง ความลึกของถังใส่น้อของพวกวัวอยู่ในระดับต้นคอของเด็กหญิงพอดี น้ำอุ่นมาก ๆ โดยเฉพาะในยามที่ฝนตกเช่นนี้ ขนแขน ขนขา ขนหัวรุกชัน ดื่มด่ำกับความสุขที่ได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำอุ่นแบบนี้  เด็กหญิงจินตนาการถึงสระว่ายน้ำ ที่ป้าเคยพาไปเที่ยวที่กรุงเทพ ฯ  ได้เล่นสไลด์เดอร์ และก็ได้แช่อยู่ในอ่างน้ำ แต่ว่าใหญ่กว่าถังน้ำดื่มของวัว ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นก็ไม่ต่างจากความรู้สึกตอนนี้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปสองเด็กน้อย จองถังน้ำใหญ่คนละถัง เริ่มขยับตัว มุดน้ำ ดำผุด ดำว่าย กันอย่างสนุกสนานในถังน้ำของเจ้าวัว ที่ตอนนี้กลายเป็นอ่างน้ำเฉพาะกิจของเด็กทั้งสองไปแล้ว สองพี่น้องคิดเกมส์สนุก โดยแข่งกันว่าใครจะดำน้ำได้นานกว่ากัน ตอนแรกเด็กหญิงแพ้น้องชายเพราะดำได้ไม่นาน แต่สุดท้ายเด็กหญิงก็ชนะเพราะเด็กหญิงเป็นคนให้สัญญาน นึง ส่อง ซ่ำ หลังจากซ่ำ เด็กทั้งสองต้องมุดลงไปในถังน้ำ แต่เด็กหญิงยังไม่มุดลงไป เหลือปลายจมูกอยู่เหนือน้ำ แต่พอเห็นน้องชาย จาโผล่ขึ้นมา เด็กหญิงก็ค่อย ๆ มุดลงไปในถัง และ โผล่ตามเมื่อแน่ใจว่าน้องชายโผล่หน้าขึ้นมาแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชนะอยู่หลายที เจ้าน้องชายก็จับได้ เพราะน้องชายไม่ยอมมุดลงแต่คอยแอบดูว่า พี่สาวมุดลงน้ำไปหรือยัง เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงไม่มุดลง น้องชายก็โวยวาย จะเป็นคนนับเอง เมื่อเห็นท่าไม่ดี เด็กหญิงก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ชวนกลับบ้าน และกำชับน้องชายว่าอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ ไม่งั้น สงสัยเราสองพี่น้องจะต้องตูดลายอีกแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเจ้าวัวมองดูเราตาปริบ ๆ ไม่รู้ว่ามันจะคิดยังไงที่เราเอาถังน้ำกินของมันมาเป็นที่เล่นสนุกสนาน เศษหญ้าที่ติดมากับตัวของเด็ก ๆ ร่วงอยู่เต็มถัง ไม่รู้ว่ามันอิจฉา หรือโกรธพวกเรารึป่าว แต่ถ้ามันรู้สึกอิจฉา ก็ดีเหมือนกัน ถือว่าเป็นการแก้แค้นเจ้าพวกวัวไปในตัวที่มันชอบดื้อตอนที่พามันออกไปกินหญ้าข้างนอก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-3871444806808016067?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/3871444806808016067/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/15.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3871444806808016067'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3871444806808016067'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/15.html' title='ตอนที่ 15 ความสนุกที่มากับสายฝน'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7712841061354349985</id><published>2010-01-09T05:21:00.007-08:00</published><updated>2010-01-09T05:49:48.066-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 16 เล่นน้ำที่สวนสวรรค์</title><content type='html'>ในสวนที่บ้านของเด็กหญิงเลี้ยงวัว จะมีร่องน้ำไหลผ่านซึ่งมาจากสระใหญ่ของสวนเพื่อนบ้าน เวลาที่ฝนตก จนน้ำท่วมอีกบ่อ เมื่อฝนตกท่วมหนักในครั้งแรก น้ำจะเต็ม ร่องน้ำ และไหลบ่าแรงมาก บางครั้งท่วมเยอะ จน กระทั่งมาถึงคอกวัวเลยทีเดียว แต่พอถึงหน้าร้อน น้ำจะลดลงพอที่จะเดินข้ามจากสวนอีกฝั่งไปอีกฝั่งได้ ซึ่งตอนนี้หล่ะเป็นตอนที่สนุกสำหรับเราเด็ก ๆ  เด็กหญิงและน้องชายก็ชอบแอบมาเล่นในสวนโดยไม่บอกใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำใส ไหลเย็นผ่าน กอหญ้า ตรงฝั่งที่ไหลมาจะรก ๆ มีก้านมะพร้าวที่แห้งและตกลงมากอง ขวางทางการไหลของน้ำ ทำให้ลดความเร็วของน้ำไปได้ สองพี่น้องช่วยเอาก้านมะพร้าวออก เพื่อที่จะเอาเรือกระดาษที่ช่วยกันพับ การพับเรือกระดาษทำได้ไม่ยาก จึงพับได้เร็ว จากนั้นก็เอามาแข่งกัน เรือสมมุติลอยไปตามสายน้ำ เด็ก ๆ พากันวิ่งตาม เรือกระดาษลอยไปไม่เท่าไหร่ ก็ล่มเพราะความเร็วและแรงของน้ำ แต่มันก็ยังถูกพัดไป จนไปลอยนิ่งอยู่ตรงแอ่งทราย ค่อย ๆ ไหลเอื่อย ๆ เพื่อเดินทางไปถึงอีกสุดปลายของสายน้ำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรือที่ทำจากกระดาษมันบอบบางเกินไป ถูกน้ำแป็บเดียวก็จม เด็ก ๆ จึงเปลี่ยนเป็นเรือที่ทำจากกาบมะพร้าวเล็ก ๆ  ที่หลุดลงมาจากต้น ตอนแรกเด็กหญิงตั้งใจว่าจะแค่วิ่งตามเรือสมมุติเฉย ๆ จะไม่ยอมเปียก แต่เมื่อวิ่งไปแล้วเท้าไปติดกับดินเหลวทำให้ ต้องไปล้างน้ำในร่องน้ำ น้ำใสกระเด็นใส่ ก็สุดแสนเย็นชื่นใจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โน่นแหน่ะ เจ้าน้องชายถอดเสื้อผ้าจนหมด ยกเว้นกางเกงในที่ใส่อยู่ กระโดษลงน้ำจ่อม แล้วเธอก็ขึ้นนั่งบนก้านมะพร้าว จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำมันพัดก้านมะพร้าว ให้ไหล เรือจำรองจากก้านมะพร้าว โดนพัดเร็วมาก น้องชายดูท่าจะสนุกมากทีเดียว จนเด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะไปทดสอบ นั่งบนก้านมะพร้อม สนุกมาก ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกวัวก็ชอบมายืนเล่นใสร่องน้ำตอนปลาย มันก้มลงดูด ดื่มน้ำที่ไหลมาดังจ๊วบ ๆ เด็กหญิงก็รู้สึกหิวน้ำเช่นกัน แต่จะวิ่งกลับไปที่บ้าน ก็ขี้เกียจเหลือกำลัง เด็กน้อยคิดในใจว่า วัวก็กินได้ เราก็น่าจะกินได้ แต่อีกใจบอกว่า ไม่ได้นะน้ำมันอาจจะสกปรก แต่ตอนนี้อารมณ์ขี้เกียจ และอยากรู้อยากลองมีมากกว่า เด็กหญิงก็ก้มลง เอามือวักน้ำ แล้วดื่มเอาจากมือ รสชาติแปลก ๆ ปะแล่ม ปะแล่ม ไม่หวานเหมือนน้ำฝนที่บ้านเลย แต่ก็ตื่นเต้นดี จนเด็กหญิงดื่มเข้าไปหลายอึก &lt;br /&gt;เมื่อเท้าสัมผัสน้ำ มองลงไปในน้ำเห็นปลาตัวเล็กหลายตัวกำลังต้านน้ำ อย่างขมักขเม้น มันคงอยากทำอะไรที่แตกต่าง และไม่ยอมให้น้ำพัดพามันไป ไม่ว่าจะด้วยสนุก หรืออยากจะเอาชนะธรรมชาติของเจ้าปลาน้อย มันก็ทำให้เด็กหญิงดูมันพยามอย่างเพลิดเพลิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในร่องน้ำ น้ำใสมาก จนเห็นพื้นน้ำด้านล่างหมด มีรูอยู่หลายรูริมฝั่งของร่องน้ำ เด็กหญิงแปลกใจเคยถามยาย ยายบอกว่ามันอาจจะเป็นรูปู หรือรูงูก็ได้ แต่ก็มีวิธีการให้สังเกตพื้นฐาน ถ้าหากเป็นรูปู พื้นผิวด้านหน้าจะไม่เรียบเพราะปูมันจะขุดดินออกเป็นก้อน ๆ โดยใช้ก้ามของมัน  แต่ถ้าเป็นรูงู ปากรูจาเรียบ ๆ อาจเพราะมันไม่มีก้าม มันก็เลยดันตัวเองเข้าไปในรู  แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปูหรือรูงู เด็กหญิงก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะกลัวทั้งปูและกลัวทั้งงู &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายเคยสอนจับปู โดยตอนแรกต้องไปกดตรงกระดองของมันเพื่อให้มันหยุดเดินก่อน และใช้สองนิ้วคือนิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับที่กระดอง ทีนี้เราก็สามารถยกมันขึ้นจากพื้นได้แล้ว โดยที่มันไม่มีโอกาสเอาก้ามปูหรือขาส่วนไหนมาต่อสู้ได้เลย เด็กหญิงลองทำบางทีก็สำเร็จโดยเฉพาะปูตัวเล็ก แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ เจ้าปูมันจะไม่ยอมง่าย ๆ มันจะขยับขาทุกขา จนเด็กหญิงตกใจต้องปล่อยมันลง และพอมันได้ลงน้ำเท่านั้นหล่ะ มันก็เดินหนีเข้ารูสุดชีวิตเลย ชวนในสุภาษิตคำไทยเรื่องแม่ปูกับลูกปู ที่แม่ปูบอกลูก ๆ ให้เดินตรงแต่ลูกปูก็เดินไม่ตรงซักที เพราะธรรมชาติของปูนั่นเอง และอีกคำไทยที่บอกว่า บอกว่า อย่ารีดเลือดเอากะปู เพราะปูไม่มีเลือด แต่เคยอ่านหนังสือพบว่าปูมีเลือดเหมือนกันแต่ไม่ใช่สีแดง มันเป็นสีเขียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7712841061354349985?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7712841061354349985/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/16.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7712841061354349985'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7712841061354349985'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/16.html' title='ตอนที่ 16 เล่นน้ำที่สวนสวรรค์'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-8166068516553219484</id><published>2010-01-09T05:21:00.005-08:00</published><updated>2010-01-09T05:50:18.723-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 17 เพื่อนของเด็กเลี้ยงวัว</title><content type='html'>นอกจากเด็กหญิงและน้องชายที่เลี้ยงวัวแล้ว น้องชายก็ยังมีเพื่อนสนิท ที่ชอบมาเล่นด้วยบ่อย ๆ  และช่วยเลี้ยงวัว เป็นคู่หูคู่ฮา ส่วนเด็กหญิงก็มีเพื่อนด้วยเช่นเดียวกันชื่อ เรณู รวยและเรณู เป็นพี่น้องกัน แล้วทั้งสองก็น้องชายอีกหนึ่งคนชื่อบอย อาศัยก็กับพ่อแม่ และ บ่อยครั้งที่รวยจะมาช่วยเลี้ยงวัว ส่วนเรณูมาบ้างเป็นบางครั้งเพราะต้องดูแลทำงานบ้าน ดูแลน้องชายคนเล็กที่ชื่อบอย เพราะพ่อแม่ของเรณูไปทำงานรับจ้าง ซึ่งบ้านของรวยและเรณูก็จัดอยู่ในขั้นยากจน เพราะสร้างบ้านเป็นกระต๊อบและอาศัยอยู่ในที่ของโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนให้พ่อของรวยและเรณู ช่วยดูแลสวนให้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่ารวยจะไม่รวยสมชื่อ แต่น้ำใจของ เด็กชายรวย นั้นมากมายเลยทีเดียว ส่วนเรณูก็ดูเหมือนจะเอ็นดูเด็กหญิงเหมือนน้องสาว คอยช่วยแนะนำสิ่งที่เด็กหญิงน้อยไม่รู้ และเป็นผู้ที่ถ่อมตนอยู่เสมอ ถึงแม้เรณูจะไม่ได้เรียน จบ ป.3 ก็ต้องออกมาช่วยพ่อและแม่ดูแลน้อง ๆ และแบ่งเบาภาระของครอบตัว แต่ความยากจน และการไม่ได้เรียนหนังสือก็ไม่ได้ทำให้น้ำใจของเรณูต้องขาดแคลนไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวยมาช่วยเลี้ยงวัวและเล่นกับน้องชายบ่อย ๆ และเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากต้อนวัวเข้าคอกแล้ว พ่อก็จะให้เงินรวยกลับไปหลังเลิกเลี้ยงวัวแล้ว และบางครั้งยายของเด็กหญิงก็ฝากขนมฝากอาหารไปให้แม่ของรวยด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่รวยพึงพอใจกับสิ่งที่ตนได้รับตอบแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวยเป็นเด็กชายรูปร่างผอม และตัวพอ ๆ กันกับเด็กชาย ทั้งสองดูเข้าขากันมาก ซึ่งบางครั้งก็รวมหัวกันแกล้งเด็กหญิง ซึ่งแผนการแกล้งทั้งหมดก็มาจากเด็กชาย ซึ่งเด็กชายจะบังคับให้เด็กชายรวยร่วมมือด้วย ถึงแม้ว่าเด็กชายรวยจะกลัวเด็กหญิง แต่ก็ต้องทำเพราะเห็นใจในเพื่อนรักมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเด็กหญิงเมื่อโดนแกล้งก็ทำได้แค่เพียงขู่ ร้องบอกจะฟ้องพ่ออยู่แหยง ๆ ซึ่งบางครั้งก็ได้ผลเหมือนกัน ทำให้เด็กชายรวยเดินเลี่ยงไป ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแหย แหย เพราะไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิตดี นี่ก็เพื่อน นี่ก็พี่สาวของเพื่อน บางทีที่รวยไม่มาช่วยเลี้ยงวัว เด็กหญิงก็โล่งใจเมื่อเจ้าน้องชายตัวแสบไม่มีผู้ช่วย ทำให้อารมณ์เด็กหญิงขุ่นมัว และต้องเสียน้ำลายและต้องตะเบ็งเสียง เพื่อขู่ ฟอด ฟอด แต่ถ้ารวยมาช่วยเลี้ยงวัว เด็กหญิงก็ไม่ต้องเดินมาก เพราะสามารถสั่งให้รวยทำได้ดังใจ ไม่เหมือนเจ้าน้องชายจอมขี้เกียจที่บอก ที่สั่งอะไรก็ไม่ได้เกิดผล ไม่ยอมทำตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่ง เด็กหญิง น้องชายตัวแสบ และเด็กชายรวย ได้ต้อนวัวไปกินหญ้า ที่สวนท้ายไร่ของโรงเรียน ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ บริเวณบ้านของเรณู น้องชายและเด็กชายรวย ก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน ในบ่อที่น้ำแห้งแล้ว ซึ่งตอนนี้ ก็มีหญ้าอ่อน ๆ ขึ้นเยอะ หญ้าสีเขียวเข้ม ดูเหมือนสีของสาหร่ายที่มันยังอยู่ในน้ำ เด็กหญิงก็ไม่รู้ว่าเป็นหญ้าอะไร แต่เมื่อสัมผัสมันก็จะ อ่อนนุ่ม เด็กชายทั้งสองวิ่งลงไป เกลือกกลิ้ง เล่นกันอย่างสนุกสนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงไม่อยากเล่นด้วย เพราะคิดว่าตนเป็นพี่ใหญ่มานอนกลิ้ง ๆ แบบนี้คงไม่ไหว  จึงขึ้นไปหาเรณูที่กำลังทำงานบ้านอยู่ วันนี้พ่อและแม่ของเรณูไม่อยู่เพราะออกไปรับจ้างข้างนอกเด็กหญิงจึงกล้าเข้าไปในบ้าน ที่จริงพ่อและแม่ของเรณูก็ใจดี แต่เด็กหญิงก็ไม่ค่อยชอบคุยกับผู้ใหญ่เท่าไหร่ คุยกับเด็กเหมือนกันสนุกกว่า  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านของเรณูเป็นกระต๊อบ มีหลังคาที่มุงด้วยหญ้าคา ฝาทำจากลำต้นของไม้ไผ่ ด้านล่างใต้ถุนก็เป็นที่เก็บถ่านที่พ่อและแม่ของเรณูช่วยกันเผาเอาไว้  ถัดไปก็เป็นกระสอบผลนุ่นที่เก็บและรวบรวมไว้  บ้านถูกยกพื้นสูง มีบันไดพาดขึ้นไปบนบ้าน ซึ่งเด็กหญิงก็ไม่ชิน เพราะ ขั้นบรรไดมันเล็กและสูงมาก เมื่อขึ้นไปบนบ้าน ก็ไม่เห็นมีเฟอร์นิเจอร์อะไรที่ดูมีค่า ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีเตียง หรือ ตู้เสื้อผ้า บ้านของเรณู กั้นไว้สองห้อง คือห้องครัวสำหรับทำอาหาร ก็จะอยู่บริเวณด้านหน้า และ ห้องนอนจะถัดเข้าไป เรณูบอกว่า ทุกคนจะนอนรวมกันในตอนกลางคืน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงคิดว่าคงอึดอัดน่าดูที่ต้องนอนรวมกับคนอื่นในบ้านแคบ ๆ แบบนี้  คิดถึงเมื่อก่อนตอนเป็นเด็กกว่านี้ก็มีนอนรวมกับน้องชาย พ่อกับแม่ก็จัดห้องแยกให้นอนกันคนละที่ ตอนแรกเด็กหญิงก็กลัวผี แต่ตอนหลังก็รู้สึกชิน แถมยังรู้สึกสบายที่ไม่มีใครมาแย่งที่นอน โดยเฉพาะตอนนี้เด็กหญิงมีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเอง ถ้าจะให้กลับไปนอนรวมกับน้องชายอีกต้องแย่แน่เลย เพราะด้วยความเคยชิน ที่ได้เหยียดแข้งเหยียดขาตามสบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรณูกำลังคดข้าวใส่จานเพื่อเพื่อเตรียมป้อนข้าวน้องชายของเรณู คือ บอย  เรณูกำลังฉีกปลาทูเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันที่ใช้ทอด จากนั้นก็ เหยาะน้ำปลา ซึ่งไม่มีตราว่าเป็นยี่ห้ออะไร แล้วตักน้ำพริกผสมลงไปกับข้าว ซึ่งดูเหมือนว่าจะแห้งติดถ้วยไปซะแล้ว กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำปลาและน้ำมันพืช มันช่างยั่วยวน เรณูหันมามองเด็กหญิงที่กำลังกลืนน้ำลายเอิ๊ก ๆ ก็หัวเราะ ก็เลยชวนเด็กหญิงให้ลองชิมเมนูอาหารนี้ เด็กหญิงก็ตอบตกลง เรณูตักข้าวมาให้ 1 จานสังกะสี พร้อมกับราดข้าวด้วยน้ำมันพืชที่ใช้แล้วผสมกับน้ำพริก ไม่มีปลาทู &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่บ้านของเด็กหญิงข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์เพราะที่บ้านเป็นร้านขายของชำด้วย  อยากจะได้ไข่ ก็ได้ อยากจะได้เนื้อ อยากจะได้ปลากระป๋องก็ได้ แต่วันนี้ ข้าวคลุกน้ำมันพืชเก่า และ น้ำปลาไม่มียี่ห้อที่ผสมกันลงไปในจานข้าว มันช่างหอมเย้ายวน เด็กหญิงก็ไม่รีอ ไม่ได้คิดว่ามันจะสะอาด หรือ ถูกหลักอนามัยหรือไม่ คำแรกที่เข้าไปในปาก มันช่างหน้าตื่นเต้น และอร่อยมาก จริง ๆ จนเด็กหญิงไม่เคยลืมรสชาติในครั้งนั้นซึ่งบางครั้ง หากที่บ้านไม่มีกับข้าวอะไร โดยเฉพาะเวลาที่หิว ๆ เด็กหญิงก็ไม่รังเกียจที่จะกินเมนูอาหารที่เรณูได้สอนในครั้งนั้นเลย การได้รู้จักวิถีที่เรียบง่ายและอัตคัต ก็เป็นเครื่องสอนเตือนใจ ไม่ให้เด็กหญิงลืมตนเวลาที่ตัวเองได้กินอาหารดี ๆ ว่าตัวเองก็เคยกินอาหารที่คนที่ขัดสนแต่มีน้ำใจปันให้ และอร่อยไม่แพ้กันเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-8166068516553219484?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/8166068516553219484/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/17.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8166068516553219484'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8166068516553219484'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/17.html' title='ตอนที่ 17 เพื่อนของเด็กเลี้ยงวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-4664151975524391652</id><published>2010-01-09T05:21:00.003-08:00</published><updated>2010-01-09T05:50:56.375-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 18 สวนผักของเรณู</title><content type='html'>บ้านของเรณู และรวย มีแปลงผักเล็ก ๆ ปลูกผักหลากชนิดรวมไว้ในที่เดียวกัน มีทั้ง ต้นพริก มะเขือเปราะ มะเขือเทศ ใบแมงลัก ใบกระเพราะ ใบสาระเหน่ ผักบุ้ง เรณูมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างในบ้าน รวมทั้งทั้งรดน้ำผักเหล่านี้ด้วย เรณูดูคล่องแคล่วว่องไวเวลาทำอะไร ต่อมิอะไร แตกต่างกับตอนที่พูด ที่มักจะต้องใช้ความคิดนาน เพื่อตอบคำถาม เวลาที่เด็กหญิงถาม  ที่จริงอาจจะเพราะว่าเรณูเป็นคนคิดก่อนพูด แต่เด็กหญิงเป็นคนชอบพูดก่อนคิด บุคลิกลักษณะของเรณูจึงดูเป็นคนสุขุม แต่เด็กหญิงเป็นประเภทปากไม่มีหูรูดมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรณูหย่อนกระแป๋งอลูมิเนียมบุบลงไปในบ่อน้ำ โดยมีเชือกผูกไว้ที่หูหิ้วของกระแป๋ง เพื่อมารดน้ำผัก หย่อนลงไปได้ซักพักก็ถึงก้นบ่อ เรณูก็ค่อย ๆ สาวเชือกเพื่อดึงกระแป๋งขึ้นมา เรณูทำแหยเก ด้วยน้ำหนักของน้ำ ที่อยู่ในกระแป๋งใบโต เด็กหญิงอยากลองตักน้ำแบบนี้บ้าง เพราะปกติที่บ้าน หากต้องการใช้น้ำเพื่อทำอะไร ก็เพียงไปเปิดน้ำที่ก๊อกก็ได้น้ำแล้ว เด็กหญิงร้องขอเรณู อยากจะลองตักน้ำบ้าง เพราะอยากรู้ว่าน้ำมันหนักแค่ไหนกัน ทำไมต้องแยกเขี้ยวด้วยเวลาที่ยกมันขึ้นมา เรณูยิ้มและยื่นกระแป๋งให้อย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงค่อย ๆ หย่อนกระแป๋ง ลงไปในบ่อน้ำอย่างทีเรณู  น้ำไหลเข้ามาในกระแป๋งอย่างรวดเร็ว กระป๋องที่ดูไม่มีน้ำหนักในตอนแรก เต็มไปด้วยน้ำ เมื่อพยายามสาวเชือกเพื่อยกกระแป๋งขึ้น เด็กหญิงก็แทบตกไปในบ่อเพราะมันหนักมาก หันไปมองเรณูด้วยสายตาวิงวอนว่าช่วยที ได้ผลเรณูถลาเข้ามาเพื่อช่วยดึง พลางสอนว่า เวลาตักต้องอย่าตักให้เต็มแบบนี้ เพราะเดี๋ยวจะเอาขึ้นไม่ไหวแบบนี้  เอาน้ำใส่แค่ครึ่งกระแป๋งก็พอ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรณูไม่ยอมให้ช่วยตักน้ำแล้ว เพราะไม่อยากยกกระแป๋งน้ำเต็มอีก คราวนี้เด็กหญิงก็ได้แต่นั่งดู เฉย ๆ แล้วก็เจี้อยแจ้วไปตามคนพูดมาก ส่วนเรณูก็ได้แต่ยิ้มเฉย ๆ ไม่เคยมีความเห็น ได้แต่เออออห่อหมก ถามคำก็ตอบคำ อาจเป็นเพราะน้ำหนักของน้ำในกระแป๋ง หรือว่าคำถามที่รัวถี่ยิบของเด็กหญิง ก็อาจจะเป็นได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่าเด็กหญิงจะไม่มีพี่ที่เกิดคลานตามกันมาก็จริง แต่เด็กหญิงก็รู้สึกอุ่นใจ ที่ได้มีเรณูเป็นเพื่อน เปรียบเสมือนพี่สาว ที่คอยห่วงใยในความอ่อนแอของเด็กหญิงน้อย ถึงแม้ในโลกแห่งความเป็นจริง เด็กหญิงจะเป็นพี่สาวคนโต ที่ต้องรับรู้และรับผิดชอบต่อครอบครัว  แต่เมื่อเด็กหญิงก็ได้รู้จักกับเรณูก็รู้สึกว่าตัวเองน่าทนุถนอมและ บอบบางเมื่ออยู่กับเรณู &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสวนผักของเรณู มีมะละกออยู่หลายต้น บางต้นก็มีผ้าพันเอาไว้ บางต้นก็ไม่มี หากสังเกตดี ๆ ผ้าที่พันเอาไว้ มันก็คือผ้าถุงขาด ๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เด็กหญิงจีบปากจีบคอ ถามเรณูว่า ทำไมต้องเอาผ้ามาพันไว้ด้วย  เรณูยิ้ม แล้วบอกว่า ต้นมะละกอ มันมีเพศเมีย และเพศผู้ ถ้ามะละกอมีดอก เรียกว่าเป็นเพศผู้ ถ้าต้องการเปลี่ยนให้มันเปลี่ยนเป็นเพศเมีย จะต้องเอาผ้าถุงมาพันไว้ มันก็จะเปลี่ยนเพศเป็นต้นมะละกอตัวเมีย ที่สามารถมีลูกให้เรากินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งก็เป็นจริงตามเรณูว่า หลายสัปดาห์ต่อมา เจ้ามะละกอที่มีดอก มันก็แปรเปลี่ยนเป็น ผลมะละกอเล็ก ๆ เด็กหญิงยังรู้สึกทึ่ง และคิดว่ามันเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร เจ้าต้นมะละกอก็มีเพศด้วย และมันสามารถแปลงเพศได้ ด้วยผ้าถุงเพียงผืนเดียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-4664151975524391652?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/4664151975524391652/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/18.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4664151975524391652'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4664151975524391652'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/18.html' title='ตอนที่ 18 สวนผักของเรณู'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-4265514841457523305</id><published>2010-01-09T05:21:00.001-08:00</published><updated>2010-01-09T05:51:31.607-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 19 เล่านิทาน</title><content type='html'>ทีโรงเรียนคุณครูบอกว่าให้นักเรียนไปฝึกเล่านิทาน แล้วอีกสองวันให้ออกมาเล่านิทานทีละคนที่หน้าชั้นเรียน  เด็กหญิงบมีหนังสือสมบัติส่วนตัวที่เก็บไว้อยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า นิทานอีสบ ซึ่งเป็นหนังสือที่เด็กหญิงซื้อเองในตอนที่มีรถหนังสือเข้ามาขายในโรงเรียน ซึ่งราคาไม่แพง ตอนแรกที่เด็กหญิงคิดจะซื้อหนังสือเล่มนี้คือ มีนิทานหลายเรื่อง และทุกเรื่องจะมี ภาพประกอบสวย ๆ เป็นลายเส้นขาวดำ แต่ มันช่างดึงดูดให้เด็กหญิงเปิดดูแล้ว เปิดดูเล่า หลังจากที่อ่านนิทานจนจบ เด็กหญิงก็ชอบย้อนกลับไปดูรูปภาพของเรื่องที่ประกอบหลังจากชื่อเรื่อง ทุกครั้ง ทำให้ดูเหมือนว่า เด็กหญิงได้เข้าไปอยู่ในเรื่องนั้นจริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกที่ครูบอกการบ้านเล่านิทาน ที่จะต้องเตรียมไป เด็กหญิงเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกเรื่องไหนไปเล่าหน้าชั้นดี วันนี้เลี้ยงวัวก็เอาหนังสือนิทานอีสบเล่มนี้ไปด้วย เรื่องหมากับเงาก็ดี แต่ดูเหมือนมันจะเป็นหมาขี้ขโมย และ โลภมากไปหน่อย และสุดท้ายตอนจบมันก็ไม่ได้อะไรเลย หรือจะเป็นเรื่อง ราชสีห์กับหนู ราชสีห์น่ากลัว และหนูก็ช่างเป็นสัตว์ตัวเล็กที่มาช่วยสิงห์โตในยามคับขัน แต่เด็กหญิงก็กลัวตอนที่มันติดบ่วง กลัวนายพรานจะกลับมา มันน่ากลัวเกินไปที่เด็กหญิงจะบรรยายได้ หรื่อเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ ที่เด็กกเลี้ยงแกะไปโกหกผู้ใหญ่ให้เชื่อ และสุดท้ายแกะของเด็กก็ถูกหมาป่ากินหมด เพราะคำโกหก แต่เด็กหญิง ก็ยังไม่ชอบ เพราะเหมือนกับตอนนี้ทีเด็กหญิงเลี้ยงวัว เดี๋ยวเพื่อนล้อ ไม่เอาดีกว่า สรุปว่าวันนี้ก็ยังเลือกไม่ได้ว่า จะเล่าเรื่องอะไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเย็นเด็กหญิงเอาวัวเข้าคอก อาบน้ำ กินข้าว ขึ้นบ้านนอน หลังจากสวดมนต์ ล้มตัวนอนหลับเด็กหญิงก็ยังคิดอยู่ว่าจะเล่าเรื่องอะไรดีจนหลับไปจริง ๆ  เด็กหญิงฝันว่า ตัวเองนั่งฟังเพื่อนเล่านิทาน เป็นเรื่องที่เด็กหญิงเตรียมเอาไว้ว่าจะเอามาเล่า ปรากฎว่าเพื่อนคนนั้นทำได้ดีมาก คุณครูตบมือ และเพื่อน ๆ ก็ตบมือให้ทั้งห้อง  คนต่อไปคุณครูเรียกเด็กหญิงให้เป็นคนต่อไป  เด็กหญิงออกไปยืนอยู่ที่หน้าชั้น แต่เด็กหญิงยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเล่าเรื่องไหนดี เรื่องไหน ๆ ก็ยังไม่ดี จนเด็กหญิงเลือกเรื่องที่ตัวเองแต่งขึ้นเองสด ๆ ปรากฎว่า บางตอนเด็กเหญิงก็นึกไม่ออกว่าจะให้เรื่องดำเนินต่อไปอย่างไร และต้องจบแบบกระท่อนกระแท่น จนเด็กหญิงสะดุ้งตื่น น่ากลัวจริง ๆ ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงอยากเล่าเรื่องที่ทุกคนชอบ และเด็กหญิงเล่าโดยไม่หน้าแตก ในหนังสือนิทานนิทานอีสบ มีเเรื่องหนึ่งซึ่งเด็กหญิงจำได้ขึ้นใจ คือเรื่อง กระต่ายกับเต่า ที่จริงแล้วในหนังสือเล่มนี้มีนิทานอีกหลายเรื่อง มีสัตว์หลายชนิด ที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจ  แต่ที่เด็กหญิงชอบเรื่องนี้ที่สุดเพราะว่ามันเป็นเรื่องแรกของหนังสือ และดูเหมือนว่ากระต่าย และเต่าก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนสิงโต หมาป่า จระเข้  ทุกครั้งที่เปิดอ่านก่อนที่จะข้ามไปอ่านเรื่องอื่น ๆ เด็กหญิงจะต้องเปิดผ่านนิทานเรื่องนี้ก่อนทุกครั้ง และที่ขาดไม่ได้คือการดูรูปภาพ เจ้าเต่าได้เดินเข้าเส้นชัยดูท่าทางตั้งอกตั้งใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำ โดยมีเจ้ากระต่ายยิ่งหน้าตื่นตามมา ดูช่างน่าขบขัน ซึ่งนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ซึ่งเป็นคำสอนใจที่เด็กหญิงจดจำใส่ใจตลอดมา เด็กหญิงตัดสินใจจะเลือกเรื่องนี้เพื่อเล่าให้เพื่อนฟัง และคิดในใจว่าถ้ามีใครเล่าเรื่องนี้เด็กหญิงก็จะไม่เปลี่ยน ยังไงก็จะเล่า และจะต้องทำให้ดีกว่าให้ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงวันจริง เด็กหญิงทำได้ดีมาก ทั้งที่ตอนแรกเริ่ม เสียงสั่น มือสั่น แต่เล่าไปไม่นาน ความกล้าเริ่มเกิดขึ้น  เด็กหญิงทั้งออกท่าทาง และ เปลี่ยนเสียง ตามตัวละคร ตามที่ได้ซ้อมเล่านิทานตอนที่ไปเลี้ยงวัว เพื่อน ๆ นั่งฟังตาแป๋วตื่น ตาตื่นตาจกับเรื่องที่เด็กหญิงเล่าให้ฟัง เมื่อจบเพื่อน ๆ และคุณครูตบมือกันเสียงดัง เด็กหญิงภาคภูมิใจกับเรือ่งนี้มาก เป็นครั้งแรกที่เด็กหญิงได้ออกไปพูดอะไรยาว ๆ หน้าชั้น และสุดท้ายคุณครูได้เลือกเด็กหญิงเป็นตัวแทนโรงเรียนเพื่อไปประกวดเล่านิทาน กับโรงเรียนอื่น เด็กหญิงเคยคิดที่จะเปลื่ยนนิทานเรื่องที่เล่าแต่ก็นึกถึงความฝันวันนั้น ถ้าเปลี่ยนเรื่องแล้ว จะดีกว่าหรือปล่าวก็ไม่รู้ ดังนั้นก็ทำตามที่สิ่งที่เราเตรียมตัวเอาไว้ดีกว่า ผลสรุปเด็กหญิงก็ชนะการประกวดเล่านิทานเหมือนกับเรื่อง กระต่ายกับเต่า ที่เต่ามีความพยายามไม่ย่อท้อ ถึงแม้จะมีอุปสรรค์บ้าง แต่ก็ต้องทำให้สำเร็จ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-4265514841457523305?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/4265514841457523305/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/19.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4265514841457523305'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4265514841457523305'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/19.html' title='ตอนที่ 19 เล่านิทาน'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7276897466456406111</id><published>2010-01-09T05:20:00.012-08:00</published><updated>2010-01-09T05:51:57.805-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 20 ไผ่ ไม้แห่งจินตนาการ</title><content type='html'>ในตอนเย็นแม่ และเด็กหญิงจะช่วยกันทำ กับข้าว ที่บ้านของเด็ยกหญิงมักจะทานข้าวดึก ที่ล้างจานเวลาทานข้าวเสร็จ ด้านหลังบ้านห่างไปประมาณ 300 เมตร จะมีต้นไม้นานาชนิด รวมทั้งต้นไผ่ ในหน้าฝน หน่อไผ่จะออกมาก ยายจะชอบเข้าไปเก็บหน่อไม้ และแบบออกมาหลายหน่อ ใส่กระสอบปุ๋ย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน่อไม้ที่บ้านมีทั้งไผ่ และไผ่ป่า ไผ่ตง จะให้หน่อเล็ก ๆ เหมือนกับต้นของมัน ไผ่ชนิดนี้สามารถหั่นและผัดได้เลย แต่ไผ่อีกชนิดจะใหญ่หน่อยเมื่อยายเก็บมาได้ มากยายก็จะต้มเก็บไว้โดยปอกเอาเปลือกด้านนอกออกเหลือแต่เนื้อใน โดยใส่ใบแมงลัก ที่เป็นสีเขียว เพื่อเอารสขมมันออกให้มากที่สุด เมื่อเสร็จแล้วก็ค่อยมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ ก็สามารถกินได้โดยกินกับน้ำพริกน้ำปลา ซึ่งรสแซบมาก ยายจะโขลกกระเทียม พริกขี้หนูให้เข้ากัน แล้วใส่รอไว้ในถ้วยน้ำพริก เมื่อเสร็จแล้วก็เอาน้ำปลามาเทใส่ รอพร้อมเสริฟ ส่วนที่เหลือยายจะเอาใส่ปี๊บไว้เพื่อรอขาย เด็กหญิงชอบกินหน่อไม้เพราะมันกรอบ อร่อยจนบางครั้งเคี้ยวเพลินจนเคี้ยวลิ้นตัวเองน้ำตาเล็ดไปหลายหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าหนาวเป็นอะไรที่น่ากลัวมากหากต้องเฉียดกายเข้าไปในบริเวณต้นไผ่ เพราะมันจะมีหนามแหลมยาวมาก ซึ่งเราไม่สามารถเดาทิศทางของหนามไผ่ได้ว่ามันจะมาตอนไหน เพราะดูเหมือนว่าลม มันจะพัดทุกครั้งที่เราเข้าไปใกล้ อาจได้รอยขีดข่วน ตามตัว คงไม่ดีนั่นหากผิวที่แตกพราะหน้าหนาวและยังต้องมีแผลขีดข่วน และยังมีรอยหนามไผ่มาขูดอีก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงชอบแอบมองต้นไผ่ไกล ๆ มากกว่า เวลาที่มันลู่ไปตามลม ช่างชดช้อยงดงาม ในหน้าหนาวลมแรง พัดให้ต้นไผ่เสียดสีกันเสียงดังอี๊ดอาด ดังเหมือนจะโค่นลงมาซะให้ได้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยืดหยุ่นตัวเองได้ดี ลมแรงแค่ไหนมันก็ยังเกาะกลุ่ม ต่างลำต่างช่วยกันพยุงมิให้โค่นลงมาได้ง่ายก็คงเหมือนกับหนังสือที่เคยอ่านที่พูดเกี่ยวกับเรื่องของความสามัคคี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหน้าร้อนใบใผ่สีน้ำตาลอ่อน จะร่วงลงมามากจนไม่เห็นพื้นล่าง คราวนี้เด็กหญิงสามารถมองเห็นมันได้ชัดกว่าเก่า เห็นตาของต้นไผ่ และรากที่โผล่ออมานอกพื้นดิน รูปร่างเหมือนกับคนแก่หนวดยาว หลายคนที่จ้องมองมาที่เด็กหญิงจนบางทีเด็กหญิงรู้สึกกลัว จินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่าต้นไผ่เหล่านี้อาจมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับคนก็เป็นได้ เมื่อนึกได้ดังนี้หากอยู่คนเดียวเด็กหญิงก็จะวิ่งอย่างเร็วกลับบ้านไปทันที &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งตาเคยทำของขวัญให้หลาน ๆ โดยเอาต้นไผ่มาตัดเป็นท่อน ๆ และเจาะรูขนาดใส่เหรียญบาทใหญ่ได้ และขัดผิวด้านนอกด้วยกระดาษทรายและลงแลกเกอร์ เด็กหญิงและน้องชายรับมันมาจากตาด้วยความยินดี ตาบอกว่าให้หยอดเหรียญทุกวัน ถ้าหากเต็มเมื่อไหร่ตาจะพาไปฝากธนาคาร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองพี่น้องก็เริ่มแข่งขันเก็บเงิน ทุกวันพ่อ จะให้เงินไปโรงเรียน 5 บาท ไว้ซื้อขนมที่สหกรณ์โรงเรียน ซึ่งขนมส่วนมากก็เป็นขนมเหมือนที่บ้าน เด็กหญิงและน้องชายไม่ยอมใช้เงินที่พ่อให้แต่จะกลับมากินขนมที่บ้าน จนแม่บ่นว่าไม่น่าให้เงินไปโรงเรียนเลย เหมือนกับจะต้องเสียเงินค่าขนม และ ยังต้องเสียขนมโดยไม่ได้เงินหลังจากเลิกโรงเรียนอีกด้วย แต่พวกเด็ก ๆ ก็ไม่สนใจเก็บเงินต่อไปเพราะรู้ว่า ยังไงก็ต้องได้เงินค่าขนมอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงจำความรู้สึกครั้งแรกที่ทุกกระปุกออมสินจากไม้ไผ่ได้ รู้สึกเสียดาย ระคนตื่นเต้น เสียดายเพราะไม้ไผ่สวยงามที่ตาทำให้กำลังจะโดนทุบทิ้ง ตื่นเต้นที่จะได้เงินเงินที่เก็บออมไว้มานานและจะได้เอาไปฝากธนาคาร ซึ่งมันเป็นครั้งแรกที่เด็กหญิงเข้าธนาคารและมีบัญชีเงินฝากเป็นของตัวเอง มันทำให้เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองรวยจัง ขอบคุณเจ้ากระปุกออมสินไม้ไผ่ที่ทำให้เด็กหญิงรู้จักการเก็บออม และรู้คุณค่าของเงิน และ คุณค่าของเวลาที่มันมีมูลค่าในตัวของมันเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7276897466456406111?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7276897466456406111/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/20.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7276897466456406111'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7276897466456406111'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/20.html' title='ตอนที่ 20 ไผ่ ไม้แห่งจินตนาการ'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-8656482291628053870</id><published>2010-01-09T05:20:00.011-08:00</published><updated>2010-01-09T05:53:26.364-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 21 คำสอนของยาย</title><content type='html'>ยายของเด็กหญิงเป็นคนขยัน ไม่ชอบอยู่เฉย เมื่อพาเด็กหญิงไปเลี้ยงวัว อุปกรณ์ของยายที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางไปเลี้ยงวัว คือ ย่ามหรือตระกร้า หรือถุงพลาสติก เพื่อเก็บของป่าข้างทาง หรือผ่านไปบ้านใคร ก็จะมีคนฝากของมาให้กินตลอดเมื่อไปถึงที่เลี้ยงวัว บางทียายก็จะเดินสำรวจพื้นที่  ก็จะได้พืชผักกลับมา ผักบุ้ง ยอดตำลึง ฝักข้าวโพดที่ตก มะม่วง ฉำฉา ฝักมะรุม ชะอม  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือถ้าวันไหนที่เข้าไปในสวน เพื่อไปดูผลผลิต ที่ยายทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย มะพร้าว ขนุน ชะอม ดอกกระเจียว มะตูม หน่อไม้ ฝรั่ง เห็ดฝาง  ก็แล้วแต่ว่าจะเอาอะไรออกมาได้บ้าง บางทีเด็กหญิงต้องเข็นรถเข็นกลับเข้าไป ถ้ายายเอาออกมาไม่ได้เช่น พวกมะพร้าว หรือ กล้วย ที่ยายตัดลงมารอไว้แล้ว เมื่อกลับออกมาจากสวน ยายก็จะเอาตระกร้าทีมาวางหน้าบ้าน ถ้าของเป็นพวกผักที่กินเลย ยายก็จะเข้าครัวและให้เด็กหญิงเป็นลูกมือคอยหยิบจับ ทำให้เด็กหญิงรู้วิธีการทำอาหารจากยายมาหลายอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่คุยกันว่า ยายของเด็กหญิงรวย ทั้งยายและตามีที่เยอะแต่ตอนนี้ ก็แบ่งให้ลูกๆ ไปหมดแล้ว แต่หลายครั้งเด็กหญิงก็เห็นลูก ๆ หลาน ๆ มาหา และขอเงินยายใช้บ่อย ๆ เด็กหญิงก็เคยได้อนิสงค์จากการอยู่ใกล้ชิดยายอยู่เหมือนกัน ครั้งหนึ่งในวันเกิดของตา ยายเคยให้สร้อยทองเด็กหญิง ครึ่งสลึง แล้วบอกว่า ถ้าเก็บไว้ดี ๆ ห้ามให้หาย เดี๋ยวปีหน้าจะเปลี่ยนให้เป็นหนึ่งสลึง เด็กหญิงดีใจมาก หากเวลาที่จะต้องออกงาน หรือไปวัด เด็กหญิงก็จะเอาสร้อยทองที่ยายให้นี้มาใส่  ก็ดูดี เหมือนลูกคนมีเงิน เมื่อถึงปีหน้า ยายก็มาหาแล้วเรียกเอาสร้อยครึ่งสลึงคืน และเปลี่ยนเป็นทองหนึ่งสลึงตามที่เคยบอกไว้ตอนแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยังไม่มีคนมากขนาดนี้ ตาและยายย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ก็ยังไม่มีอะไร อยากได้ที่ตรงไหนก็ถากแพ้ว ถางทางกันเอาเอง เมื่อก่อนที่ตาเป็นครูเงินเดือนได้ เดือนละ 10 บาท ก็ดีใจแทบตายเอามาใช้จ่าย สมัยนี้เงิน 10 แทบจะไม่เหลือค่าอะไรแล้ว สิ่งที่เพิ่มมูลค่า ก็กลายเป็นที่ทาง ที่สมัยก่อน ไม่มีค่าอะไร แต่ตอนนี้ ยิ่งมีที่เยอะก็ยิ่งรวย ยายสอนว่าถ้ามีเงินก็เก็บเล็กผสมน้อย เอาไปซื้อที่เก็บไว้ให้ลูกหลานดีกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายเป็นนักสร้างที่ขยันขันแข็ง ไม่ชอบอยู่กับบ้านเฉย ๆ เอาโน่นเอานี่มาปลูก ถ้าปลูกเยอะยายก็จะเอาไปฝากขายที่ตลาดครั้งหนึ่งเอาพริกมาปลูก ก็ปลูกรวมไว้ในสวน ยังจำได้ว่าตอนเช้ามืด ช่วงปิดเทอมเด็กหญิงต้องตามยายไปช่วยเก็บพริก ยายสอนว่าระวังนะพริกมันเผ็ด อย่าเอาไปโดนตา เดี๋ยวมันจะแสบร้อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกเด็กหญิงก็ระมัดระวัง เด็ดพริกให้เด็ดทั้งก้านเหมือนยายสอน สามารถเลือกเก็บได้ทั้ง สีเขียวและสีแดง แต่ต้องดูขนาดที่พอเหมาะ เมื่อพระอาทิตย์ส่องมาก็เริ่มเห็นเม็ดพริกชัดขึ้น แสงอาทิตย์กระทบเม็ดพริก ทำให้เกิดแสงเงา ทำให้ดูเพลิดเพลิน เด็กหญิงคิดว่า ทำไมพริกถึงเผ็ดนะ จะว่าเป็นที่เปลือกก็ไม่น่าใช่ เด็ดมาตั้งนาน ไม่เห็นจะแสบมือเลย มันน่าจะเป็นที่เมล็ดแน่ ๆ ที่มันทำให้เผ็ด เด็กหญิงเริ่มชะล่าใจ ว่าไม่เป็นไรเพราะพริกมันมีเปลือกที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้อยู่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วตอนนี้ก็เริ่มร้อนแล้ว ก็พระอาทิตย์ส่องแสง ดีนะที่เอางอบมาด้วย แต่ว่าก็คันหน้าเพราะเหงื่อเริ่มไหล เด็กหญิงเอามือที่เก็บพริกไปป้ายเหงื่อที่หน้าผากออก ก็ไม่ได้รู้สึกร้อนอะไร ก็เก็บพริกไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ จนเหมือนมีอะไรกระเด็นเข้าตา เด็กหญิงเอามือขยี้โดยอัตโนมัติ ได้ผลทันตาเห็น เด็กหญิงรู้สึกแสบร้อน บริเวณดวงตาที่ขยี้มาก เด็กหญิงร้องโอ๊ย ๆ ยายตะโกนถามว่าเป็นอะไร เด็กหญิงตอบว่าพริกเข้าตาหนู แสบมากเลย ร้องบอกไปร้องให้ไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายบอกว่าไปล้างน้ำออก เด็กหญิงวิ่งหลับตาเดียว ไปที่ก๊อกน้ำดื่ม ปวดแสบร้อนเกินบรรยาย คิดไปต่าง ๆ นานา ๆว่า จะตาบอดหรือไม่ เปิดก๊อกน้ำเบา ๆ  น้ำก๊อกก็อยู่ต่ำ เด็กหญิงต้องนั่งยอง ๆ เอาหน้าตะแคง แล้วให้น้ำไหลผ่านตา แต่ก็ไม่หายซักที จนเหนื่อยอ่อน ตัวเปียกไปหมด เด็กหญิงนั่งน้ำตาไหล แสบตา อยู่ข้างก๊อกน้ำ อธิฐานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขออย่าให้ เด็กหญิงต้องตาบอดเลย เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งไปซักพัก อาการเริ่มดีขึ้น ไม่แสบตาแล้ว เด็กหญิงดีใจที่ตาไม่บอด ตอนนี้เด็กหญิงรู้แล้วว่า ความเผ็ดมันอยู่ที่เปลือก แต่อาจเพราะตอนแรกมันไปสัมผัสกับผิวหนังซึ่งมันไม่รู้สึกรู้สากับความเผ็ดของพริก แต่ถ้ามันโดนตาเมื่อไหร่ ก็ทำให้เกิดความแสบร้อนอย่างมาก เป็นเพราะเด็กหญิงช่ะล่าใจ ไม่เชื่อคำผู้ใหญ่ ทำให้เด็กหญิงได้ลิ้มประสบการณ์ พริกเข้าตา และรู้ว่ามันทรมานอย่างไร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-8656482291628053870?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/8656482291628053870/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/21.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8656482291628053870'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8656482291628053870'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/21.html' title='ตอนที่ 21 คำสอนของยาย'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-8136763205365406965</id><published>2010-01-09T05:20:00.009-08:00</published><updated>2010-01-09T05:53:56.688-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 22 ตัวแทนของโรงเรียน</title><content type='html'>วันไหนหากเด็กหญิงไล่ต้อนฝูงวัว ไปกินหญ้าที่โรงเรียนที่เด็กหญิงเรียนอยู่  ก็เห็นเพื่อน ๆ ซ้อมวอลเล่ห์บอลกันอยู่ อันที่จริงเด็กหญิงก็ชอบเล่นบอลเล่ห์บอล ยังจำตอนที่ครูสอนวิชากีฬา โดยวิธีการรับลูกบอลเลย์ ก็ต้องเอามือมาประสานกันแล้วให้นิ้วโป้งอยู่เคียงคู่ ยืดมือตรงตรง ๆ แล้วใช้สันข้อมือรับ การรับลูกก็ต้องบอกดัง ๆ ว่า "ปล่อย" ก็จะไม่มีใครมาแย่งบอล เสมือนเป็นการรับหน้าที่และต้องทำให้ดี ถ้าทำไม่ดี รับไม่โดน หรือตีไม่ไป ก็อาจจะรู้สึกเสียหน้าได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนบางคนที่รูปร่างไม่ต่างกับเด็กหญิงเท่าไหร่ตัว แต่ก็สามารถเล่นตีลูกบอลเล่ย์ ได้หนักหน่วง รวดเร็ว แม่นยำ เด็กหญิงก็อดคิดไม่ได้ว่า "ฉันก็ทำได้เหมือนกัน" แต่ครูก็ต้องเลือกคนที่เล่นเก่งที่สุดไปแข่ง เด็กหญิงก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า เป็นเพราะว่าเราไม่มีเวลาไปฝึกซ้อม  เลิกเรียนก็ต้องรีบกลับบ้าน ด้วยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบเด็กหญิงที่ไม่อาจปล่อยปะละเลยฝูงวัว  เพื่อที่จะมาเล่นมาฝึกซ้อมวอลเล่ย์บอล เล่นสนุก กับเพื่อน ๆ ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทุกปีทางโรงเรียนจะมีการคัดเลือกนักเรียน เพื่อไปแข่งขันโรงเรียนอื่น ระหว่างโรงเรียนในเขตการศึกษาเดียวกันซึ่งก่อนจะไปแข่ง ครูก็จะคัดนักเรียนที่เล่นกีฬาเก่ง ๆ มีแข่งขันวอลเล่ย์บอล แชร์บอล ปิงปอง วิ่งแข่ง กระโดดไกล  ครูจับเวลา จัดการแข่งขันวิ่งแข่ง ครูจัดให้มีการแข่งขัน โดยลากเส้นยาวเป็นช่อง ๆ เพื่อให้วิ่งไปในทางที่กำหนด ครั้งละ 6 คน และจับเวลาคนที่วิ่งเร็วที่สุด ปรากฎว่าเด็กหญิงทำคะแนนได้ดีทีสุด เพราะเด็กหญิงวิ่งชนะเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน อาจเป็นเพราะเด็กหญิงวิ่งไล่วัวบ่อย ๆ เมื่อการคัดเลือกจบลง สรุปคนที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในระดับอายุของเด็กหญิง ในที่สุด เด็กหญิงก็ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเป็นนักกีฬากรีฑาโรงเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อกลับบ้านเย็นวันนั้นเด็กหญิงก็รีบไปบอก พ่อกับแม่ด้วยความภาคภูมิใจว่า เด็กหญิงได้รับคัดเลือกให้เป็นนักวิ่งของโรงเรียน ดูเหมือนแม่ก็ดีใจ บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าแม่จะซื้อรองเท้าผ้าใบมาให้ใส่ ให้ไปวัดเท้าว่าเด็กหญิงใส่รองเท้าเบอร์อะไร โดยดูจากรองเท้าแตะที่ใส่อยู่ เพื่อจะซื้อมาได้เลยเด็กหญิงไม่ต้องไปถึงที่ร้านขายรองเท้า เด็กหญิงได้ฟังก็ดีใจ ที่จะมีรองเท้าผ้าใบมาใส่แทนรองเท้าแตะ ที่ใส่ไปโรงเรียนทุกวัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุดแม่ซื้อรองเท้าผ้าใบให้ตามคำสัญญา มันเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวอย่างดี ใส่มาในกล่องกระดาษแข็ง เมื่อได้เด็กหญิงก็อยากจะลองรองเท้าใหม่ รอจนไปอาบน้ำใหม่ เพื่อเท้าจะได้สะอาด แล้วลองสวมดู รู้สึกว่าพอดี เด็กหญิงคิดในในว่าเรามีรองเท้าดี ๆ แบบนี้ต้องวิ่งได้เร็วกว่าใคร ๆ แน่นอน คิดแล้วก็เก็บรองเท้าใส่กล่องไว้เหมือนเดิม รอเวลาวันที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงซ้อมวิ่งทุกวัน เวลาที่ไปเลี้ยงวัว นึกถึงตอนครูสอนเรื่องการออกสตาร์ตการวิ่ง เตรียม คือ นั่งยอง ๆ แต่หากว่าจะต้องวางเท้าหนึ่งเยื้องไปข้างหน้านิดหนึ่ง วางมือกับพื้น โดยกางนิ้วทั้งห้าเป็นรูปถ้วย ลำแขนแนบลำตัว ระวัง ยกก้นขึ้น ตามองจ้องไปที่ลู่วิ่งข้างหน้า เมื่อเสียงนกหวีดเป่า เราจึงวิ่งออกจาจุดเริ่มต้น เด็กหญิงซ้อมอยู่หลายรอบ ครั้งแรกเมื่อเด็กหญิงให้สัญญาณ การวิ่ง พวกวัวตกใจแตกกระเจิงกันไปคนละทิศ แต่ซักพัก พวกมันก็เริ่มชินกับสิ่งที่เด็กหญิงกำลังทำอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เวลาที่เด็กหญิงจะเอารองเท้าผ้าใบสีขาว ใหม่คู่งามออกมาสวมใส่แล้ว เด็กหญิงบรรจงสวมถุงเท้า และสวมถุงเท้าอย่างพิถีพิถัน นึกในในว่าวันนี้หล่ะ ที่เราจะได้ขึ้นแท่นรับเหรียญพร้อมรองเท้าคู่ใหม่ เมื่อเดินออกมาจากบ้านเด็กหญิง ก็อดที่จะชำเรืองูดูรองเท้าคู่สวยในยามเดินไม่ได้ มองไป เดินไปก็รู้สึกภาคภูมิใจรู้สึกว่าตัวเองดูดี แต่เด็กหญิงก็รู้สึกประหม่าเมื่อคนมองผ่านมา เหมือนกับว่าพวกเค้าสะดุดใจกับรองของเด็กหญิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงเวลาเดินทาง ครูก็ต้อนพวกเด็ก ๆ ขึ้นรถที่มีกะบะ เพื่อเดินทางไปยังโรงเรียนที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬา เด็ก ๆ เบียดเสียดกันอยู่ท้ายรถ เด็กหญิงเริ่มรู้สึกผิดปกติ รู้สึกปั่นป่วนในท้องเหมือนท้องจะเสีย แต่เด็กหญิงก็อดทน ไม่ได้บอกใคร   จนรถที่พวกเด็กๆ ขึ้นก็ถึงโรงเรียนเป้าหมาย เด็กหญิงจึงบอกครูว่าอยากเข้าห้องน้ำ ครูจึงชี้ทางไปห้องน้ำให้เด็กหญิง แต่ว่าไม่ได้พาไปเพราะ ตอนนี้ครูยังต้องดูแลเด็กทั้งหมด เด็กหญิงเดินกิ่งวิ่งไปตามทางที่ครูชี้ ความปั่นป่วน ปวดท้องไม่เข้าใครออกใคร ไม่มีเวลาที่จะมาตื่นเต้นกับสายตาคู่ใหม่ ที่เหมือนจะมองรองเท้าของเด็กหญิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไปถึงห้องน้ำ เด็กหญิงรีบเข้าไป ปิดประตูแล้วจัดการธุระส่วนตัว ได้ๆ ยินเสียงหัวเราะคิกคัก ของเด็กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กหญิงเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ว่าเราทำอะไรผิดปกติหรือป่าว เมื่อเสร็จธุระ ก็ออกมาจากห้องน้ำ เหลือบเห็นไปมองป้ายหน้าห้องน้ำ ปรากฎว่าเป็นห้องน้ำของเด็กผู้ชาย เด็กหญิง อายแทบแทรกแผ่นดินหนี รีบเดินออกมาอย่างรวดเร็ว ถึงว่าซิ เด็ก ๆ พวกนั้นถึงได้หัวเราะ ยิ่งคิดก็ยิ่งอายเหลือเกิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงวิ่งไปตามทางเดิมที่แยกจากครู แต่ตอนนี้ กลุ่มโรงเรียนของเด็กหญิงไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว เด็กหญิงมองหา บริเวณใกล้เคียงแต่ก็ไม่พบ เห็นแต่กลุ่มของโรงเรียนอื่น เด็กหญิงเดินวนไปเรื่อย ๆ เห็นกลุ่มคนส่วนมากเดินกันไปที่สนามฟุตบอล เด็กหญิงก็เลยคิดว่าครูและเพื่อน ๆ อาจจะอยู่แถวนั้น เมื่อเดินเข้าไปในสนามฟุตบอลของโรงเรียน ดูมันใหญ่กว่าที่โรงเรียนของเด็กหญิง เป็นสนามหญ้า ที่เค้าเอาปูนขาวมาโรยทำเป็นลู่วิ่ง เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมองเห็นครู และเพื่อน ๆ รออยู่ เด็กหญิงเดินกึ่งวิ่ง เพื่อไปรวมตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้เด็กหญิง รู้สึกว่าเจ็บเท้า และก็ยังมีเศษดินอยู่ในร้องเท้าด้วย  เมื่อถึงที่ทุกคนรอ เด็กหญิงก็ถอดรองเท้า เพื่อเทเศษดินออก ปรากฎว่า มีรอยบวมแดงและเหมือนมีตุ่มน้ำขึ้นที่สันด้านหลังเท้า เด็กหญิงไม่รู้มาก่อนว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้เจ็บจนไม่อยากใส่รองเท้าอีกแล้ว จะถอดรองเท้าเดินก็ไม่ถนัด เพราะเด็กหญิงไม่ชินกับการถอดรองเท้าเดิน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้ถึงเวลาของเด็กหญิงที่จะต้องวิ่งแล้ว ใส่รองเท้าก็ไม่ได้ เด็กหญิงเลยตัดสินใจถอดรองเท้า เดินไปหาครูเมื่อครูเรียกตัวเพื่อลงแข่ง แต่ก็เดินก่องแก้งกองกอย ไป เพราะเดินไปถนัด หญ้าทิ่มมาทีเท้าของเด็กหญิงโดยตรง บางทีปลายหญ้าก็ทิ่มมาบริเวณหลังสันเท้าที่แผลพึ่งเกิด  และบางพื้นก็เป็นดินแข็งเม็ดเล็ก มันเป็นช่วงเวลาที่กระอักกระอ่วนใจของเด็กหญิงมา เริ่มไม่มีสมาธิกับการแข่ง ลืมสิ่งที่ซ้อมมา ไม่มีสมาธิกับสัญญานการแข่งขัน เด็ก ๆ ทุกคนก็ดูเหมือนจะมุ่งมั่นเพื่อวิ่งแข่ง ก็และทุกสิ่งทุกอย่างก็ใหม่หมด คนก็มากมาย &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมื่อสัญญานดังขึ้น เด็กหญิงออกตัวช้าเป็นคนเกือบสุดท้าย การวิ่งครั้งนี้เป็นการวิ่งระยะสั้น แต่เด็กหญิงรู้สึกว่าเส้นทางมันยาวไกลเหลือเกิน ทุกครั้งที่ลงเท้าไปกับพื้นสนามเด็กหญิงก็หวั่นใจกับวิ่งไปยังพื้นดินร้อน เศษดินแข็ง และหนามแหลมที่อาจจะมาทิ่มเท้าของเด็กหญิงๆได้ แต่ก็คิดในใจว่า เอาเถอะไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้วเราต้องทำให้ดีที่สุด ในการแข่งขัน ที่มี 6 ลู่วิ่งเด็กหญิงเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 ถึงแม้ว่าจะเป็นอันดับที่ไม่เลวนัก แต่ก็ไม่ได้ดี เพราะไม่ได้เหรียญรางวัล เด็กหญิงเดินกลับมาที่จุดที่รวมตัว ตัวแทนโรงเรียน ไม่มีคำพูดจากใครที่จะว่า หรือว่าชมเด็กหญิง เพราะทุกคนกำลังรอฟังสัญญานการแข่งขันครั้งใหม่  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงก็ไม่ได้มีโอกาสบอกครู จนจบการแข่งขัน ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน เด็กหญิงแทบไม่อยากจะจับเจ้ารองเท้าใหม่กลับบ้าน เพราะโกรธรองเท้าผ้าใบ ที่ทำให้เด็กหญิงเจ็บเท้า และไม่มีสมาธิในชั่วโมงการแข่งขันกับโรงเรียนอื่น บางครั้งการที่เราเตรียมตัวมากเกินไป ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่คิดว่าดี การที่คาดหวังกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเกิน หรือภาคภูมิใจกับอะไรมากเกินไป ก็อาจทำให้เราเสียใจ เพราะทุกสิ่งก็มิได้เป็นดั่งเราคิดเสมอไป เหมือนกับการที่เด็กหญิง ได้รองเท้าที่ใส่จะเป็นผ้าใบอย่างดี เป็นรองเท้าใหม่ แต่ก็พึ่งใส่ได้แค่วันเดียว ไม่เคยได้ทำความคุ้นเคย มันจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในหลาย ๆ เรื่อง ที่ทำให้เด็กหญิงต้องแพ้ในการแข่งขันครั้งนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-8136763205365406965?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/8136763205365406965/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/22.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8136763205365406965'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/8136763205365406965'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/22.html' title='ตอนที่ 22 ตัวแทนของโรงเรียน'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-6098044874387727406</id><published>2010-01-09T05:20:00.007-08:00</published><updated>2010-01-09T05:55:10.438-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 23 วันที่ได้อ่านหนังสือ</title><content type='html'>ที่บ้านของเด็กหญิงเป็นครอบครัวใหญ่ มี ตา ยาย พ่อ แม่ น้องชาย ลุง ป้า ลูกของลุง ซึ่งเป็นผู้หญิง 3 คน ลูกสาวคนเล็กของลุงอายุห่างจากเด็กหญิงเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็ชอบแนวหนังสือที่แตกต่างกันไป หนังสือที่เด็กหญิงได้อ่านมีหลายประเภท และได้จากหลายคนในบ้าน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างตาและยาย จะชอบอ่านหนังสือธรรมมะ ห้องหนังสือของตาที่จะเป็นหนังสือธรรมะ หนังสือที่ระรึกในงานศพ ที่มีกลอนสอนใจดี ๆ มีหนังสือให้เลือกอ่านมากมายเก็บไว้เป็นตู้ ลูกสาวของลุงชอบอ่านหนังสือวัยรุ่น การ์ตูน แฟชั่น ป้า และแม่ จะชอบอ่านนิตยสารรายปักษ์ ที่ออกทุกสัปดาห์ เป็นหนังสือนิยาย ซึ่งเป็นนิยายที่รวมไว้ในหนังสือเล่มเดียว มีขนาดกว้าง ยาว กว่าหนังสือทั่วไป ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะแบ่งเป็นตอน ๆ เมื่ออ่านใกล้จะจบตอนก็จะมีเรื่องทิ้งท้ายให้ชวนติดตาม จนเราอยากจะซื้อหนังสือที่จะออกในสัปดาห์หน้า มีทั้งเป็นเนื้อเรื่องนิยายแบบจีน มีการต่อสู้ ท่องยุทธภพ เรื่องเกี่ยวกับท่านชาย เจ้าสัว  ผู้มีอิทธิพล แย่งสมบัติ เรื่องเกี่ยวกับ รัก ๆ ใคร่ ๆ ที่เขียนโดยนักเขียนชื่อดังที่สามารถบรรยายภาพอย่างสมจริง จนบางครั้งเด็กหญิงก็รู้สึกอินตามบทบาท สงสารนางเอก หมั่นใส้พระเอก เกลียดนางตัวร้าย หัวเราะความสะเพร่าของ คู่หูตลก ที่ผู้เขียนได้สร้างจินตนาการขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงและพ่อชอบอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งก็จะเป็นหนังสือแนวชาวบ้าน หนังสือของพ่อมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออาชญกรรม ที่มีคนฆ่าคนตาย หรือมีอุบัติเหตุ เลือดท่วม ซึ่งเด็กหญิงไม่ค่อยชอบ เพราะสีแดงที่อยู่ในหนังสือ มันมีมากเกินไป เด็กหญิงเห็นทีไรมือไม้อ่อนทุกที  หนังสือมิติพิศวงที่พูดกันเรื่องสิ่งลึกลับ หนังสือพระเครื่องพ่อก็ชอบ  พ่อชอบซื้อหนังสือแปลก มาเป็นตั้ง ๆ  ในเนื้อหาของหนังสือ ก็จะเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นบนโลก เป็นเรื่องของคนที่มีร่างกายผิดปกติ พิธีกรรมที่มีการบูชายัญ เผ่ากินคนที่อยู่ในดินแดนลึกลับ สัตว์ประหลาดที่คนเจอ ยานเอาวกาศที่มีคนถ่ายภาพไว้ได้ เรื่องราวแปลก ๆ เหล่านี้ทำให้เด็กหญิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ว่าสิ่งเหล่านี้ก็มีเกิดขึ้นจริง ๆ บนโลก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อหนังสือที่ตัวเองอยากได้ จึงอาศัยอ่านของผู้ใหญ่ หนังสือที่อ่านง่าย ๆ ของเด็ก ๆ แรก ๆ ก็เป็นการ์ตูนในหนังสือพิมพ์ เด็กหญิงชอบเพราะมีลายเส้นสวย น่ารัก ดูอ่านง่าย กลับมาจากโรงเรียนเด็กหญิงจะต้องเข้ามาเปิดหนังสือพิมพ์หน้าการ์ตูนก่อน ในบางวันที่กลับมาจากโรงเรียน วันไหนที่ไม่ได้ไปเลี้ยงวัว เด็กหญิงก็จะชอบหมกตัวอยู่ในห้องของตัวเอง บางทีก็ตัดหนังสือพิมพ์หน้าการ์ตูนเก็บไว้อ่าน เพราะหากเก็บทั้งหมดก็คงรกห้องแน่ ๆ และหนังสือพิมพ์ก็ต้องถูกเอาไปขายไปของเก่า ถ้าไม่ตัดไว้กันมันจะถูกรวมไว้ด้วยเป็นที่น่าเสียดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ที่โรงเรียนมีการเปิดห้องสมุดใหม่ ซึ่งใช้ห้องเดียวกับห้องเด็กอนุบาลแต่ว่าแยกกั้นพื้นที่เอาตู้หนังสือมากั้นเอาไว้ มีคนมาบริจาคหนังสือการ์ตูนสำหรับหรับเด็ก หนังสือถูกเรียงไว้เป็นระเบียบ และมีโต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ เพื่อรองวางหนังสือให้เด็ก ๆ นั่งอ่าน เป็นครั้งแรกที่เด็กหญิงได้เห็นหนังสือเยอะแยะมากมาย เด็กหญิงเข้าไปครั้งแรกแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ครูที่ประจำอยู่ที่ห้องนี้ เด็กหญิงเปิดหนังสืออ่านเงียบ ๆ  เปิดหนังสือที่มีรูปภาพสวยงาม สีสันต์สดใส เปิดใจของเด็กหญิงให้เบ่งบาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกตัวอักษรทำให้เด็กหญิงจินตนาการและเชื่อว่าเรื่องที่อ่านเป็นเรื่องจริง เรื่องสัตว์พูดได้ การผจญภัยของเด็กหญิงเรื่องเจ้าชาย เจ้าหญิง นางฟ้า แม่มด เรื่องเด็กชายที่บินได้  เรื่องหุ่นไม้ที่มีความรู้สึกเหมือนคน ทุกเรื่องสนุกสนานในตัวของมันเอง จนเด็กหญิงอดคิดไม่ได้ว่าซักวันอยากจะเขียนเรื่องแบบนี้และวาดรูปแบบนี้ และให้เด็ก ๆ อยากเด็กหญิงอ่านบ้าง คงจะดีไม่น้อย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-6098044874387727406?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/6098044874387727406/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/23.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/6098044874387727406'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/6098044874387727406'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/23.html' title='ตอนที่ 23 วันที่ได้อ่านหนังสือ'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-3282471645564211771</id><published>2010-01-09T05:20:00.005-08:00</published><updated>2010-01-09T05:55:42.893-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 24 คำสอนของตานักพัฒนา</title><content type='html'>ตาของเด็กหญิงเคยเป็นครูใหญ่ หลังจากที่เกษียณแล้ว ก็ออกมาทำอาชีพส่วนตัวคือ ขายประกันชีวิต  ซึ่งคนที่เป็นลูกค้าส่วนมาก ก็เป็นคนที่ตารู้จัก เป็นลูกศิษย์ ตาชอบออกไปทำความรุ้จักกับคนใหม่ ๆ และเสนอข้อมูลที่จะเป็นเป็นประโยชน์กับคนคนนั้น อย่างการให้ความรู้เรื่องของการทำประกัน หรือ แนวทางคำสอนตามหลักพระพุทธศาสนา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาเป็นนักพัฒนา เป็นครู  ชอบอ่านหนังสือ ชอบเข้าวัด ฟังธรรม และชอบสอนลูกหลาน และนอกเหนือจากการสอนด้วยวาจาแล้ว ตายังสอนเด็ก ๆ ด้วยการกระทำให้ดู วันหนึ่งตาสั่งจากที่มัดไว้เป็นตับมาจากหมู่บ้านบนเขา และไปตัดไม้ไผ่มาทำโครงหลังคา  ตาทั้งผูก ทั้งตอก เพื่อจะสร้างหลังคามุงจาก เด็ก ๆ มายืนมุงดู เด็กหญิงคอยส่งอุปกรณ์ที่ตาต้องการ  มองดูแขนของตา ดูเล็ก ผอม แต่แข็งแรง ซึ่งเวลาที่สร้างดูเหมือนว่าตาจะไม่เหนื่อยเลย ตาทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน ผิดกับเด็กหญิงอยากเห็นศาลาเร็ว ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสร้างเสร็จ ตาก็ตอกตะปูสร้างม้านั่งอ่านหนังสือ และสร้างตู้หนังสือเพื่อเอาหนังสือธรรมมะ ที่ตามีอยู่มาใส่ไว้ มีทั้งหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ที่ทุกวันแม่จะเอามาจากที่ตลาด และมีน้ำดื่มที่ตั้งเอาไว้ และมีกระบวยตักน้ำกะลา ที่ตาทำเอง บางทีเด็กหญิงก็ช่วยเอาน้ำฝนมาใส่ในในโอ่งดินอันเล็ก ที่หน้าบ้านของเด็กหญิงจะติดถนนทางลูกลัง ก็จะมีคนเดินทางสัญจรผ่านไปมามากมาย และส่วนมากคนเหล่านั้นก็จะมานั่งพักที่ศาลาอเนกประสงค์ที่ตาสร้างไว้ อ่านหนังสือ ดื่มน้ำและก็จากไป ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พัก มีน้ำดื่มให้หายเหนื่อยแล้ว ถ้าได้อ่านหนังสือของตาก็จะช่วยให้ชื่นใจอีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงได้อ่านหนังสือของตามากมาย ซึ่งเป็นคำสอนของพระให้เราทำดี และผลของการกระทำความชั่ว เรื่องราวของคนตายแล้วฟื้น และเล่าความที่ได้ไปเจอหลังจากที่ตายไปแล้ว คำอุปมาอุปมัย คำกลอน ศีลปฎิบัติ เพื่อยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น และวิธีดับจทุกข์ หนทางสู่ความสุข และประสบความสำเร็จ เมื่ออ่านแล้วก็เหมือนน้ำชโลมจิตใจให้ชุ่มชื้น วันหยุดเด็กหญิงจะจมกับอยู่กับหนังสือของตาที่ศาลาอเนอกประสงค์  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วติดตาติดใจเด็กหญิงมาก เป็นหนังสือเป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้น ไม่คิดว่าจะน่าเกิดขึ้นจริง แต่ไม่แน่ว่าอนาคตมันจะเป็นจริงขึ้นสักวันหากจิตใจของเราได้ถูกราคะ โมหะ ครอบงำจนถึงจุดนั้น เรื่องบรรยายถึงเด็กคนหนึ่งอยู่ในสถานที่แปลกตา เหมือนกับเป็นงานเลี้ยงรื่นเริง ที่ผู้คนแต่งตัวสวยและสง่างาม มีการบรรยายิถึงความหรูหราการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงเวลาอันสำคัญมีรายการพิเศษที่ดูเหมือนว่าทุกคนจะรอคอย  สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไป เป็นความกระหายอยากที่จะลิ้มรสอาหารรายการพิเศษนี้ อาหารรายการพิเศษถูกลากออกมาวางไว้กลางงาน เมื่อเปิดออก่ ก็กลายเป็นหญิงสาว ที่ถูกมัดไว้ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเคียง ผัก และเครื่องเทศ เนื้อเรื่องบรรยายถึงอาการสั่นกลัวของหญิงสาว ที่มิอาจร้องได้  เมื่อประธานเปิดงาน ทุกคนต่างรุมแย่งเพื่อตัดกินร่างของหญิงสาว เด็กที่เป็นตัวเอกในตอนแรก หลังจากที่ได้ลิ้มรสอาหาร ความคิดที่จะสงสารหญิงสาวก็เปลี่ยนไปกลายเป็นความกระหาย และตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดี ก็เปลี่ยนไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนกับความบาป ความชั่วของเราที่อยู่บนโลก  เด็ก ๆ เมื่อเกิดมาก็เป็นผ้าขาว ความคิดใสซื่อบริสุทธิ์ มีความรู้สึกสงสาร และละอายต่อบาป แต่เมื่อใช้ชีวิตอยู่บนโลก สิ่งยั่วใจก็เกิดขึ้นมากมาย จนบางครั้งทำให้เราหลงคิดว่ามันเรื่องปกติที่ทุกคนก็ทำกัน ทำให้ละทิ้งความเชื่อเดิม ๆ จนหมดสิ้น จนเราอาจหล่อหลอม และถูกกลืนกินไปกับความบาปชั่ว จนไม่สามารถถอนตัวขึนได้ แต่หากเรามีสติรู้คิด มองเห็นและรู้เท่าทันกับความบาป ความชั่ว เราก็อาจรอดพ้นและยังคงความรู้สึกบริสุทธิ์ในจิตใจไว้ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-3282471645564211771?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/3282471645564211771/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/24.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3282471645564211771'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3282471645564211771'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/24.html' title='ตอนที่ 24 คำสอนของตานักพัฒนา'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-300315287221875962</id><published>2010-01-09T05:20:00.003-08:00</published><updated>2010-01-09T05:56:17.502-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 25 ไม้ป่ามหัสจรรย์</title><content type='html'>สถานที่ไปเลี้ยงวัว บางทีก็เป็นสวน ที่เจ้าของไม่ค่อยเข้ามาดูแล ทำให้หญ้าสูง การที่พวกวัวเข้าไปกินหญ้า ก็ช่วยทำให้สถานที่ดูไม่รกจนเกินไป เพราะพวกวัวมันก็จะย่ำ จนหญ้าราบไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของไร่สวนก็รู้จักยายหมด เพราะยายเป็นเป็นคนใจดี เวลาไปไหน ก็จะมีของฝากไปให้คนที่อยู่ระแวกแถวนั้นทุกที  และพวกเค้าก็มักจะมีของให้กลับมาเหมือนกัน  นี่หล่ะคือน้ำใจของคนต่างจังหวัด ซึ่งในบางพื้นที่ ผลไม้ที่ขึ้นในสวนของเจ้าของก็มักจะไม่ได้หวงห้าม เพราะไม่ได้ปลูกไว้มากและเพื่อเอาไปจำหน่าย แต่ถ้าเป็นพวกมะม่วง มีการดูแล เอาหนังสือพิมพ์มาห่อ มีการฉีดยาฆ่าแมลงก็อีกอย่าง ที่เราต้องไม่ให้วัวเข้าไปกิน เพราะจะทำให้ของเสียหายและวัวอาจป่วยได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเดินทางไปเลี้ยงวัว ความสุขอีกอย่างของเด็กหญิงคือการที่ได้ลิมรสผลไม้ ทั้งต้นประเภทที่ขึ้นเอง อาจเพราะมีพวกนกมาขี้ปล่อยเมล็ดทิ้งไว้ และ ประเภทที่คนตั้งใจปลูก ทำให้การเลี้ยงวัวของเด็กหญิงน่าสนุกขึ้นมาหน่อย เพราะได้ปีนต้นไม้ ได้เก็บกิน ได้ค้นหา ซึ่งผลของต้นแต่ละชนิดมันก็ไม่เหมือนกัน แต่ละชนิดก็จะรสชาติไม่เหมือนกัน เด็กหญิงสังเกตว่าสีสันและกลิ่นของผลก็สามารถทำให้เราเดาได้ว่ามัน สุก ซึ่ง หรือยังดิบ หวาน หรือ เปรี้ยว เช่นหากเป็นสีเขียวแสดงว่ายังไม่สุก และ อาจเปรี้ยว  ถ้าเป็นสีเหลือง แสดงว่ามันสุก หวาน และเกือบที่หล่นแล้ว และที่สีคล้ำ ๆ ก็อาจเป็นเพราะสุกมาก หวาน ใกล้จะหล่น และบางทีอาจเน่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลไม้ที่พบในสวน ที่ไม่ได้ไม่ได้ถูกดูแลเท่าที่ควร เด็กหญิงก็จะจินตนาการว่า มันเป็นผลไม้ป่า และส่วนมากพวกมันจะลูกเล็ก ๆ  ซึ่งหากจะเอาไปวางขายอย่างผลไม้ที่ถูกดูแลอย่างดีเราก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าผู้ซื้อ หากมิได้พิจารณาที่ราคาแล้วละก็ ความประทับใจแรกพบ เมื่อยังมิได้ลิ้มลอง ทดสอบรสชาติแล้วละก็ ส่วนมากต้องเลือกผลไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่า สีสันต์สวยงามกว่า &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ผลไม้ที่เด็กหญิงพบระหว่างการเดินทางไปเลี้ยงวัวก็มีมากมายหลายชนิด  อย่างพุทราซึ่งมีขนาดเล็กมาก ซึ่งถ้าจะคว้าเข้าปากก็ต้องดูดี ๆ เพราะมีหนอนอยู่ในลูกพุททราด้วย ยิ่งถ้าร่วงตกจากต้นแล้ว จะหาดีเก็บเอาไปก็ยากเต็มที ลูกหว้า มองภายนอกมันเป็นสีดำ แต่ถ้ากินเข้าไปนาน ๆ ลิ้นของเราจะเป็นสีม่วง รสชาติเปรี้ยว ถ้าเอามาจิ้มกับพริกเกลืออร่อยอย่าบอกใคร  ฝรั่งขี้นก เป็นฝรั่งลูกเล็ก ๆ แม่บอกว่าเวลากินฝรั่งห้ามกินเมล็ดไปด้วยเพราะมันจะหล่นไปอยู่ที่ใส้ติ่ง ทำให้ปวดท้องและต้องเข้าโรงพยาบาล บางทีเด็กหญิงก็นึกได้ไม่กิน แต่บางทีก็ทำเป็นลืมเพราะเมล็ดข้าวในของฝรั่งหวานกรอบจนเด็กหญิงอดใจไม่ไหว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทกรก เป็นพืชตระกูลหญ้า มันจะขึ้นเป็นเถา ลูกเล็ก ๆ เวลาสุกจะเป็นสีเหลืองรูปร่างเหมือนฟักทอง แต่กระทกรกพื้นผิวจะเนียนเงา  เนื้อข้างในเป็นเมล็ดที่มีเมือกล้อม รอบ รสชาติ หวาน มะขามเปรี้ยว กินกับกระปิอร่อย เวลาที่มันสุกยายจะชอบเก็บมาปอกเปลือกและปั้น ๆ เก็บไว้เพื่อประกอบอาหาร อย่างแกงส้ม ต้มยำ จะทำให้รสชาติอาหารมีรสเปรี้ยวธรรมชาติ  มะขามป้อม ลักษณะกลม ๆ เป็นลูกสีเขียว ๆ เนื้อใสใส เมื่อกินไปแล้วก็ให้รสชาติชื่นใจเมื่อกินน้ำตามก็จะรู้สึหวานที่โคนลิ้น มะขามเทศ ซึ่งมีทั้งประเภทมันและฝาด ถ้าเป็นมะขามเทศมันจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ มาก แต่ถ้าฝาด ผู้ใหญ่ก็จะชอบเก็บไปประกอบอาหารเช่น แกงส้ม แกงป่า แกงอ่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าผลไม้ที่ต้องการอยู่สูงเกินไปก็จะต้องมีไม้สอยอยู่ใต้ต้นเสมอ ไม้สอยเราก็ทำเองได้ไม่ยาก แค่เรามีไม้ยาว ๆ และ มีเศษไม้ที่แข็ง ๆ สักหน่อย และมีเชือกฟางหรือเถาย์ไม้เพื่อผูกติดเศษไม้กับไม้ยาวเราก็สามารถเอาผลไม้ลงมากินได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้อัถรสในการเก็บเท่ากับปีนขึ้นไปเก็บด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใกล้คอกวัวจะมีบ่อน้ำที่พ่อสูบน้ำขึ้นมา เพื่อเอาน้ำใส่ในแท้งก์ใหญ่ เพื่อใช้อาบน้ำ ล้างจาน ถูบ้าน และพ่อก็ใช้มันเพื่อล้างคอกวัว และให้น้ำวัว ซึ่งพ่อจะต้องให้ลอกบ่อ เกือบทุกปีเพราะว่าจะมีตะกอนตกไปทับถมทำให้ตื้นเขิน ที่บ่อมีครื่องสูบน้ำที่พ่อทำบ้านเล็ก ๆ เพื่อใส่เครื่องสูบน้ำ มันอยู่มานานแล้ว บางทีเวลาที่ต้องการใช้มันก็ไม่ยอมร่วมมือ พ่อต้องใส่บู๊ทเพื่อเดินไปซ่อมมันทุกครั้งเพื่อป้องกันไฟดูด  น้ำที่สูบจากเครื่องสูบน้ำแรงมาก ซึ่งบางทีถ้าหากเราไปไปถือปลายสายยางที่น้ำออก แทบจะจับกันไม่ไหวทีเดียว และทุกทีที่เปิดน้ำถือสายยาง ตัวก็มักจะเปียก และเด็กหญิงก์ถือว่าเป็นข้ออ้างในการเล่น น้ำเลยทีเดียว ‘&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องสูบน้ำนอกจากจะมีบ้านเล็กบังแดด บังฝนให้แล้ว ก็ยังมี ต้นตะขบต้นใหญ่ ที่ปกคลุมอยู่ เด็กหญิงคยเห็นมันตั้งแต่มันกำลังโต ไม่มีลูก จนมันแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โต ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานไม่เหมือนต้นไม้อื่น ที่กว่าจะโตก็ต้องใช้เวลานาน มีนกนานาชนิดที่ชอบมากินลูกตะขบที่หล่นอยู่ และทั้งที่อยู่บนต้น มีทั้งนกหัวขวาน  เพราะมันมีหัวแหลม ๆ มี่ลักษณาเหมือน ขวาน และอีกหลายชนิดที่ไม่รู้จักที่ส่งเสียงดังและไล่จิกตีกันเพื่อป้องกันพื้นที่ของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตะขบ เป็นผลของต้นไม้โตเร็วที่เด็กหญิงชอบ เพราะกิ่งก้านของมันทำให้เด็กหญิงปีนได้สะดวก ลูกของมัน สีสวย มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ถึงแม้จะมีเมล็ดเยอะ  แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคในการลิ้มลองรสชาติ การที่ได้เด็ดผลตะขบจากต้น ชวนให้จินตนาการว่าหากเด็กหญิงเกิดเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในป่า เด็กหญิงก็คงไม่อดตาย เพราะผลของต้นตะขบช่วยในการดำรงชีวิต แต่คิดไปคิดมา เด็กหญิงก็คงจะไม่หายหิวแน่ เพราะลูกตะขบมันก็เล็กซะเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้ววันหนึ่งเป็นวันที่เด็กหญิงเสียใจที่สุดเมื่อกลับมาจากที่โรงเรียน เมื่อมาเปิดคอกวัวเพื่อเอาวัวไปกินหญ้าเหมือนเคย เหลือบไปเห็นซากต้นตะขบที่เหลือแต่ตอ และกิ่งก้านของมันถูกฟันเรียบอยู่ที่พื้น น้ำตาของเด็กหญิงเอ่อ รู้สึกเสียดายจับใจ ใครกันนะมาล้มต้นไม้ที่เด็กหญิงชอบที่สุด ต้นตะขบที่เด็กหญิงปีนป่าย และเป็นพื้นที่แอบสังเกตนกนานาชนิดที่มาจิกกินตะขบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ไม่มีอารมณ์จะเลี้ยงวัว เด็กหญิงวิ่งกลับไปที่บ้านไปตามพ่อทั้งน้ำตาว่า ใครมาตัดต้นไม้ต้นโปรดของเด็กหญิง พ่อมองมาที่เด็กหญิงอย่างประหลาดใจที่เด็กหญิงโกรธและร้องให้ วิ่งกลับมาบ้านเพื่อมาถามหาข้อเท็จจริง เด็กหญิงถามว่าทำไมต้องตัดต้นตะขบทิ้งด้วย เด็กหญิงไม่เข้าใจว่าต้นตะขบทำอะไรผิด และทำไมมันถึงต้องตาย ทั้ง ๆ ที่มันมีประโยชน์ต่อพวกนก และและเด็กหญิงก็ชอบมันที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่ออธิบายบาย กิ่งของมันใหญ่มาก และถ้าหากปล่อยให้มันโตกว่านี้ก็อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องอุปกรณ์เครื่องใช้ที่อยู่ใต้ต้นของมัน ซึ่งก็คือเครื่องสูบน้ำ เพราะถ้ากิ่งตะขบมันใหญ่มากแล้ว หากมันหักลงมา ก็อาจทำให้เครื่องมือเสียหายได้ แม่มองเด็กหญิงอย่างคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่สุด บอกว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องโมโห ทำไมต้องร้องให้ด้วย ไปเลี้ยงวัว เสียงแม่ตะโกนไล่ เด็กหญิงจึงเดินหนีไปที่คอกวัว ยังรู้สึกเสียดายต้นไม้ของตัวเอง ต้นตะขบที่เคยปีนไม่มีอีกแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลในการดำรงอยู่ของต้นตะขบอาจจะไม่เพียงพอมากกว่าเหตุผลของพ่อ ซึ่งก็เป็นเหตุให้มันต้องถูกกำจัด แต่ถ้าหากเรามัวแต่เสียใจเสียดายกับสิ่งที่เคยได้ ประโยชน์ที่ผ่านมา มันก็จะเป็นการยากที่จะทำใจ แต่ถ้าหากเราคิดว่าทุกอย่างมีระยะเวลาของมันเองก็อาจทำให้เราสบายใจขึ้นได้ บางทีประสบการณ์ที่เราได้รับก็สามารถเปลี่ยนแปลง และช่วยให้เรามีวิจารณญานในการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดผลลัพย์ที่น่าพึงพอใจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-300315287221875962?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/300315287221875962/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/25.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/300315287221875962'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/300315287221875962'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/25.html' title='ตอนที่ 25 ไม้ป่ามหัสจรรย์'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-4411570425512341818</id><published>2010-01-09T05:20:00.001-08:00</published><updated>2010-01-09T05:56:47.338-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 26 วันหยุด สนุก สบาย</title><content type='html'>ช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ เป็นวันที่เด็กหญิงและน้องชายไม่ได้ไปโรงเรียน วันหยุดเวลาที่ใช้ส่วนมากก็จะดูทีวี การได้ดูทีวี ได้ดูการ์ตูน เป็นสิ่งที่เด็กหญิงชอบมาก โดยเฉพาะน้องชายตัวแสบ นั่งดูได้ทั้งวันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง หากแม่ไม่ไล่ให้ไปทำอย่างอื่นซะก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อชอบเช่าวีดีโอมาดู เวลาที่เข้าไปติดต่อธุระในตัวอำเภอ เรื่อง วัว เด็กหญิงเคยตามพ่อไปในร้านวีดีโอ เข้าไปในร้าน มีหนังสาระพัดชนิด เป็นม้วนสีดำ และมีเนื้อเรื่องบนสันของวีดีโอ มาครั้งหนึ่งพ่อเช่าครั้งละหลายสิบม้วน พ่อชอบเช่าวีดีโอเรื่องสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่า การผจญภัย มาให้ดู มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อเอาหนังเรื่องทาร์ซานมาให้ดู เป็นเจ้าป่า ชอบโหนเถาวัลย์ไปมา แล้วก็ตบปากตัวเอง ร้อง โฮ่ ฮี้ โฮ่ ฮิ้ว และที่น่าสนใจไปกว่านั้น ทาร์ซานมีบ้านบนต้นไม้ ความอยากมีบ้านบนต้นไม้ก็ติดอยู่ในใจของเด็กหญิงและน้องชายเรื่อยมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานอดิเรกของครอบครัวเราคือ ดูทีวี พ่อชอบดูข่าว แล้วมาวิจารย์กับลูกค้าที่มาซื้อของในร้าน ส่วนแม่ก็ชอบดูทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์โชว์ ละครทีวี ตลก หรือแม้กระทั่ง มวย หรือ กีฬาชนิดไหน ๆ แม่ก็ชอบทั้งนั้น ส่วนน้องชายชอบดูการ์ตูนมาก ๆ โดยเฉพาะเช้าวันเสาร์ วันอาทิตย์ คนถือครองรีโมทก็คือ น้องชายตัวแสบ ถ้าหากไปแหยมละก็ บ้านแตกแน่ ๆ ส่วนเด็กหญิงถึงแม้จะชอบดูการ์ตูน แต่ก็โดนขัดใจบ่อย ๆ เพราะต้องตามใจน้องชาย จะดูการ์ตูนผุ้หญิง เจ้าน้องชายก็จะดูการ์ตูนผู้ชาย ดูกะแม่ก็ต้องตามใจแม่ ถ้าดูกะพ่อก็ต้องดูตามใจพ่อ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปคือ เด็กหญิงดูได้หมดทุกโปรแกรมทีวี แต่ที่ขาดไม่ได้ จริง ๆ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของบ้าน ทำการบ้านอยู่ในห้อง หลังจบข่าวช่อง 7 ต้องมานั่งหน้าแป้นรอดูการ์ตูน 3 นาทีให้ได้ ที่มีเพลงสโลเกนหลังจบการ์ตูนว่า “ช่องเจ็ดสี ทีวีเพื่อคุณ” ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่ ๆ สถานที่ก็ไม่ใช่ที่ปกติ จะนั่งเอาหน้าสอดอยู่ที่ซีกบันได ซึ่งทำมุมเฉียง ๆ เห็นทีวีได้ตรงมุม ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกดีมาก เหมือนได้ลักลอบได้แอบดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากแม่เห็นก็จะโดนดุ เพราะเป็นเวลาที่ควรอยู่ในห้อง ทำการบ้าน หรือ หลับ ตอนนั้นแม่ชอบบอกว่า เรายังเด็กเกินไปที่จะนอนดึก ดูทีวี เป็นเด็กเป็นเล็กควรผักผ่อนให้เพียงพอ ก็รอว่าเมื่อไหร่ เราจะโตซักที จะได้ไม่มีใครบังคับให้นอน ให้กิน หรือทำอะไร แต่บางครั้ง แม่ก็บอกว่า เราโตเกินที่จะมาดูการ์ตูนได้แล้ว ก็ยังไม่รู้จนบัดนี้ ว่า ในความคิดของแม่ อายุเท่าไหร่คือยังเล็ก และอายุเท่าไหร่คือโตแล้ว มันเป็นช่วงต่อที่แบ่งแยกได้ยากจริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากดูทีวีในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้ว ก็มีที่แห่งหนึ่งที่สนุกมาก ๆ อยู่ไม่ไกล ก็คือสวนหลังบ้าน&lt;br /&gt;ที่หลังบ้านตาและยายปลูกต้นไม้ไว้หลายชนิด มีทั้งต้นมะละกอ ต้นกล้วย ต้นมะพร้าว ต้นมะม่วง ต้นฝรั่ง เวลาหญ้าขึ้นเยอะ ๆ สองพี่น้องไม่ต้องเอาพวกวัวไปเลี้ยง แต่ปล่อยมันไว้ในสวน โดยมี รั้วลวดหนามคอยกั้น ไม่ไห้พวกมันเลยเขตไปบ้านคนอื่นโดยเราไม่รู้ แต่พวกวัวมันก็ฉลาด มันทำรูลอดลวดหนาม หรือไม่ก็กระโดดข้ามรั้วลวดหนาม ในด้าน เตี้ย ๆ ได้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนทั่วไปที่ไม่เคยเลี้ยงวัวคงไม่รู้หรอกว่าพวกวัวมันดื้อมาก ฉลาดมาก แค่ไหน พอจับมันได้ มันก็ทำหน้าตาเฉย ๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่มันก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เท่าไหร่เลย ดูเหมือนมีการชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา เด็กหญิงชอบเลี้ยงวัวในสวน เพราะไม่ต้องมาดูแลพวกวัวตลอดเวลา จะวิ่ง จะเล่นอะไร ที่ไหนก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-4411570425512341818?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/4411570425512341818/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/26.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4411570425512341818'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4411570425512341818'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/26.html' title='ตอนที่ 26 วันหยุด สนุก สบาย'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-1167339041767841534</id><published>2010-01-09T05:19:00.001-08:00</published><updated>2010-01-09T05:57:14.923-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 27 สัตว์ตัวเล็กที่คอกวัว</title><content type='html'>คอกวัวนอกจากจะเป็นที่พักของวัวแล้ว ยังเป็นบ้านเหมือนบ้านของสัตว์เล็กหลากหลายชนิด เวลาว่าง ๆ เด็กหญิงชอบเข้าไปในเล่นแถวคอกวัว ไปสังเกตุมองดูพฤติกรรมของสัตว์เล็ก ๆ อย่างเช่นมด ซึ่งมีอยู่หลากหลายชนิด ดูพวกมันช่างขยันขันแข็ง เดินต่อแถว ขนลากอาหารกันเป็นเส้นยาว ดูเหมือนว่าพวกมันสื่อสารกันด้วยหนวดเล็ก ๆ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงเคยแกล้งมันโดยเอาอะไรไปกั้นเส้นทาง ทำให้การทำงานของพวกมันชะงักซักพัก เมื่อไม่มีเส้นทางเดินพวกมันก็ป่วน ต้องเดินกลับไปเส้นทางเดิม ดูวุ่นวายดีแท้ และซักพักก็จะมีเจ้าตัวหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมา สำรวจ และหาเส้นทางใหม่ เพื่อมาต่อเส้นทางเดิม นับว่าเป็นความพยายามและพวกมันก็มีความฉลาด ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่คอกวัวมีรังผึ้งหลวงอยู่รังหนึ่งเป็นรังที่ใหญ่มาก บางทีก็จะมีน้ำผึ้งไหลเยิ้มออกมาจากรัง เด็กหญิงเคยลิ้มรสน้ำผึ้งที่ยายซื้อมาผสมยา มันช่างหวานหอม เลยอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเรารังผึ้งหลวงรังนั้น เอามาเฉพาะแต่น้ำหวานใส่ลงในขวดเก็บน้ำผึ้งก็คงจะดีไม่น้อยเลย คิดอยู่ได้ไม่นาน ยายก็หาคนมาเอารังผึ้งไป เพราะกลัวว่าพวกผึ้งมันอาจจะทำร้ายวัวได้ หากยังปล่อยให้รังอาศัยของพวกผึ้งยังอยู่ และเพิ่มจำนวนที่คอกวัวนี้ ตอนที่มีคนมาเอารังมัน เราต้องเอาวัวไปไว้ทีอื่น เพราะผึ้งมันอาจบินมาต่อยทำให้เจ็บปวดได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเอารึงผึ้ง ก็ก่อไฟด้านล่างเพื่อพัดควันไปรมพวกผึ้งให้วิงเวียนและงง ไม่สามารถต่อสู้ปกป้องรังของมันได้ เมื่อพวกผึ้งมึนงงได้ที่แล้ว ก็ได้เวลาเอาพวกมันลงมาจากขื่อที่พวกมันอยู่ทั้งรัง เอาลงมาไว้ในถังที่เตรียมไว้ เด็กหญิงวิ่งตามไปดู อยากดูก็อยากดูกลัวก็กลัว เพราะเด็กหญิงเคยมีประสบการณ์โดนผึ้งต่อยมาครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เจ็บน่าดู บวมแดงให้เพื่อนล้ออยู่หลายวัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อบิดดูข้างในก็จะเห็นตัวอ่อนของผึ้งอยู่เป็นรู ๆ สีขาว ๆ คนเอารังผึ้งบอกว่าเอาไปทำอาหารได้ แต่เด็กหญิงก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำกินอย่างไร คนเอารังผึ้งบิส่วนน้ำหวานส่งให้ เด็กหญิงตามันวาว ที่จะได้ลิ้มรสน้ำหวานจากรังสด ๆ แต่ก็ไม่รู้จากินยังไงได้เลยเอาเข้าปากไปทั้งรัง ดูดเอาน้ำหวานจนหมดรสแล้วก็คายรังออกมา รสชาติมันช่างหวานเจ็บคอจริง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้พวกเราได้น้ำหวานจากรังผึ้งแล้ว แต่คิดถึงพวกผึ้งที่มีนับหลายพันชีวิตที่ต้องเสียบ้านของมัน เพราะน้ำผึ้งที่มันสะสมเอาไว้ และด้วยมันไม่รู้ว่าการสร้างบ้านของมันทำให้วัวต้องเสี่ยงอันตรายจากเหล็กไนของมัน พวกเราก็ต้องเลือกวัวและเลือกที่จะแย่งชิงน้ำหวานของพวกมัน พวกเราไม่ได้ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของมันมาก แต่ถ้าหากว่าพวกมันพูดได้ หรือสื่อสารกันได้เราจะเลือกที่จะเจรจาหรือว่าเลือกที่จะใช้ความแข็งแกร่งของเราเพื่อการดำรงชีวิตของเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ด้านข้างคอกวัว มีปลวก ขนดินมาทำลัง ขนาดความกว้างก็ใหญ่มาก ความสูงเกือบท่วมหัวของเด็กหญิง บางคนเคยพูดว่า ถ้าบ้านไหนมีจอมปลวกขึ้นจะมีโชคลาภ จอมปลวกมีประโยชน์หลายอย่าง ครูบอกว่าดินจอมปลวกสามารถเอามาปั้นดินได้ดีเพราะเมื่อเอามานวดก่อนปั้น ดินจอมปลวกเหนียวและเกาะตัว ไม่แตกเมื่อปั้นเสร็จแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนตาชอบขุดดินจอมปลวก ไปเพราะพันธุ์ปลูกต้นไม้ตาบอกว่ามันช่วยให้ต้นไม้งอกงามดี  ส่วนพวกวัวชอบมาเลียจอมปลวก อาจเป็นเพราะมันเค็มดีคล้ายอาหารเสริม ยายก็คงจะเห็นว่าพวกวัวชอบก็เลยมาถากจอมปลวกเตรียมเอาไว้ เวลาที่พวกวัวเดินผ่านไปมันก็จะได้ลิ้มชิมรสชาติจอมปลวกใหม่ ๆ อยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อก่อนเด็กหญิงเคยสงสัยว่า พวกแมลงเม่ามาจากไหนกัน เวลาที่คืนไหนฝนทำท่าจะตก จะมีแมลงเม่าบินมาเล่นไฟนีออนเยอะมาก บางทีต้องปิดไฟนีออนนอกบ้าน เพราะมันบินเข้าบ้านเยอะมากจนต้องอยู่ไม่ได้ ต้องหนีเข้ามุ้งเพื่อไม่ให้มันบินผ่านหน้าไปมา เด็กหญิงเคยจุดเทียนไข เพื่อให้ความสว่างแทนหลอดนีออน ปรากฎว่าจุดได้ไม่นาน ก็เหมือนมีอะไรมาทำให้เทียนดับจนต้องจุดใหม่ ปรากฎเห็นเป็นซากของแมลงเม่าปีกไหม้นอนตายอยู่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงสุภาษิตคำไทย ที่บอกว่า “แมงเม่าบินเข้ากองไฟ” มันคงไม่รู้ว่าร้อน แต่เห็นไฟ สีสวย และอบอุ่น ก็บินเข้าไปตายกันทั้งหมด นึกภาพได้เลย ขนาดเป็นเทียนแบบนี้ยังทำให้ปีกไหม้ได้ขนาดนี้ แต่ถ้าเป็นกองไฟ คงไม่เหลือซากแน่ว่าเป็นแมงเม่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคืนที่แมงเม่าบินออกมาเล่นไฟนีออน แต่เด็กหญิงยังไม่อยากปิดไฟนอน ก็มานั่งพิจารณาเจ้าแมงเม่าปีกอ่อน เวลาที่มันบินชนอะไร ปีกมันก็จะหลุดออกมา พวกแมงเม่าปีกหลุดก็จะเดินต่อแถวกัน เด็กหญิงก็จะช่วยให้มันเดินต่อกันเป็นทางรถไฟ และพมองดูอย่างภาคภูมิใจว่ามันต่อแถวกันตามที่เด็กหญิงช่วยจัดการให้ เหล่าแมงเม่าปีกหักเมื่อเดินต่อตูดกันได้ซักพัก เมื่อเดินไป เดินไป บางกลุ่ม บางคู่ที่ก็เจอรูที่ไม้กระดาน พวกมันก็พากันแทรกเดินหายไปข้างล่าง พอถึงตอนเช้าแมงเม่าที่มีอยู่เยอะแยะก็หายไปหมด เหลือแต่ปีกที่ทิ้งไว้ จะว่าพวกคางคกกินไปหมดก็ไม่น่าจะใช่ ก็เป็นคำถามเรื่อยมา  ก็ไม่เป็นแมงเม่าตัวไหนอีกเลยยกเว้นไอ้เจ้าตัวที่ตายแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเช้าเด็กหญิงต้องมากวาดปีกแมงเม่า กวาดไปก็บ่นไปเพราะปีกแมงเม่าที่เปียกน้ำทำความสะอาดยากจริง ๆ ปีกแมงเม่าทับถมกันเป็นเศษปีกแมงเม่ากองใหญ่ แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าที่เห็นตัวมันพวกมันเป็นกองใหญ่ ยายเคยเอากะละมังใส่น้ำมาวางไว้ใต้ไฟนีออน ได้ผลพวกแมลงบินตกลงมาแล้วไปไหนไม่ได้ พวกมันนอนหงายท้องกองอยู่บนน้ำที่ใส่ไว้ เมื่อเห็นเด็กหญิงจะขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งขนแขน ขนหัว คนคอ ชวนกันลุกจนรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่ขมวดเข้าหากัน อาจเป็นเพราะรู้สึกขยะแขยงและกลัวเพราะพวกมันมีกันมากเกินไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงนั่งพิจารณาพวกมันไป ขนก็ลุกไป ขาของพวกมันยุบยับไปหมด เด็กหญิงนึกสงสัยว่าพวกมันมาจากไหน จนในที่สุดวันหนึ่งเด็กหญิงก็รู้ว่าพวกมันเป็นใคร เมื่อไปขุดจอมปลวก เจอเจ้าตัวหนึ่งที่ลักษณะเหมือนกับแมลงเม่า มันมีปีก และส่วนท้องก็เป็นปล้อง ๆ ลาย ๆ แตกต่างกับพวกปลวกซึ่งมีปากน่ากลัวแข็งแรง และตัวเล็กกว่ามาก แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว ก็มีส่วนคล้ายกันอยู่หลายส่วน จนพ่อเล่าให้ฟังว่าพวกนีก็คือพวกปลวกที่โตเต็มวัย มันจะมีปีกงอกขึ้นมา และเมื่อวันไหนฝนจะตก พวกมันก็จะออกมาเล่นไฟ จับคู่กัน ผลัดปีก  และสืบเผ่าพันธุ์ต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีเด็กหญิงก็แปลกใจในการสื่อสารทำความเข้าใจของพวกมัน ว่ามันทำได้อย่างไร ที่จะเข้าใจกัน หรือว่าเหมือนกับที่หลายคนบอกว่ามันดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยสัญชาติญานของพวกมัน สัตว์ทุกชนิดก็มีวิธีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ตามสภาพสังคม ตามลักษณะทางกายภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าแปลกว่า ไม่มีสัตว์ชนิดไหนลุกขึ้นมาเพื่อปฎิวัติแบบแผนการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ ๆ และดูเหมือนว่าพวกมันไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง และสามารถเลือกใช้รูปแบบชีวิตได้เหมือนกับคน หรือว่า อาจจะมีแต่ว่าเราไม่รู้ เพราะเราไม่สามารถสื่อสารกับพวกมันได้ คิดถึงมนุษย์ต่างดาวบางทีพวกเค้าอาจจะเฝ้าสังเกตมองเราอยู่เหมือนกับที่เรามองดู มด แมลง  และกำลังหาวิธีที่จะสื่อสารกับเรา หรือต้องการทดสอบ หรือแย่งชิงผลประโยชน์ เหมือนที่เราทำกับพวกแมลงก็เป็นได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-1167339041767841534?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/1167339041767841534/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/27.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/1167339041767841534'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/1167339041767841534'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/27.html' title='ตอนที่ 27 สัตว์ตัวเล็กที่คอกวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-7645982029510906781</id><published>2010-01-09T05:18:00.004-08:00</published><updated>2010-01-09T05:57:46.156-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 28  เที่ยวสวน คุณลุง คุณป้า</title><content type='html'>คุณลุง คุณป้า ไม่ได้เป็นญาติของเรา  แต่เป็นคนที่พ่อและแม่เคารพนับถือ ได้รู้จัก และคบหามานานกับครอบครัว เพราะด้วยความชอบคุยของพ่อและความรอบรู้ของคุณลุง ทำให้เป็นที่ชอบพออัธยาศัยซึ่งกันและกัน คุณลุงและคุณป้า เคยอาศัยอยู่ที่กรุงเทพ แต่พอเกษียณ ท่านทั้งสองก็มาทำสวน คุณลุงเคยเป็นทหารเก่า ผิวคล้ำ ใบหน้าคมคาย ขาไม่ค่อยดี เวลาเดินจะต้องมีไม้เท้านำ และต้องยกขาขวาเหยียด ๆ  เพราะไม่สามารถงอเข่าขวาได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เจอ คุณลุงจะใส่กางเกงสเล็ค สีเขียวขี้ม้า ใส่รองเท้าหนังขัดมันแว็บ  ซึ่งการแต่งตัวก็จะแปลกจากคนทั่วไปในหมู่บ้านที่หากเป็นคนที่ทำสวน ทำไร่ ก็จะใส่เสื้อผ้าดำ ๆ แล้วก็เหม็น ๆ และใส่รองเท้าแตะ คุณป้าดูสวยมาก  ผิวขาวใบหน้ารูปไข่ คิ้วโค้งโก่งเหมือนคันศร เส้นเล็ก ทำให้นึกถึงนางในวรรณคดีที่คุณครูเคยเล่าให้ฟัง   ทำให้เด็กหญิง คิดไปว่า คุณลุงและคุณป้าอาจจะเป็นอดีตดาราที่หนีชีวิตสังคมเมืองมาใช้ชีวิตในบ้านป่าก็เป็นได้  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเวลาช่วงเย็น ฟ้าเป็นสีแดง และเป็นช่วงที่เอาวัวเข้าคอกแล้ว  ก็เป็นเวลาที่คุณลุงกะคุณป้ามาที่บ้าน  พ่อจะดีใจหัวเราะร่วนเพราะจะได้สนทนากับคนที่ชอบพอกัน  เรื่องที่คุยกัน ก็จะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องวิทยาการ เรื่องมนุษย์ต่างดาว และอีกหลายเรื่อง เด็กหญิงชอบเข้าไปนั่งฟังทำตาแป๋ว กลอกตาไปยังคนที่พูด และก็ชอบถามคำถามสาระพัดในเรื่องที่คุยกัน จนบางครั้งโดนแม่ดุว่าพูดมาก แต่ดูเหมือนว่าพ่อจะพอใจที่เด็กหญิงสนใจใคร่รู้ คุณลุง คุณป้าบอกว่าเด็กหญิงเป็นเด็กฉลาด ทำให้เด็กหญิงรู้สึกภาคภูมิใจมาก คิดไว้ในใจว่าถ้าจะเป็นคนฉลาดต้องตั้งคำถามเยอะ ๆ แต่ต้องรู้จักการะเทศะด้วยจะได้ไม่โดนดุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งคุณลุงนั่งที่ม้านั่งไม้ยาวหน้าบ้าน หันหน้ามาทางเด็กหญิง แล้วปลายขากางเกงถลกขึ้นทำให้มองเห็นข้อเท้าของคุณลุงทั้งสองข้างซึ่งทำให้เด็กหญิงประหลาดใจมากเพราะว่า สีของขาคุณลุงไม่เหมือนกันเลย สีข้างหนึ่งขาวมาก แตกต่างจากสีขาอีกข้างของคุณลุง เด็กหญิงไม่อาจละสายตาไปจากปลายขากางเกงของคุณลุงได้ คุณลุงมองกลับไปที่เด็กหญิง และหัวเราะอย่างชอบใจ เมื่อรู้เหตุที่เด็กหญิงนั่งเงียบ พลางถลกขากางเกงให้สูงขึ้น เด็กหญิงยิ่งตาโต เพราะพื้นผิว เหมือนกับหยวกกล้วยอย่างไงอย่างงั้น พร้อมเรียกให้เด็กหญิงเข้าไปหาแล้วถามว่าอยากจับมั้ย เด็กหญิงส่ายหัว แต่ตายังจ้องไปที่ขาของคุณลุงไม่กระพริบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุงชวนอีกครั้ง เด็กหญิงหันไปสบตาพ่อ พ่อก็หัวเราะร่วนเหมือนอย่างเคย  เด็กหญิงหันไปมองหน้าคุณลุงอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณลุงอนุญาตจริง ๆ  คุณลุงพยักหน้า เด็กหญิง จึงเอานิ้วชี้ไปจิ้มดู รู้สึกว่าขาผิวหยวกกล้วยของคุณลุงแข็งมาก แล้วคุณลุงก็เล่าวีรกรรม ที่ได้ขาหยวกกล้วยมา ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงก็รู้แล้วว่าทำไมคุณลุงถึงงอเข่าไม่ได้เพราะว่าขาของคุณลุงเป็นขาปลอมนั่นเอง และนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เด็กหญิงได้สัมผัสกับขาปลอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านคุณลุงคุณป้า อยู่ไกลมากประมาณ 3 กิโลเมตรจากบ้านของเด็กหญิง คุณลุง คุณป้า ชวนเด็กหญิงและน้องชายไปที่บ้านในวันเสาร์ ครั้งแรกที่เด็กทั้งสองได้เดินทางด้วยจักรยานกันตามลำพัง ซึ่งในตอนแรกการเดินทางก็เต็มไปด้วยความสนุกและน่าตื่นเต้น เด็กหญิงขี่จักรยานคันใหญ่ ส่วนน้องชายก็ขี่จักรยานคันเล็ก เด็กหญิงมองดูน้องชายปั่นด้วยความขบขัน เพราะด้วยเป็นจักรยานคันที่เล็กกว่า การปั่นต้องซอยขาถี่ ๆ เพื่อให้วิ่งทันจักรยานของเด็กหญิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องชายขี่ปั่นไปฉวัดเฉวียน ด้วยความคะนองพร้อมร้องท้าเด็กหญิงว่า แข่งขันมั้ย เด็กหญิงไม่ตอบแต่ซอยเท้าปั่นถี่ขึ้น และด้วยล้อที่ใหญ่และสูงกว่าทำให้จักรยานเครื่อนที่ด้วยความรวดเร็วกว่าจักรยานของเด็กชาย แต่เด็กชายก็ไม่ลดละ พยายามปั่นตามให้ทัน เมื่อปั่นหนีมาไกลเด็กหญิงก็รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะแล้ว จึงลดความเร็ว แล้วหันไปยิ้มอย่างเยาะเย้ย เด็กชาย ว่า เห็นมั้ยฉันเร็วกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เด็กชายดูเหมือนจะไม่รู้เมื่อปั่นเข้ามาใกล้ ก็ยิ่งเร่งความเร็วเพื่อที่จะออกหน้าเด็กหญิงไปก่อน เด็กหญิงปั่นเอื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็สามารถตีคู่กับจักรยานของน้องชาย และหัวเราะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่าจะเอาชนะเด็กชายเมื่อไหร่ก็ได้ ขี่ไปเรื่อย ๆ จนถึงเชิงเขาแรงที่ปั่นชักจะน้อยลงเพราะเป็นทางขึ้นเขา จนเด็กทั้งสองต้องพากันลงเดินเพื่อจูงจักรยาน เมื่อเดินกันสองคนข้างทางก็เป็นป่าเขา ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีอะไรโผล่มาจากข้างทางหรือปล่าว ถ้ามีเสือเราจะปั่นจักรยานหนีได้ทันหรือป่าว เด็กหญิงคิดในใจ แต่เจ้าน้องชายตัวดี ก็ปากพร่อยออกมาว่า บนเขานี้มีสัตว์อะไรบ้าง จะมีลิง มีช้าง มีกวาง มีงู มีเสือหรือปล่าว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงก็ตอบกลับไปว่าไม่รู้ แต่ยิ่งเร่งจูงจักรยานให้ถึงเนินให้เร็วที่สุด เจ้าน้องชายยังเจื้อยแจ้ว ร้องเพลงช้าง ช้าง มันน่าตีนัก ถ้าเจ้าพวกสัตว์พวกนั้นมันได้ยินแล้วมันออกมาจะทำอย่างไร พอถึงเนินเด็กหญิงกระโดดขึ้นจักรยานทันที แต่เจ้าน้องชายปั่นนำหน้าไปเสียก่อนแล้ว เด็กหญิงใจเสียรีบขี่ปั่นตามไปอย่างรวดเร็ว พอถึงทางลาด รถก็เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว จนที่ปั่นรู้สึกว่ามันปั่นง่ายมาก เด็กหญิงจึงยกขาขึ้น แล้วเหยียบจักรยานด้านหน้า ลมปะทะใบหน้า  แต่เส้นทางลงก็มีหลุมมีบ่อเล็ก ๆ บางทีจักรยานก็ตกหลุม ทำให้จักรยานกระเด้งขึ้นอย่างแรง แต่โชคดีดีเด็กหญิงบังคับจักรยานไม่ให้ล้มได้ ส่วนเจ้าน้องชายการที่จักรยานเครื่อนที่ได้เร็วตามทางลาดเขาลงมา นับเป็นเรื่องสนุก เด็กชายร้องโห่ฮาป่า เหมือนกับทาร์ซาน โห่ โห่ ฮิ้ววววววว นำหน้าเด็กหญิงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซักพักก็มาถึงบ้านของคุณลุง คุณป้า ซึ่งทางเข้าไปในไร่ก็เขียนว่า “ไร่กัปตัน” เด็กทั้งสองจูงจักรยานเดินเข้าไปเพราะต้องเปิดประตูก่อน เมื่อพ้นประตูก็ปิดและขี่เข้าไปอีกซักพัก เสียงเห่ากรรโชกอย่างแรงมาจากโรงรถเก่าของคุณลุง และมีหมาสองสามตัววิ่งออกมาพร้อมกับเห่าเสียงดัง พวกเรายืนตัวลีบ มองหน้ากันเลิกลัก เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาต้อนรับนอกจากคุณลุงกับคุณป้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงคุณป้าตะโกนออกมาบอกให้พวกหมาหยุดเห่า จากที่ท่าทางไม่เป็นมิตรของพวกมันก็หงอยลง ซักพักพวกมันเริ่มกระดิกหางและเข้ามาเดินดม วนรอบตัวเราซักพักคุณป้าก็ออกมา พร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวคุณลุงมาเพราะเข้าไปในสวน คุณป้าวางเค็กผลไม้สีสวย และน้ำหวานสีแดงใส่น้ำแข็งไว้ที่ศาลา เพื่อต้อนรับเรา  พลางถามว่าเหนือ่ยมั้ย เราทั้งสองแย่งกันพูดถึงประสบการณ์ขี่จักรยานลงเขามื่อตะกี้ที่ผ่านมา คุณป้าดูตกใจ พลางสอนว่าที่หลังอย่าทำนะ ค่อย ๆ ขี่เพราะมันอันตราย เด็กหญิงและเด็กชายรับคำแต่ในใจคิดว่าเดี๋ยวขากลับต้องลองอีกเพราะยังสนุกอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุงเดินกระเผลกออกมาจากสวน พร้อมกับหมาสองตัว ดูท่าว่าพวกหมาจะแบ่งกลุ่มเพื่อดูแลพิทักษ์คุณลุงกับคุณป้า คุณลุงทักทายพวกเราพลางชี้ชวนให้ดูขนุนที่เอาออกมาจากสวน พลางบอกว่านี่ไงขนุนพันธุ์ที่เอามาจากสวนหลังบ้านของเด็ก ๆ และบอกว่าเดี๋ยวให้พวกเราไปเอาชมพู่ไปฝากยายที่บ้าน เด็กหญิงและเด็กชายสนุกที่ได้ชมสวนของคุณลุงซึ่งมีผลไม้หลายชนิดแปลก ๆ ที่ไม่ได้มีตามสวนของชาวบ้านทั่วไป ที่เด็กหญิงประทับใจที่สุดก็น่าจะเป็นน้อยโหน่ง สีแดงที่ลูกใหญ่ รสคล้ายกับลูกน้อยหน่า แต่ไม่ได้มีเปลือกขลุขละเหมือนน้อยหน่า และพืชพันธุ์ไม้แปลก ๆ ที่คุณลุงสรรหามาปลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุงเล่าเรื่องที่มาของพันธุ์ไม้อยากออกรสชาติ อยู่ได้ซักพักใหญ่ ๆ พวกเราก็ขออนุญาตลากลับ คุณลุงคุณป้าสำทับว่าให้มาเที่ยวอีกเพราะว่าอยู่กันสองลุงป้า บางทีก็เหงาอยากให้มีเด็ก ๆ มาเล่นที่บ้านบ้าง เราทั้งสองรับคำ สวัสดีและขึ้นรถจักรยานถีบกลับ เจ้าพวกหมาวิ่งตามเราออกไปจนถึงประตูรั้วของสวนเหมือนกับไปส่งแทนนายเจ้าของบ้านมาครั้งนี้เด็กหญิงรู้สึกเหมือนว่าได้ผจญภัยครั้งใหญ่เลยทีเดียวได้พบได้เจออะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ระหว่างทาง คุณลุงคุณป้าก็ใจดี เด็กหญิงและน้องชาย คิดไว้ว่าโอกาสหน้าจะต้องมาอีกให้ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-7645982029510906781?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/7645982029510906781/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/28.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7645982029510906781'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/7645982029510906781'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/28.html' title='ตอนที่ 28  เที่ยวสวน คุณลุง คุณป้า'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-3439941886690184146</id><published>2010-01-09T05:18:00.003-08:00</published><updated>2010-01-09T05:58:13.430-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 29 วันสงกรานต์</title><content type='html'>วันสงกรานต์ ที่บ้านทุกปี มีการเตรียมเพื่อต้อนรับวันปีใหม่ไทย ซึ่งในวันนี้จะมีญาติพี่น้อง ลุง ป้า น้า อา จะมารวมตัวเพื่อมารดน้ำดำหัว ตาและยาย ตามประเพณีไทย ดังนั้นก่อนวันงานก็ต้อง ด้วยการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ด้วยการจัดเก็บข้าวของ มีการทำเอาพระพุทธรูปที่ห้องพระออกมาทำความสะอาด ปัดฝุ่นตู้โต๊ะ กวาดหยากไย่ เช็ดถูกระจก ขัดพื้นบ้าน เก็บของ หนังสือให้เป็นระเบียบเรีบบร้อย เพื่อจัดการให้เป็นสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมทำบุญใหญ่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานนี้ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุก เพราะทุกคนช่วยกันทำความสะอาด อย่างเวลาขัดพื้นไม้ เมื่อถูบ้านเอาฝุ่นออกไปรอบหนึ่งแล้วยายก็ไปตัดใบตองแห้ง แล้วเอามาขัดกับพื้นไม้ จะทำให้เนื้อไม้เงา และถ้าจะให้เงามากก็ต้องเพิ่มน้ำหนักขณะที่ถู และถ้าจะถูให้สนุก และทำให้พื้นเงาเร็ว โดยเอาใบตองแห้งมามัดรวมกัน แล้วผูกเชือกยาว ให้อีกคนนั่งบนใบตอง แล้วมีอีกคนหนึ่งลาก ได้ผลพื้นเป็นเงา และลื่นถ้าหากใส่ถุงเท้าเดินอาจหกล้มได้ง่าย ๆ เลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และวันนี้ก็เป็นวันที่บ้านของเด็กหญิงได้ทำบุญใหญ่ในวันสงกรานต์  ที่บ้านจึงยุ่งกันใหญ่  เพราะตาเป็นผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน ตามีลูกทั้งหมด 4 คน มีลูกชาย 1 คน และลูกสาวสามคน แม่ของเด็กหญิงเป็นคนสุดท้อง และได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของหมู่บ้านหลายอย่าง และนอกจากนั้นตาก็ทำหน้าที่เป็นมัคทายกที่วัดอีกด้วย แน่นอนว่าทำให้ตาเป็นคนกว้างขวางในย่านนี้   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยายเตรียมอาหารเพื่อจะถวายพระหลายอย่าง หนึ่งในนั้นที่ต้องทำทุกครั้งคือขนมจีนน้ำยา  น้ำยาปลาช่อนของยายอร่อยมื้ก น้ำยาข้นเต็มไปด้วยเนื้อปลาช่อน ตอนทำขนมจีนเด็กหญิงช่วยยายแกะเนื้อปลา เอาก้างออก และก็จะตำเนื้อปลาในครกให้แหลก ยายบอกว่าเวลาตำครกต้องตำให้เสียงหนัก ๆ ซอยถี่ ๆ เพราะนั่นแสดงถึงว่าเราเป็นคนขยันขันแข็ง  ไม่หยิบโหย่ง และเวลาทำน้ำยาขนมจีนยายจะไม่หวงเครื่องมีเท่าไหร่ใส่ไปจนหมด จึงทำให้น้ำยาขนมจีนของยายเข้มข้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในงานเลี้ยงพระ ซึ่งส่วนมากจะนิมนต์พระเป็นเลขคี่ และหลังจากที่พระสวดประกอบพิธีสงฆ์ ทำการกรวดน้ำเสร็จ ผู้ใหญ่ก็จะเตรียมอาหารเพื่อถวายพระ เมื่อพระฉันท์เพลเสร็จแล้ว ตาก็นำลูกหลานถวานสังฆทาน และ  ลุงก็จะขับรถไปส่งพระที่วัดกถวายพระแล้ว ผู้ จากนั้น ก็จะยกสำรับที่พระฉันท์เสร็จแล้วมาเตรียมผู้ใหญ่ ป้าจะแยกอาหารที่ไม่เผ็ดสำหรับให้เด็ก ๆ กินกัน วันนี้จะมีอาหารดี ๆ แพง ๆ เยอะแยะไปหมดจนเด็กหญิงเลือกกินไม่ถูกเลยทีเดียว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นจะมีการอาบน้ำให้ผู้สูงอายุ เป็นการทำความเคารพให้ความสำคัญ มีคนแก่ ๆ ในหมู่บ้านมานั่งเรียงกันเพื่อให้ลูกหลานขัรดน้ำดำหัว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีตาและยาย ตาจะเอาพระที่อยู่ในห้องพระมารดน้ำด้วย โดยให้เด็กหญิงช่วยเตรียมเตรียมขันสแตนเลสขัดเงาวับมาใส่น้ำอบ น้ำปรุง และแป้ง และเตรียมก้านมะยม ตรงยอดอ่อน มาเพื่อให้ไว้ให้พวกเราพรมน้ำให้พระพุทธรูป  เด็กหญิงไม่ชอบก้านมะยม เพราะเห็นทีไรนึกถึงตอนที่โดนก้านมะยมตีทุกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อรดน้ำเสร็จก็ถึงเวลาของเด็ก ๆ อย่างเด็กหญิง วันนี้นอกจากเป็นวันรวมญาติแล้วยังเป็นวันรวมเด็ก ๆ ด้วย รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง ที่มารวมกันได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน สาดคนที่ผ่านไปมาอย่างสนุกสนาน ถึงเวลาถ่ายรูป ลุงเรียกทุกคนให้มารวมกันเพื่อถ่ายรูป เด็กหญิงตัวเล็กกว่าใคร แต่โดนดันมาอยู่ข้างหลังสุด ต้องเขย่งเท้า กระโดดเหยง ๆ พ่อของเด็กหญิงเห็นก็อดเอ็นดู อุ้มขึ้นมา แล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ จุดสูงสุด เด็กหญิงกลัวมากแต่ก็รู้สึกดีที่ได้อยู่บนที่สูง ๆ เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานของทุกคนที่หนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-3439941886690184146?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/3439941886690184146/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/29.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3439941886690184146'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/3439941886690184146'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/29.html' title='ตอนที่ 29 วันสงกรานต์'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2630352867135273701.post-4251528910392840694</id><published>2010-01-09T05:18:00.001-08:00</published><updated>2010-01-09T05:58:42.337-08:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 30 อวสานเด็กเลี้ยงวัว</title><content type='html'>วันนี้กลับจากโรงเรียนช้า เด็กหญิงไม่ได้ไล่วัวไปเลี้ยง แต่ยายก็ต้อนเอาวัวไปผูกไว้ที่สวนข้างโรงเรียนแล้ว เมื่อถึงเย็นเด็กหญิงก็ไปช่วยต้อนวัวกลับ เมื่อไปถึง วัวเกือบทุกตัวถูกปล่อยหมดแล้ว ยกเว้นเจ้าปุย ที่ยายบอกให้เด็กหญิงไปแก้เชือก และยายและน้องชาย กำลังจะไล่วัวตัวอื่น ๆ กลับบ้าน ไม่ได้ถูกผูกไว้ เมื่อไปถึง เด็กหญิงก็สังเกตว่า เจ้าปุยมันเดินวนต้นไม้ที่ผูกไว้ จนเกือบจะติดกับต้นไม้ เมื่อเห็นมันเห็นเด็กหญิง มันก็ทำท่าฟึดฟัด เด็กหญิงก็ไม่สนใจกับอาการที่ผิดปกติของมันมากนัก ก็เข้าไปแก้เชือกให้เจ้าปุย และดูเหมือนว่ามันจะนิ่งรอให้เด็กหญิงค่อย ๆ ปลอดเชือกออกจากต้นไม้ช่วยให้มันพ้นพันธนาการ เจ้าปุยดูสงบนิ่ง ดูเหมือนว่ามันจะรู้ว่าเด็กหญิงมาช่วยแก้มัดให้มัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รอจนเด็กหญิงแก้เชือกที่มันเดินไปพันต้นไม้ได้หมด มันสะบัดหัวไปมา ทำจมูกฟึดหัด หันมามองเด็กหญิงตาขวาง เด็กหญิงก็ยังไม่คิดว่าจะมีอันตรายอะไร เมื่อเห็นอาการที่อกตัญญูที่ไม่เห็นคุณความดีของเด็กหญิงที่มาช่วยแก้มัดให้มัน ปากก็เริ่มพูดว่าทำไมต้องทำตาขวาง ทำเหมือนโมโหด้วย อุตสาห์มาช่วยแก้มัดให้ รู้งี้ไม่แก้มัดซะก็ดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าปุยได้ยินคงยิ่งโมโห เพราะว่าตอนนี้เหลือมันตัวเดียวกับเด็กหญิง เพราะฝูงวัว ยายและน้องชายไปหมดแล้ว ที่ช้าเพราะเด็กหญิงช่วยแก้มัดให้มันช้า ด้วยความไม่สบอารมณ์ มันหันหัวมาทางเด็กหญิง และวิ่งเข้ามาอย่างเร็วที่ร่างของเด็กหญิง เด็กหญิงทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าเจ้าปุยมันจะวิ่งมาปะทะตนเองแบบนี้ ไม้เรียวที่มีก็เป็นแค่เศษไม้ ที่คิดได้ตอนนี้คือวิ่งหนีให้เร็ว แต่ด้วยพื้นดินเป็นดินที่ถูกไถ ไม่เรียบ วิ่งไปไม่กี่ก้าวเด็กหญิงก็สะดุ้ดล้มลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าปุยที่วิ่งตามมา เอาหัวดันจนเด็กหญิงตัวลอย และตกมาที่พื้น คว่ำหน้า ในความรู้สึกตอนนี้เหมือนมันหันกลับมา และมันก็กระโดดเหยียบ  ๆ นับครั้งไม่ถ้วน จนมันสาแก่ใจ แล้ววิ่งหนีไป เด็กหญิงร้องให้จ้า เพราะตกใจกับสิ่งที่เจ้าวัวปุยทำ เมื่อลุกขึ้นมาได้ หน้าตาของเด็กหญิงเต็มไปด้วยฝุ่นดิน ตอนนี้เด็กหญิงไม่คิดที่จะต้อนเจ้าปุยกลับบ้านแล้ว หันไปร้องถามเจ้าปุยด้วยความโมโหว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ จะกลับไปฟ้องพ่อ ให้ขายแกไปเลย เด็กหญิงพูดไปด้วยความโมโห แล้วหันหลังเดินร้องไห้กลับบ้าน ไม่สนเจ้าปุยที่ตอนนี้มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ มองมาทางเด็กหญิงด้วยหางตา ปากก็เคี้ยวหญ้าตุ้ย ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงเจ็บแปลบที่แขนจับใจ เดินกำแขนกลับบ้าน เมื่อไปถึงบ้าน ทุกคนตกใจที่เห็นสถาพของเด็กหญิง ที่ทั้งตัวเปื้อนฝุ่น ถามคำถามฟังไม่ได้ศัพย์ เด็กหญิงไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ มีเสียงร้องคนหนึ่งบอกว่าดูเหมือนว่าแขนจะหัก ต้องพาไปหาหมอ มีเสียงให้ความเห็นมามากมายว่าไม่ต้องเอาไปโรงพยาบาล ไปหาหมอน้ำมันดีกว่า เด็กหญิงได้ฟังยิ่งกลัว น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะเจ้าปุย ไอ้วัวบ้าตัวเดียวแท้ ๆ ที่ทำให้เด็กหญิงเจ็บแบบนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซักพักได้ยินเสียงรถมาจอดเพื่อจะพาเด็กหญิงไปหาหมอ ซึ่งไปหาหมอน้ำมัน เพราะตาเคยมีประสบการ์แขนหัก ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ทำให้ตาแขนโก่งงอไม่ได้ คราวนี้มีหลายเสียงที่มีประสบการณ์แขนหัก แล้วไปหาหมอน้ำมันและหายเป็นปกติ  เมื่อไปถึงบ้านหมอน้ำมัน หมอก็มาจับแขนดูบอกว่ากระดูกป่นหมดเลยนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไร ว่าแล้วก็เป่าแขน ดึงแขนเด็กหญิงอยู่สองสามที เด็กหญิงก็เจ็บแทบขาดใจ ซักพักอาการก็เริ่มดีขึ้น หมอน้ำมันบอกว่ากระดูกเข้าที่แล้วแต่ว่าต้องรักษาต่อเนื่อง ว่าแล้วก็เอาน้ำมันมะพร้าวทาที่แขนและพันผ้ารอบแขนไว้ พลางบอกว่าต้องมาหาอีก แต่ก็ให้น้ำมันกลับไป เอาไปทาทุกวันจะได้หายเร็ว ๆ เสร็จแล้วพวกผู้ใหญ่ก็ลาหมอน้ำมันกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนแรกของการแขนหักเป็นอะไรที่ทรมานสำหรับเด็กหญิง จะนอนพลิกซ้ายพลิกขวาก็ลำบาก ความเจ็บบรรเทาทุเลา แต่ความแค้นของเด็กหญิงที่มีต่อเจ้าปุยยิ่งคลุกกรุ่น พรุ่งนี้เด็กหญิงจะไปบอกให้พ่อขายเจ้าปุย จะไม่ให้อยู่ที่คอกวัวนี้ ถ้ามันอยู่เด็กหญิงก็จะไม่ออกไปเลี้ยงวัวอีก วางแผนไว้ในใจจนหลับไป เด็กหญิงหยุดไม่ไปโรงเรียน 1 อาทิตย์ เพราะยังเจ็บอยู่มาก ต้องหัดกินข้าวมือซ้าย แปลงฟันมือซ้าย เพราะว่าแขนขวาเป็นข้างที่เจ้าปุยกระโดดเหยียบจนหัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไป 1 เดือนเด็กหญิงก็หายสนิททุกคนบอกว่าเป็นเพราะว่ากระดูกของเด็กประสานตัวเร็วถึงทำให้หายเร็วแบบนี้ เด็กหญิงก็ชินกับการใช้แขนซ้ายในการช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น จนสามารถเขียนหนังสือมือซ้าย แต่เมื่อต้องฝึกการใช้มือขวา เพื่อให้หายเร็วยิ่งขึ้น ทักษะการใช้มือซ้ายก็หยุดชะงัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และด้วยอันตรายที่เด็กหญิงอาจจะได้รับอีกพ่อก็ตัดสินใจขายวัวทั้งฝูง และเป็นช่วงเวลาที่เด็กหญิงจะต้องเข้าเรียนระดับมัธยมต้น ซึ่งหากจะฝากความหวังให้เด็กหญิงเลี้ยงวัว เด็กหญิงก็ต้องเสียเวลาทั้งไปและกลับไม่สามารถเลี้ยงวัวเหมือนเดิมได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปทำให้เด็กหญิงต้องมานั่งคิดว่า ที่จริงแล้วเจ้าวัวมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ มีอารมณ์โกรธ มันเองก็คงไม่สนุกนัก ที่ต้องมีคนมาคอยบงการให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไปกินที่นู่น ไปกินที่นี่ โดยเฉพาะ เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเด็กหญิง ทั้ง ๆ ที่นับกันแล้ว กำลังของเด็กหญิงก็ไม่อาจเทียบเท่ากำลังของฝูงวัวได้เลย อาจเพราะมันเป็นสัตว์ ไม่ยังไม่รู้อำนาจของการต่อรอง แม้เพียงไม้เรียวเล็ก ๆ ก็สามารถควบคุมฝูงวัวได้ แต่หากเมื่อมันลืมกฎ ความโกรธเข้าบังตามันก็ไม่สนถึงแม้ว่าไม้เรียวจะใหญ่แค่ไหน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2630352867135273701-4251528910392840694?l=girlandcow.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://girlandcow.blogspot.com/feeds/4251528910392840694/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/30.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4251528910392840694'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2630352867135273701/posts/default/4251528910392840694'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://girlandcow.blogspot.com/2010/01/30.html' title='ตอนที่ 30 อวสานเด็กเลี้ยงวัว'/><author><name>MeOmee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18158150770570046949</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_J-CLcXkFwmI/S2JSvRyvBLI/AAAAAAAADo4/xXRtvr4GXUY/S220/MeOmee.JPG'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
